ตร.เร่งสางปมที่ดินเศรษฐีนีอุดรฯโยงหญิงไก่หลังพบข้อสงสัย

วันที่ 17 ก.ค. 2559 เวลา 19:07 น.
ตร.เร่งสางปมที่ดินเศรษฐีนีอุดรฯโยงหญิงไก่หลังพบข้อสงสัย
ตำรวจเร่งเคลียร์ปมที่ดินเศรษฐีนีอุดรฯโยงหญิงไก่หลังพบข้อสงสัยข้อมูลที่ได้จากการสอบสวนไม่สอดคล้องกับพยานเอกสาร

พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) เปิดเผยความคืบหน้า กรณีการเสียชีวิตของ นางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล เศรษฐีนี เจ้าของสัมปทานการเดินรถที่ จ.อุดรธานีที่พบข้อมูลว่า เกี่ยวข้องกับ นางมณตา หยกรัตนกาญ  หรือ ไก่ ผู้ต้องหาในคดีแจ้งความเท็จ, ค้ามนุษย์ และความผิดตามมาตรา112ว่า เบื้องต้นได้มอบหมายให้ กองกำกับการ 3 กองปราบปราม สอบปากคำพยานแวดล้อมผู้ที่เกี่ยวข้องญาติของ นางฉวีวรรณ รวมทั้งสอบปากคำแพทย์ที่ทำการรักษา นางฉวีวรรณ พร้อมกันนี้แพทย์ได้มอบเอกสารการรักษาให้กับชุดสืบสวนเพื่อคลายข้อสงสัย โดยแพทย์ให้การว่า นางฉวีวรรณ ได้มาทำการรักษาที่คลินิกจริงด้วยอาการโรคมะเร็งตับ ซึ่งได้ทำการรักษาวินิจฉัยให้กลับไปบ้านเพื่อทำการพักฟื้น แต่ นางฉวีวรรณ ประสงศ์ขอรักษาพักฟื้นที่คลินิกจนเสียชีวิตจึงนำศพไปที่วัดก่อนทำการฌาปนกิจเนื่องจากไม่สามารถติดต่อทางญาติได้

นอกจากนี้ยังได้สอบปากคำสามีของนางฉวีวรรณ รวมทั้งขอเอกสารหลักฐานที่คาดว่าจะเชื่อมโยงกับทางคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากการสอบปากคำสามีนางฉวีวรรณ ให้การว่ารู้จักกับนางมณตา ที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อครั้งที่สามีนางฉวีวรรณได้พามารดาไปรักษาและได้รู้จักกับนางมณตาจนสนิทสนม จากนั้นจึงได้จ้างหญิงมณตามาดูแลมารดา ระหว่างที่ทำงานก็ได้นับถือเคารพกันในฐานะพ่อ-ลูก

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของสามีนางฉวีวรรณพบว่า เคยมีบุตรมาแล้ว ก่อนที่จะมาแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับนางฉวีวรรณ  และประกอบธุรกิจสัมปทานเส้นทางการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ไม่ได้มีทายาทร่วมกัน และเลิกรากันไป จนเมื่อราวปี 2546 ได้เดินทางมากับนางมณตาเพื่อมาติดต่อขอซื้อที่ดิน โดยสามีนางฉวีวรรณยังให้การว่า นางมณตาต้องการที่จะนำที่ดินดังกล่าวไปสร้างสิ่งปลูกสร้างอาศัย ซึ่งก่อนการเสียชิวิตก็ได้ถูกโอนเป็นชื่อสามีนางฉวีวรรณและนางมณตาก่อนถูกขายให้ผู้อื่นในเวลาต่อมา 

รายงานข่าวระบุว่า ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ได้มาทั้งหมดอย่างละเอียดเพื่อคลายปมข้อสงสัยบางอย่าง หลังพบความผิดปกติในคำให้การของสามีนางฉวีวรรณที่ไม่สอดคล้องกับพยานเอกสารที่พบ โดยเฉพาะประเด็นที่ดิน 2 แปลง มูลค่า 8 ล้านบาท อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด พร้อมประสานไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานี เพื่อขอข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ การซื้อ-ขายที่ดินแปลงดังกล่าว รวมทั้งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องว่าในวันที่มีการโอนที่ดินทำสัญญาซื้อ-ขายนั้น ใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง และเงินที่ได้จากการขายที่ดินจำนวน 8 ล้านถูกโอนเข้าบัญชีใคร 

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีในฐานความผิดตามมาตรา 112 นั้น มีรายงานว่าขณะนี้ทางคณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง และเตรียมที่จะสรุปสำนวนภายในสัปดาห์หน้า