
วีซ่าหายอีก500ใบที่ลาว
กต.รับใบตรวจลงตราวีซ่าหายอีก500ที่ลาวคาดฝีมือลูกจ้างท้องถิ่นจ่อใช้ระบบE-Visa
กต.รับใบตรวจลงตราวีซ่าหายอีก500ที่ลาวคาดฝีมือลูกจ้างท้องถิ่นจ่อใช้ระบบE-Visa
นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แถลงวานนี้ ( 27 ส.ค.) กรณีแผ่นปะตรวจลงตรา หรือ วีซ่า สติ๊กเกอร์ สูญหาย ว่า กรณีแผ่นปะตรวจลงตรา 2,000 ใบ ที่ส่งให้กับสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ สูญหายนั้น นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ ชี้แจงว่า สาเหตุอาจเนื่องจากการเปลี่ยนเที่ยวบินจากประเทศในยุโรปไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับกรณีที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ล่าสุดสายการบินพร้อมชดใช้ค่าเสียหาย 26,000 บาท สำหรับมาตรการป้องกันระยะยาว จะนำ อี-วีซ่า มาใช้ โดยมอบหมายผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ออกแบบร่างทีโออาร์ ตั้งเป้าเริ่มใช้ 1 ต.ค. 2557
ส่วนกรณีสตม.พบว่า มีการใช้แผ่นปะตรวจลงตรา 2 ใบ ออกโดยสถานกงสุลไทย ที่สะหวันนะเขต ประเทศลาว ให้กับชาวกานา และบุรุนดี โดยมิชอบนั้น สถานกงสุลไทยตรวจสอบย้อนหลังพบว่า ปี 2551 มีแผ่นปะดังกล่าวสูญหายไป 500 ใบ โดยที่สตม.พบ 2 ใบนั้น รวมอยู่ใน 500 ใบดังกล่าวด้วย สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือลูกจ้างท้องถิ่น ส่วนจะมีข้าราชการของกระทรวงเกี่ยวข้องหรือไม่ต้องสอบสวนต่อไป
นายณัฏฐวุฒิกล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมการกงสุล ได้ประสานไปยังหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด ประกอบด้วย สำนักงานปราบปรามยาเสพติด สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อติดตามเฝ้าระวังบุคคลที่เป็นผู้ต้องสงสัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว และหากพบให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ได้ให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ตรวจสอบความถูกต้องของสตอกในบัญชีแผ่นปะที่มีอยู่ ทั้งที่ใช้ไปแล้ว ที่ยังเหลืออยู่ รวมทั้งให้เข้มงวดในการปฏิบัติการตรวจลงตราตามระเบียบ ส่วนในระยะยาว กระทรวงต่างประเทศเริ่มดำเนินการระบบการตรวจลงตราให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในรูปแบบของ E-Visa ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อใช้ระบบดังกล่าวจะไม่ต้องใช้แผ่นปะลงตราอีก ข้อมูลทุกอย่างจะอยู่ในฐานข้อมูลออนไลน์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 10-12 เดือนข้างหน้า ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการวันที่ 1 ตุลาคม 2557 อย่างไรก็ตาม แม้จะนำระบบ E-Visa มาใช้ยังจำเป็นต้องใช้แผ่นปะลงตราในประเทศกลุ่มเสี่ยงในทวีปตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และแอฟริกา เพื่อป้องกันการปลอมแปลงอีกชั้นหนึ่งด้วย







