นักวิชาการวิเคราะห์เหตุบึ้มเชื่อการเมืองโลกมีเอี่ยว

วันที่ 15 ก.พ. 2555 เวลา 18:37 น.
นักวิชาการวิเคราะห์เหตุบึ้มเชื่อการเมืองโลกมีเอี่ยว
นักวิชาการด้านมุสลิมศึกษาเชื่อการเมืองโลกอยู่เบื้องหลังเหตุบึ้มในไทย ด้านตร.ขอข้อมูลอิสราเอลเปรียบเทียบเหตุบึ้มในอินเดีย-จอร์เจีย

นายศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ถึงเหตุระเบิดในซอยสุขุมวิท71 เมื่อวันที่ 15 ก.พ. และได้มีการจับกุมผู้ต้องหาชาวอิหร่านว่า เหตุระเบิดในไทยจะเกิดขึ้นหลังจากเหตุระเบิดที่อินเดียและจอร์เจีย แต่ก็มีความแตกต่างกัน เนื่องจากเหตุการณ์ที่อินเดียและจอร์เจียมีเป้าหมายชัดในการมุ่งสังหารนักการทูตอิสราเอล ขณะที่ในไทยกลับยังไม่พบเป้าหมายที่ชัดเจน รวมทั้งมีเรื่องของโทสะ เช่น การปาระเบิดใส่แท็กซี่ ซึ่งถือว่าไม่เป็นมืออาชีพเมื่อเทียบกับการก่อการร้ายสากล

นอกจากนี้อยากตั้งข้อสังเกตในเรื่องของสาเหตุการก่อเหตุที่มีการโยงว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ซึ่งความเป็นจริงขณะนี้อิหร่านและสหรัฐกำลังขัดแย้งกันอย่างหนัก และได้มีมาตรการต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ซึ่งสหรัฐเองก็พยายามที่จะโน้มน้าวประชาคมโลกให้เห็นว่าอิหร่านเป็นภัย เพื่อช่วยให้ได้รับการสนับสนุนในการทำสงคราม

นายศราวุฒิกล่าวว่า ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ของประเทศที่เกิดเหตุระเบิดกับอิหร่านก็พบว่า ทั้งอินเดียและไทยต่างมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นยาวนานกับอิหร่าน เช่น อินเดียกับอิหร่านมีความร่วมมือกันในหลายๆด้าน รวมทั้งอินเดียเองก็ไม่สนับสนุนการคว่ำบาตรอิหร่าน

ส่วนประเทศไทยก็มีความสัมพันธ์มายาวนาน และบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆของไทยหลายคนก็มีเชื้อสายมาจากอิหร่าน

"เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็นำไปสู่คำถามว่า ทำไมอิหร่านจะต้องส่งคนเข้ามาก่อเหตุในประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อตัวเอง ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียพันธมิตรไป และน่าคิดว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการเมืองระดับโลกที่กำลังแทรกแซงเข้ามาหรือไม่"นายศราวุฒิกล่าว

นายศราวุฒิกล่าวอีกว่า มาตรการเร่งด่วนที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยต้องดำเนินการในขณะนี้คือการเข้มงวดกับบุคคลที่เดินทางเข้ามาในไทย เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ที่ต้องการจะก่อเหตุหลุดรอดเข้ามาได้ เพราะที่ผ่านมา ไทยได้ปล่อยปละละลายให้ต่างชาติเข้ามาอย่างสะดวกมานาน

บ้านเช่าของคนร้ายที่เกิดเหตุระเบิดขึ้น
บ้านเช่าของคนร้ายที่เกิดเหตุระเบิดขึ้น

ตร.ขอข้อมูลอิสราเอลเปรียบเทียบเหตุบึ้มในอินเดีย-จอร์เจีย

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รายงานการตรวจสอบวัตถุระเบิดในเหตุระเบิดบริเวณสุขุมวิท 71 ในซอยปรีดีพนมยงค์ว่า พบระเบิดทั้งหมด 5 ลูกเป็นแบบซีโฟร์ โดยได้ระเบิดไปแล้ว 3 ลูกและสามารถเก็บกู้ได้ 2 ลูก

ทั้งนี้ระเบิดแต่ละลูกมีน้ำหนักประมาณ 4 ปอนด์ ตั้งเวลาเอาไว้ 5 วินาที รัศมีทำลายล้าง 40 เมตร ระยะสังหาร 3-5 เมตร

