
รีวิวปลอม! เขย่าตลาดออนไลน์โลกสูญเสียกว่า 5 ล้านล้านบาทต่อปี
สภาผู้บริโภคเตือนภัยรีวิวปลอม ชี้รีวิว 5 ดาวและยอดขายสูงอาจเป็นกลลวงสร้างความน่าเชื่อถือ ขณะที่ข้อมูลระดับโลกประเมินรีวิวปลอมมีอิทธิพลต่อการใช้จ่ายออนไลน์ราว 5 ล้านล้านบาทต่อปี
ปัญหารีวิวปลอมกำลังกลายเป็นภัยคุกคามผู้บริโภคในตลาดออนไลน์ทั่วโลก โดยข้อมูลจากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ที่สภาผู้บริโภคนำมาอ้างอิง ระบุว่า รีวิวปลอมมีอิทธิพลต่อการใช้จ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าประมาณ 152,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5 ล้านล้านบาทต่อปี
สำหรับประเทศไทย ปัญหาดังกล่าวปรากฏชัดจากกรณีตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายโกดังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางปลอมในพื้นที่เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยตรวจยึดสินค้ากว่า 26,117 ชิ้น มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท หลังสืบสวนพบร้านค้าออนไลน์จำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังในราคาต่ำกว่าท้องตลาดผิดปกติ และมียอดขายสูงถึงวันละประมาณ 2,000 ชิ้น
จากการขยายผลพบว่า ร้านค้าดังกล่าวดำเนินการมาแล้วประมาณ 1 ปี โดยใช้กลไกรีวิวสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า ทั้งเวย์โปรตีน เครื่องสำอาง และน้ำหอม ส่งผลให้ผู้บริโภคเสี่ยงถูกหลอกซ้ำซ้อน ทั้งสูญเสียเงินจากการซื้อสินค้าปลอม และอาจได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
เปิดกลโกงปั่นรีวิว 5 ดาว สร้างยอดขายปลอมหลอกผู้ซื้อ
ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ ประธานอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการ สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า การสร้างรีวิวปลอมมีต้นทุนไม่สูง ผู้ประกอบการสามารถจ้างบุคคลให้สั่งซื้อสินค้าผ่านระบบแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างประวัติการซื้อขายเสมือนจริง โดยบางกรณีอาจจัดส่งเพียงกล่องเปล่า เสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าขนส่งและค่าจ้างรีวิว ก่อนให้ผู้รีวิวกดคะแนน 5 ดาว เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้า
วิธีการดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าสินค้าได้รับความนิยมและมีผู้ซื้อจริงจำนวนมาก ทั้งที่ข้อมูลอาจถูกจัดฉากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ซึ่งหากเป็นสินค้าปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง
“ปัญหานี้กระทบต่อสิทธิผู้บริโภคหลายด้านพร้อมกัน ตั้งแต่สิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอต่อการตัดสินใจ สิทธิในการได้รับสินค้าที่ตรงตามที่ตกลงซื้อขาย ไปจนถึงสิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ” ผศ.สุทธิชัย กล่าว
สภาผู้บริโภคจึงเตือนว่า ผู้ซื้อไม่ควรใช้คะแนนรีวิว 5 ดาวหรือยอดขายสูงเป็นหลักฐานยืนยันว่าสินค้ามีคุณภาพหรือเป็นของแท้ เพราะทั้งคะแนนรีวิวและยอดขายอาจถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกลวงได้
กฎหมายมีแล้ว แต่แพลตฟอร์มตรวจสอบจริงหรือไม่?
