ภรรยาร้องดีเอสไอรับ "บิลลี่" หายตัวเป็นคดีพิเศษ

  • วันที่ 06 ส.ค. 2558 เวลา 12:37 น.

ภรรยาร้องดีเอสไอรับ "บิลลี่" หายตัวเป็นคดีพิเศษ

"ภรรยาบิลลี่" ร้องดีเอสไอรับคดีบิลลี่เป็นคดีพิเศษ พร้อมขอทราบผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์คราบเลือดในรถเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. เวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) น.ส.พิณนภา หรือ มุนอ พฤกษาพรรณ ภรรยานายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ สมาชิกอบต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมด้วยนางอังคณา นีละไพจิตร ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ เดินทางเข้าพบนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้ดีเอสไอรับคดีการหายตัวไปของนายบิลลี่เป็นคดีพิเศษ พร้อมดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี 4 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้ดีเอสไอรื้อคดีมาพิจารณาอีกครั้ง

นอกจากนี้ได้ขอทราบผลการตรวจคราบเลือดที่พบในรถของเจ้าหน้าที่หัวหน้าอุทยานว่าตรงกับดีเอ็นเอของนายบิลลี่หรือไม่ และขอให้ใช้พนักงานสอบสวนชุดเดิมทำงานควบคู่กับดีเอสไอด้วย โดยมีพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง

น.ส.พิณนภา กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนถูกข่มขู่จากชาวบ้านและครูสอนศาสนาที่อยู่ในหมู่บ้านว่า "อย่าไปดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับคดีบิลลี่ ไม่งั้นจะถูกเก็บไปอีกคน" ซึ่งการข่มขู่ดังกล่าว ทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัวไม่สามารถทำหากินและเดินทางไปไหนมาไหนได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังทำให้ตนไม่กล้าเดินทางผ่านบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เนื่องจากหัวหน้าอุทยานฯยังอยู่ในพื้นที่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งโยกย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ทางดีเอสไอสอบสวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ว่าการหานตัวไปของนายบิลลี่ เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจอะไรในการลักพาตัวไป ซึ่งหากนายบิลลี่กระทำความผิดจริง ทำไมจึงไม่นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของผลตรวจทางนิติวิทยาศาตร์ ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เข้าไปเก็บหลักฐาน เช่น เสื้อคลุม รองเท้า ผ้าห่ม ของนายบิลลี่ และหลักฐานอื่นๆไปทำการตรวจสอบเพื่อคลี่คลายคดี แต่ถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆให้ตนทราบ

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า สำหรับคดีการหายตัวไปของนายบิลลี่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน อีกทั้ง ยังได้มีการขยายเวลานการสืบสวนด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์นั้น ขณะนี้เราได้ผลการตรวจสอบมาบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะบางส่วนต้องดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งหากได้ข้อเท็จจริงเพียงพอและเข้าข่ายว่าเป็นการฆาตกรรมหรืออุ้มลักพาตัวก็จะทำการเสนออนุกรรมการคีพิเศษให้พิจารณารับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษหรือไม่ต่อไป รวมถึงพิจารณาเรื่องการคุ้มครองพยานด้วย

ข่าวอื่นๆ