"ธรณ์"มั่นใจ"จระเข้ทะเลภูเก็ต"เป็นพันธุ์น้ำเค็มเลี้ยงหลุดจากฟาร์ม

วันที่ 01 ก.ย. 2560 เวลา 12:56 น.
"ธรณ์"มั่นใจ"จระเข้ทะเลภูเก็ต"เป็นพันธุ์น้ำเค็มเลี้ยงหลุดจากฟาร์ม
"อ.ธรณ์"มั่นใจ จระเข้ทะเลบางเทา จ.ภูเก็ตเป็นจระเข้น้ำเค็มเลี้ยงหลุดจากฟาร์มไม่ได้อยู่ในธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.  รศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณะบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้สัมภาษณ์เรื่องจระเข้ที่จับได้หาดบางเทา จ.ภูเก็ต ว่า ตนเชื่อว่า เป็นจระเข้น้ำเค็ม แต่ไม่น่าจะใช่จระเข้ในธรรมชาติ โดยคาดว่าน่าจะหลุดออกมาจากฟาร์มใดฟาร์มหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าว

"ที่ค่อนข้างมั่นใจว่า ไม่ใช่จระเข้ธรรมชาติ เพราะในทะเลแถบนั้น เคยมีรายรายล่าสุดว่าเจอจระเข้น้ำเค็ม เมื่อประมาณ 70 ปี จึงเป็นไปไม่ได้เลยว่า ตัวที่เจอตัวนี้จะเป็นจระเข้ในธรรมชาติ เพราะหากเป็นจระน้ำเค็มจริงๆที่โตมาจากเมื่อ 70 กว่าปีก่อน คงจะไม่ได้ตัวขนาดนี้ เพราะจระเข้น้ำเค็มตัวเต็มวัยจริงๆจะต้องมีขนาดใหญ่กว่านี้ อาจจะยาวเต็มที่ได้ถึง 6 เมตร"รศ.ธรณ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า จระเข้น้ำจืดกับจระเข้น้ำเค็มแตกต่างกันอย่างไร รศ.ธรณ์ กล่าวว่า นอกจากขนาดที่จระเข้น้ำเค็มจะใหญ่กว่าแล้ว โดยนิสัย จระเข้น้ำเค็มจะมีความดุร้ายกว่ามาก และมีสถิติจู่โจมคนมากกว่าจระเข้น้ำจืด ดังนั้นตนจึงเสนอตั้งแต่แรกว่า จะต้องจับจระเข้ตัวนี้ให้ได้ เนื่องจากทะเลภูเก็ตเป็นพื้นที่ ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อาจจะได้รับอันตรายได้ ไม่ควรปล่อยเอาไว้เด็ดขาด

"ประเด็นในเวลานี้คือ เมื่อเราจับจระเข้ได้แล้ว จะทำอย่างไรต่อไป ผมเสนอไปว่า ก่อนอื่นเลย ห้ามฆ่าจระเข้เด็ดขาด ต้องเลี้ยงดูเอาไว้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ส่วนจะให้ใครเป็นคนเลี้ยงดูก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมอีกที ไม่ว่าจะเป็นสวนสัตว์ หรือศูนย์วิจัยสัตว์น้ำ แต่ไม่ใช่เอากลับไปปล่อยที่เดิมตามที่บางคนเสนอมา เพราะหากเอาไปปล่อยก็ไม่รู้จะไปจับมาทำไม หรือ อีกกรณีหนึ่ง อาจจะเอาไปปล่อยในพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่อยู่ห่างไกล แต่กรณีนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นจระเข้ที่อยู่ในธรรมชาติ ซึ่งโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างต่ำมาก"รศ.ธรณ์ กล่าว

รศ.ธรณ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ ต้องให้ทางสัตวแพทย์สัตว์น้ำเข้ามาตรวจสุขภาพของจระเข้ตัวนี้อย่างละเอียด ต้องดูว่ามีตัวชิปฝังอยู่หรือไม่ เพราะตามกฏหมายการเลี้ยงจระเข้ในฟาร์มแล้ว เจ้าของจะต้องฝังชิปเอาไว้ทุกตัว หากมีชิปก็มั่นใจได้ทันทีว่าเป็นจระเข้เลี้ยงแน่นอน