ผศ.สุทธิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายกำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแล้ว โดยเฉพาะพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือกฎหมาย DPS ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2566
กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้แพลตฟอร์มบางประเภทต้องประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยง ขณะที่ประกาศเพิ่มเติมในปี 2568 ได้กำหนดหน้าที่สำหรับแพลตฟอร์มตลาดสินค้าออนไลน์ที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ ทั้งการตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ขาย (Know Your Merchant: KYM) การตรวจสอบข้อมูลสินค้าและเอกสารรับรองมาตรฐาน ตลอดจนการระงับสินค้าผิดกฎหมายออกจากระบบ
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ แพลตฟอร์มมีระบบตรวจจับรีวิวปลอมและธุรกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อปั่นยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด รวมถึงมีมาตรการป้องกันไม่ให้ร้านค้าที่ถูกระงับกลับมาเปิดขายสินค้าอีกหรือไม่
“หากแพลตฟอร์มตรวจสอบร้านค้าและสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานอย่างจริงจัง โอกาสที่สินค้าปลอมจะเข้ามาจำหน่ายและกระจายถึงผู้บริโภคก็จะลดลง” ผศ.สุทธิชัย กล่าว
นอกจากนี้ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มาตรา 8/10 ยังวางหลักการให้ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สภาผู้บริโภคเห็นว่า หน่วยงานกำกับดูแลควรตรวจสอบว่ากรณีแพลตฟอร์มทราบถึงความเสี่ยงแต่ละเลยการดำเนินการ เข้าข่ายฝ่าฝืนหน้าที่ตามกฎหมายหรือก่อให้เกิดความรับผิดทางแพ่งหรือไม่ โดยต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายเป็นรายกรณี
จี้ยกระดับมาตรฐานรีวิวออนไลน์ จากข้อเสนอแนะสู่มาตรการบังคับ
ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้จัดทำข้อเสนอแนะมาตรฐานว่าด้วยการรวบรวม กลั่นกรอง และเผยแพร่รีวิวของผู้บริโภคบนช่องทางออนไลน์ (ขมธอ. 32-2565) ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อให้ผู้ให้บริการมีแนวทางตรวจสอบรีวิวที่น่าเชื่อถือ
มาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมการยืนยันตัวตนผู้เขียนรีวิว การตรวจสอบประสบการณ์ของผู้บริโภค การกลั่นกรองความคิดเห็นอย่างเป็นธรรม และการใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อช่วยตรวจสอบเนื้อหา
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมาตรฐานดังกล่าวยังอยู่ในรูปแบบข้อเสนอแนะ สภาผู้บริโภคจึงเสนอให้พิจารณายกระดับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพบังคับทางกฎหมาย เพื่อให้แพลตฟอร์มต้องมีมาตรการตรวจจับและจัดการรีวิวที่เข้าข่ายหลอกลวงอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมเรียกร้องให้ ETDA สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และตำรวจ เร่งตรวจสอบแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าปลอม ทั้งการยืนยันตัวตนผู้ขาย การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า การระงับร้านค้าที่กระทำผิด และการติดตามร้านค้าที่กลับมาเปิดใหม่หลังถูกปิด
รวมถึงกำหนดมาตรการแจ้งเตือนผู้บริโภคเมื่อพบสินค้าที่มีความเสี่ยง และพิจารณาความรับผิดของแพลตฟอร์มที่ละเลยหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ภาระการพิสูจน์ความเสียหายและติดตามผู้ขายตกอยู่กับผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว
เปิด 5 วิธีจับพิรุธรีวิวปลอม ก่อนเสียเงินและเสี่ยงสุขภาพ
สภาผู้บริโภคแนะนำวิธีตรวจสอบก่อนซื้อสินค้าออนไลน์ ดังนี้
- อ่านรีวิว 1–3 ดาว ไม่ดูเฉพาะคะแนน 5 ดาว เพื่อค้นหาปัญหาที่ผู้ซื้อรายอื่นพบ
- สังเกตช่วงเวลารีวิว หากร้านเพิ่งเปิดแต่มีรีวิวจำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกัน ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
- ตรวจสอบภาพและข้อความ ระวังรีวิวที่ใช้ภาพซ้ำ ข้อความคล้ายกัน หรือมีแต่คำชมโดยไม่มีรายละเอียดการใช้งานจริง
- ตรวจสอบร้านค้าและราคา เลือกผู้ขายที่ตรวจสอบตัวตนได้ และระวังสินค้าที่มีราคาถูกผิดปกติ
- ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์กับ อย. โดยเฉพาะอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ต้องตรวจสอบฉลาก ผู้ผลิต และข้อมูลการอนุญาตให้ตรงกับสินค้า
หากได้รับสินค้าที่สงสัยว่าเป็นของปลอม ควรหยุดใช้ทันที เก็บหลักฐานคำสั่งซื้อ ภาพสินค้า รีวิว และข้อความสนทนากับผู้ขาย เพื่อใช้ร้องเรียนต่อแพลตฟอร์มและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากใช้ผลิตภัณฑ์แล้วมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์
สภาผู้บริโภคย้ำว่า การป้องกันรีวิวปลอมและสินค้าปลอมไม่ควรเป็นภาระของผู้ซื้อเพียงฝ่ายเดียว แต่แพลตฟอร์มซึ่งเป็นช่องทางการซื้อขายและได้รับประโยชน์ทางธุรกิจ ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการตรวจสอบ ป้องกัน และจัดการความเสี่ยงอย่างจริงจัง







