แก๊งต่างชาติป่วนไทย ตระเวนรูดบัตรเครดิต

  • วันที่ 24 ก.ค. 2555 เวลา 08:33 น.

แก๊งต่างชาติป่วนไทย ตระเวนรูดบัตรเครดิต

โดย...ธนก บังผล

มาอีกแล้วครับบัตรเครดิต แม้ไม่อยากจะพูดถึง แต่...แหม เจอสารพัดโกงนี่ก็เครียดเหมือนกัน

หลังจากที่มีแก๊งปลอมบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิตชาวตุรกีเข้ามา ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวเพื่อกดเงินสดหยกๆ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) โดย พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. จับ เซย์มาน ออซกรู กาซิม อายุ 37 ปี วิดิน เออร์ดินซ์ อายุ 35 ปี และ ยิลมาซ์ เซอร์คาน อายุ 35 ปี แก๊งชาวตุรกี

หลังสืบทราบว่ามีชาวต่างชาติลักลอบปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และเที่ยวออกตระเวนนำไปเบิกถอนเงินสดจากเครื่องเบิกจ่ายเงินสดอัตโนมัติ จึงได้ประสานข้อมูลกันระหว่างตำรวจร่วมกับชมรมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เอทีเอ็ม และสมาคมธนาคารไทย ทำการสืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว

แก๊งตุรกีนี้มีเครื่องเก็บข้อมูลเพื่อแฮกรหัสบัตรเครดิตเอาไปซื้อของในไทย ตอนเข้าจับกุมสามารถยึดบัตรเครดิตของกลางได้มากถึง 333 ใบ ...อุแม่เจ้า

โดยผู้ต้องหาทั้งหมดสารภาพสิ้นว่าทำมาแล้ว 1 ปีได้ ถ้าคิดเป็นเงินก็กว่า 100 ล้านบาท

ส่วนอุปกรณ์ปลอมแปลงอะไรต่างๆ นั้น ก็หาซื้อในไทย โดยบัตรเครดิตเปล่าๆ นั้น ซื้อได้ในราคาใบละ 8 บาท

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ดร.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 ยังได้จับกุมแก๊งต่างชาตินำบัตรเครดิตปลอมมาใช้เบิกถอนเงินสดในพื้นที่ อ.ศรีราชา สัตหีบ และพื้นที่ใกล้เคียงเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

 

โดยรวบผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระหว่างกำลังจะเดินทางหลบหนี ซึ่งธนาคารที่เสียหายจากการถูกแก๊งต่างชาติตระเวนกดเงินนี้ ก็คือธนาคารไทยพาณิชย์

ทั้งนี้ กลุ่มคนร้ายได้เดินทางเข้ามาก่อเหตุในไทยเพียง 3 วัน สามารถใช้บัตรปลอมกดเงินสดไปแล้วกว่า 145 ครั้ง ประมาณค่าเสียหายกว่า 4 แสนบาท ซึ่งผู้ต้องหายังได้ส่งเงินกลับประเทศไปแล้วในบางส่วน เพื่อแลกกับค่าจ้างเป็นจำนวน 40% ของวงเงินที่ก่อเหตุมาได้

อย่าลืมว่า ล่าสุดมี วิไล ดิษฐ์กระจันท์ อายุ 34 ปี เลขานุการส่วนตัวของผู้บริหารสาว ฝ่ายการตลาดของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ในความผิดเกี่ยวกับบัตรเครดิต และปลอมและใช้เอกสารสิทธิของผู้อื่น

เธอใช้อีเมล jean_areeya@hotmail.com

บ้านอยู่ที่ 67/4 ซอยลาดพร้าว 71 วังทองหลาง กรุงเทพฯ โดยใช้วิธีปลอมแปลงเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตายใจ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีธนาคารและสถาบันการเงิน 9 แห่ง เข้าแจ้งความดำเนินดคีกับเลขานุการสาว ที่นำเอกสารของผู้บริหารสาวฝ่ายการตลาดบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ไปเปิดบัตรเครดิตและนำไปรูดซื้อสินค้า บริการสร้างความเสียหายกว่า 5.3 ล้านบาท ว่าจากการสอบปากคำตัวแทนธนาคารที่ได้รับความเสียหายแล้ว เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาคนนี้กระทำการเพียงลำพัง โดยลักลอบนำเอกสารของผู้บริหารที่ตัวเองทำงานให้ไปใช้โดยมิชอบโดย เชื่อว่าผู้บริหารที่ถูกแอบอ้างชื่อและเอกสารไปใช้นั้น ไม่ทราบเรื่อง เพราะเบื้องต้นไม่พบว่ามีการใช้หนังสือมอบอำนาจจากผู้บริหารให้มาดำเนินการขอใช้บัตรเครดิตแต่อย่างใด

พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวอีกว่า ส่วนบัตรเครดิตที่นำชื่อผู้บริหารไปเปิดใช้นั้น ก็พบว่ามีการนำไปรูดซื้อสินค้าบริการ และนำเงินส่วนหนึ่งมาใช้หนี้บัตรเครดิตใบอื่นลักษณะหมุนเงิน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และความผิดเกี่ยวกับการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยมิชอบ ปลอมและใช้เอกสารสิทธิผู้อื่น ส่วนการสอบสวนรวบรวมหลักฐาน คาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานก็น่าจะพิจารณาเรื่องการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยได้ เพราะหลักฐานที่ทางธนาคารต่างๆ นำมาให้นั้นเอกสารค่อนข้างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนประสานขอภาพผู้ถูกกล่าวหาจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดจากธนาคารที่ได้รับความเสียหายแต่ละแห่งมาประกอบด้วย

เรื่องบัตรเครดิตนั้น ไม่เฉพาะว่าคนมีต้องระวัง แต่ตอนนี้ธนาคารเองก็ต้องระวังการปลอมแปลงบัตร

ดีไม่ดี อาจถูกแก๊งต่างชาติกดรหัสถูกแล้วเอาไปกดเงิน

เสียทั้งเงิน ...ธนาคารก็เสียตังค์

วิธีเซ็นเอกสาร

ก่อนที่จะมีใครเอาเอกสารปลอมไปเบิกเงิน หรือกดบัตรเครดิตได้

เบื้องต้นคือการอนุมัติบัตรเครดิต

พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล กล่าวว่า ต้องฝากธนาคารและผู้ที่มีอำนาจในการเซ็นด้วยว่าให้ขีดคร่อมในเอกสาร “สำเนาถูกต้อง” เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำเอาไปถ่ายเอกสารต่อได้

“ควรจะขีดลายเซ็นก่อนคร่อมว่าให้เอาไปทำอะไร ไม่ใช่ว่าขีดไปว่าสำเนาถูกต้องอย่างเดียว ควรบอกว่าวลายเซ็นนี้ขีดเพื่อเอาไปใช้อะไร ตรงนี้จะทำให้ลายเซ็นที่ขีดไปแล้ว รู้ว่าเซ็น็์N์ไปเพื่ออะไร” พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าว

&<2288;

 

ข่าวอื่นๆ