แม่ร้องลูกสาวหนีตามหนุ่มหลังแชทเฟซบุ๊ก

วันที่ 03 ต.ค. 2555 เวลา 15:40 น.
แม่ร้องลูกสาวหนีตามหนุ่มหลังแชทเฟซบุ๊ก
แม่วอนตำรวจ ปคม. ช่วยตามหาลูกสาววัย 14  หลังทะเลาะกันแล้วแอบหนีตามผู้ชายที่แชทเฟซบุ๊กผ่านโทรศัพท์

แม่ร้องลูกสาวหนีตามหนุ่มหลังแชทเฟซบุ๊ก
แม่ร้องลูกสาวหนีตามหนุ่มหลังแชทเฟซบุ๊ก

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นางอิฐวรรณ กิ่งพรมดู อายุ 30 ปี พนักงานเดินเอกสาร ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ พนักงานสอบสวน บก.ปคม. เพื่อให้ช่วยตามหา ด.ญ.สุพัตรา การิน หรือ น้องเม อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยม รร.มักกระสันวิทยา ย่านราชเทวี ที่หายตัวไป ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา

นางอิฐวรรณ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่บุตรสาวจะหายตัวไป 1 วัน คือ ช่วงค่ำของวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา น้องเม ได้มาขอไปเรียนภาษาญี่ปุ่นกับเพื่อน ที่ประตูน้ำ แต่เนื่องจากระยะทางไกลจากที่บ้าน จึงไม่อนุญาต ต่อมาได้มีการโต้เถียงกันกับลูกสาวค่อนข้างรุนแรง และได้ตีลูกไป 1 ครั้ง พร้อมกับยึดโทรศัพท์มือถือ มาเก็บไว้ จนกระทั่งช่วงเวลา ประมาณ 01.00 น. ได้มีผู้ชายคนหนึ่ง รู้เพียงชื่อเล่น ว่า ป๋อง โทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องบุตรสาว และขอคบเป็นแฟนกับน้องเม ซึ่งก็ได้ห้ามปราม พร้อมกับจดเบอร์โทรไว้

“ตอนเช้าดิฉันก็ไปส่งบุตรสาวที่ รร. ตามปกติ จากนั้น ก็รอให้กลับบ้านจนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 18.30 น. ก็ยังไม่กลับมา เมื่อโทรศัพท์ไปก็ติดต่อไม่ได้ ต่อมาวันที่ 29 ก.ย. ดิฉันได้ไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.ร่มเกล้า และ วันที่ 1 ต.ค. ได้แจ้งความไว้ที่ สน.พญาไท ดิฉันพยายามติดต่อบุตรสาวทางโทรศัพท์ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ นอกจากนี้ยังได้โทรไปยังเบอร์ของนายป๋อง ก็ไม่รับสาย ดิฉันจึงส่งข้อความไปยังเบอร์โทรศัพท์ของนายป๋อง โดยขู่ว่า หน้าโรงเรียนมีกล้องวงจรปิด หากมารับน้องเม ก็จะนำมาเป็นหลักฐานดำเนินคดี” นางอิฐวรรณ กล่าว

นางอิฐวรรณ ยังกล่าวอีกว่า กระทั่งวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา น้องเมได้ส่งข้อความกลับเข้ามาที่เบอร์โทรศัพท์มือถือ ว่าอย่าแจ้งความ และอย่าตามหา ไม่เช่นนั้นจะฆ่าตัวตายและจะไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่หากแม่อยู่เฉยๆ จะกลับมาหาแม่เอง

“ดิฉันจึงตัดสินใจมาแจ้งความ กับ ปคม.เพื่อให้ช่วยตามหาอีกทางหนึ่ง เพราะเกรงว่า บุตรสาวจะถูกล่อลวง เนื่องจาก ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา น้องเมมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป หลังจากได้โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ โดยจะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้อง และชอบเล่น เฟสบุ๊ค ทางโทรศัพท์มือถือ” นางอิฐวรรณ กล่าว

ทั้งนี้ นางอิฐวรณ ยังกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอ ว่า หากบุตรสาวดูอยู่ อยากให้รู้ว่า พ่อกับแม่เป็นห่วง และอยากให้กลับบ้าน เพื่อกลับมาเรียนหนังสือเหมือนกับเด็กคนอื่น