วงดนตรีลมหวน อายุไม่ใช่อุปสรรคในการให้

วันที่ 19 ธ.ค. 2558 เวลา 13:08 น.
วงดนตรีลมหวน อายุไม่ใช่อุปสรรคในการให้
โดย...เสน่ห์จันทน์/วิภาคย์ พูนพันธุ์ ภาพ... The Giving

อายุไม่ใช่อุปสรรคในการให้  “อาจารย์เฉลิม บุณแจ้ง” ในวัยเกษียณอายุราชการ  ได้เชิญชวนชาวบ้านใน จ.ยโสธร มาฝึกเล่นดนตรี เพื่อใช้เสียงเพลงเป็นตัวเชื่อมความสามัคคี และทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ห่างไกลยาเสพติด ก่อตั้ง“วงดนตรีลมหวน”  เป็นการรวมตัวกลุ่มผู้สูงอายุช่วยคืนความสุขให้สังคม  แม้สมาชิกจะอายุมากแต่ไม่หมดไฟในการทำความดีเพื่อผู้อื่น 

“เริ่มต้นจากความรู้สึกที่อยากมีเวลาได้เจอเพื่อนหลังวัยเกษียณอายุราชการบ้าง เพราะการที่จะได้เจอหน้ากันกลายเป็นเรื่องยากของคนวัยนี้ ทำให้ได้พบหน้ากันในงานที่ไม่เป็นมงคลเสียมากกว่า หรืองานมงคลบ้าง เลยคุยกับเพื่อนๆ ที่รู้จักกันสมัยเป็นอาจารย์ 4 คน ว่า อยากหากิจกรรมที่จะทำให้พวกเราได้เจอกันบ้าง และต้องได้ผ่อนคลายด้วย ประกอบกับความชอบเล่นดนตรีเป็นพื้นฐาน จึงชวนเพื่อนๆ มาดูเครื่องดนตรีที่มีอยู่แล้วเกือบทุกประเภท”

 

วงดนตรีลมหวน ก่อตั้งปี 2554  หลังจากเฉลิมเกษียณอายุราชการ โดยหลักๆ มีสมาชิกทั้งหมด 8 คน ฝีมือเก๋าตามวัยคนเล่นจริงๆ แถมทุกคนในวงสามารถผลัดเปลี่ยนหน้าที่กันได้ เล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด หากสมาชิกคนไหนขาดก็มีคนพร้อมรับหน้าที่แทน

“เป็นวงที่อายุรวมกันได้หลายร้อย ก็พยายามชวนเด็กๆ อายุน้อยๆ มาร่วมวง แต่ไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไร คิดว่าเด็กๆ สมัยนี้สนใจโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ มากกว่าการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ส่วนเครื่องดนตรีที่มีมากมายก็ได้มาจากการสะสม บางเครื่องก็เป็นเครื่องใหม่ บางเครื่องก็เป็นเครื่องเก่า แต่ก็สามารถซ่อมได้ เพราะเคยเป็นอาจารย์สอนช่างมาก่อน ตอนนี้มีคีย์บอร์ด 20 ตัว กีตาร์อีกหลาย 10 ตัว”

 

วงรับงานช่วยไม่เกี่ยง เพราะตั้งใจเป็นวงช่วยเหลือสังคมหรืองานการกุศลต่างๆ ในละแวกจังหวัดภาคอีสาน เล่นฟรีทุกงานโดยไม่คิดเงิน แค่หวังว่าเสียงเพลงจะช่วยให้พวกเขามีความสุขในบั้นปลายชีวิต และแบ่งปันสู่ผู้อื่นได้

“ผมไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่ บางคนบอกว่านักดนตรีจะต้องดื่มบ้างเพื่อสร้างอารมณ์ให้สุนทรีย์มากยิ่งขึ้น การบรรเลงเพลงออกมาจะเพราะมากขึ้น แต่สำหรับผมไม่คิดแบบนั้นเลย ผมคิดว่าอารมณ์ในการบรรเลงเพลงออกมา มันขึ้นอยู่กับจิตใจของเรามากกว่า  ก็เลยอยากช่วยสังคมในเรื่องพวกนี้ด้วยเวลาไปเล่นแต่ละงานก็จะสอดแทรกลงไปทุกครั้งว่าให้หันมาเล่นดนตรีดีกว่าอยู่กับสิ่งเสพติด”

ทุกวันจันทร์ถึงวันพุธ วงดนตรีลมหวนจะซ้อมดนตรีกัน ส่วนวันพฤหัสบดีทำการแสดงบริเวณลานลีลาศ เล่นดนตรีให้ผู้คนที่ผ่านไปมาเต้นด้วยกัน วันศุกร์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ไปเล่นดนตรีตามโรงพยาบาล  และวันเสาร์-อาทิตย์ไปช่วยงานชมรมผู้สูงอายุ

 

“รวมระยะเวลาที่ทำมาก็ 5 ปีแล้ว หลังจากที่เกษียณราชการมา บางคนถามว่า ทำแล้วไม่ได้อะไร สำหรับผมสิ่งที่ทำให้เดินต่อไปได้ คิดอยู่เสมอว่า ถ้าเรายังไม่หมดลมหายใจก็จะทำ ดีกว่าตายแล้วไม่ได้ทำ ไม่อยากแก่มาแล้วต้องเข้าแต่วัด อยากทำอะไรตอบแทนสังคมบ้าง ตอนนี้กำลังขยายกิจกรรมเพื่อสังคมให้ไปถึงโรงเรียนต่างๆ เพราะมีความตั้งใจที่จะสอนเด็กๆ ในโรงเรียนให้ห่างไกลจากสิ่งเสพติด และอยากจะสอนให้เด็กๆ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง เพราะเด็กๆ สมัยนี้ไม่ค่อยรู้ว่าเงินแต่ละบาทที่คุณพ่อคุณแม่หามาได้ มันยากมาก อยากรณรงค์ให้เด็กๆ ได้ทราบ ถ้าเป็นไปได้อยากจะจัดหาทุนไปมอบให้เด็กๆ ที่ขาดแคลนด้วยในอนาคต”

อีกสิ่งสำคัญของการทำวงดนตรีนี้ เฉลิมหวังว่าในอีกมุมหนึ่ง จะทำให้คนหันมายอมรับ สนใจสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น อยากให้มองเห็นว่า ผู้สูงอายุยังมีคุณค่า สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอนนี้สิ่งที่เฉลิมทำนอกจากวงดนตรีลมหวน ยังมีการรณรงค์ภายในจังหวัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่พบเจอกัน และมีออฟฟิศที่จะมารวมกันทำงานได้

สุดท้าย เฉลิมฝากถึงเด็กยุคใหม่ว่า ในฐานะที่เขาเคยเป็นครูมาก่อน อยากให้เด็กๆ หาวิธีหาเงิน และแนวทางให้ชีวิตตัวเองให้ได้ โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด หาความสุขตัวเองให้เจอ อย่ายึดติดกับสังคมก้มหน้ามากจนเกินไป ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยเหลือสังคม และรู้จักแบ่งปันความสุขให้กับคนอื่นๆ โลกก็จะน่าอยู่มากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต