ผบช.น.จ่อออกหมายจับแก๊งบึ้มอีกราย

วันที่ 17 ก.พ. 2555 เวลา 11:33 น.
ผบช.น.จ่อออกหมายจับแก๊งบึ้มอีกราย
คดีระเบิด 3 จุดกลางกรุงคืบ! ผบช.น.จ่อออกหมายจับแก๊งบึ้มอีกราย พร้อมสั่งทุกโรงพักเพิ่มมาตรการดูแลชาวต่างชาติ

เวลา 10.30 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิด 3 จุด บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ (สุขุมวิท 71) ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกโรงพักเพิ่มมาตรการเข้าไปดูแลชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มาจากตะวันออกกลาง และให้ไปสำรวจข้อมูล อพาร์ทเม้นต์และบ้านเช่าทุกแห่งว่ามีชาวต่างชาติเข้ามาพักอาศัยหากพบเห็นว่าพักอยู่จำนวนมาก ก็จะมีการตรวจค้นทั้งตัวบุคคลและยานพาหนะ ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยก็จะขอหมายเข้าตรวจค้นบ้านพักด้วย ส่วนพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือย่านนานา คลองตัน และถนนข้าวสาร เนื่องจากมีชาวต่างชาติอยู่กันจำนวนมาก นอกจากนี้ ในส่วนการเข้าตรวจค้นห้องพักของนางไลล่า โรซานี ก็ได้หลักฐานบางส่วน แต่ไม่สำคัญเท่าไหร่ อีกทั้งนางไลล่าเป็นเพียงคนหาที่พักหรือบ้านเช่าให้กลุ่มผู้ต้องหาเท่านั้น

“กระแสข่าวที่ว่ามีสัญลักษณ์ของกลุ่มก่อการร้ายภายในบ้านเช่าที่เกิดเหตุระเบิดนั้น ผมยืนยันว่าไม่มี แต่ทั้งนี้ ทางตำรวจได้ข้อมูลเพิ่มเติมและพบว่ามีผู้ต้องหาอีก 1 คนเป็นชาวต่างชาติ ลักษณะเป็นชายสูงอายุที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพชายคนดังกล่าวได้ในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ”

ผบช.น. กล่าวอีกว่า ในส่วนของบช.น.ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 4 ราย สอบสวนพยานไปแล้ว 16 ปาก และรวบรวมพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ  3 จุด ได้แก่ ภายในบ้านเลขที่ 66 ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 บริเวณกลางซอย และหน้าโรงเรียนเกษมพิทยา ส่วนการคุมตัวนายมาซุด ซีดากาห์ซาเด ที่ยังอยู่ในประเทศมาเลเซีย กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย จะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 ตามมาตราที่ 7 และมาตราที่ 8 ส่วนการสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการและการออกหมายจับเพิ่มเติม ขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงของขบวนการ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่เส้นทาง – วันเวลาเดินทางเข้าออก เส้นทางการเงิน ภาพจากกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ โดยมีหน่วยงานที่ร่วมกันสืบสวน คือบช.น., บช.ส., สตม.,บก.ป., บก.น.5 ,สน.คลองตัน และบก.สส.บช.น.  ซึ่งมีการแบ่งมอบภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานไว้อย่างชัดเจน