นอกจากนี้ยังพบว่าระเบิดแต่ละลูกมีการติดแม่เหล็กขนาดประมาณ 1 นิ้วเอาไว้จำนวน 6 อัน โดยติดไว้ที่ตัววิทยุทรานซิสเตอร์ และยังพบแผงแม่เหล็กที่ติดตั้งไว้รอบวิทยุ โดยวัตถุประสงค์ของการติดแม่เหล็กก็เพื่อนำไปใช้แปะกับยานพาหนะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงน่าจะเป็นการมุ่งสังหารตัวบุคคล

อย่างไรก็ตามระเบิดดังกล่าวสามารถใช้ก่อเหตุได้ 2 วิธี คือดึงสลักแล้วโยน กับนำไปแปะเอาไว้ แล้วใช้ลวดเส้นเล็กหรือเชือกผูกติดกับเพลาล้ออีกที เมื่อรถเคลื่อนตัวก็จะระเบิดทันที

นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่ากลุ่มคนร้ายมีการซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า คาดว่าเมื่อก่อเหตุแล้วก็จะหลบหนีออกนอกประเทศทันที ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดระเบิดในบ้านที่กลุ่มคนร้ายเช่าเอาไว้น่าจะมาจากการสอนวิธีใช้ระเบิดภายในกลุ่มของคนร้ายเพื่อเตรียมไปก่อเหตุ แต่พลาดไปดึงสลักเลยทำให้เกิดระเบิดขึ้น เพราะระเบิดดังกล่าวตั้งเวลาเอาไว้แค่ 5 วินาทีเท่านั้น

สำหรับแม่เหล็กที่ตรวจพบนั้นทางตำรวจอาจจะมีการประสานกับทางสถานทูตอิสราเอลเพื่อขอข้อมูลเหตุระเบิดโจมตีรถยนต์ของคณะทูตอิสราเอล ในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียและในประเทศจอร์เจีย เนื่องจากพบว่ามีการใช้แม่เหล็กในลักษณะเดียวกัน

เพิ่มความเข้มงวดดูแลความปลอดภัยเมืองกรุง

ด้าน พ.ต.อ.ปรีดา สถาวร โฆษก บช.น. เปิดเผยถึงมาตรการเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่กทมฯ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยงานในสังกัดที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความสงบเรียบร้อย รักษาความปลอดภัยดำเนินการตามมาตรการเชิงลุกป้องกันเหตุระเบิดที่อาจจะเกิดขึ้นให้ดำเนินการสืบสวนหาข่าวและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ มาตรการปราบปรามให้เพิ่มความเข้มตรวจตราพื้นที่ล่อแหลมสถานทูตบ้านพักทูตและสถานที่ท่องเที่ยวต่างชาติให้ปิดล้อมตรวจค้นสถานที่พักอาศัยต่างชาติต้องสงสัยของอาชญากรรมข้ามชาติพร้อมตั้งจุดตรวจค้น 24 ชั่วโมงและออกตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่จราจร 88 สน.และให้ทุกหน่วยงานปรับแผนกำหนดจุดแสดงกำลังของโครงการ 1 ตำรวจ 4 อาสา 

"ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลยังกำหนดมาตรการแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนและเจ้าของสถานประกอบการที่พักอาศัยโรงแรม บ้านเช่า  เกรสเฮ้าท์ โดยให้จัดเก็บข้อมูลผู้พักอาศัยและประสานข้อมูลให้ท้องที่ทราบและแจ้งเบาะแสสิ่งผิดปกติต้องสงสัย  และให้ประสานผู้ประกอบการภาคธุรกิจเอกชนที่จำหน่ายสินค้ายุทธภัณท์ หรือวัสดุอุปกรณ์ที่อาจนำไปประกอบวัตถุระเบิดอันตราย โดยเฉพาะกรณีที่มีบุคคลต่างชาติมาซื้อในลักษณะผิดปกติให้แจ้งตำรวจทราบทันที  ให้หน่วยเก็บกู้และตรวจวัตถุระเบิด ชุดสุนัขตำรวจปรับแผนให้พร้อมปฏิบัติ"พ.ต.อ.ปรีดา กล่าว