
SIAMJNK ต่อยอดธุรกิจ 25 ปี จากคลังสินค้า สู่ Ecosystem ของ SME
ถอดแนวคิด SIAMJNK ตลอด 25 ปี จากผู้พัฒนาคลังสินค้าให้เช่าทำเลยุทธศาสตร์กรุงเทพฯ สู่การสร้าง Ecosystem ลดภาระหลังบ้าน SME และต่อยอดโอกาสเติบโตให้ผู้ประกอบการไทย
ยอดขายที่เติบโตขึ้นนับเป็นสัญญาณที่ดีของคนทำธุรกิจ แต่สำหรับ SME ที่กำลังขยายตัวในยุคอีคอมเมิร์ซ การมีออเดอร์เพิ่มขึ้นย่อมมาพร้อมโจทย์ใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่เก็บสินค้าในบ้าน ห้องเช่า หรือหลังร้านเริ่มไม่เพียงพอ ผู้ประกอบการจึงต้องมองหาคลังสินค้าที่รองรับการเติบโตได้มากขึ้น
ทว่าการเช่าคลังสินค้าไม่ได้มีเพียงค่าเช่ารายเดือน แต่ยังรวมถึงค่าขนย้ายสินค้า การลงทุนอุปกรณ์ การจัดระบบคลัง ตลอดจนเวลาและกำลังคนที่ต้องใช้ในการบริหารจัดการ
ยิ่งการแข่งขันอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) วัดกันทั้งความเร็วในการจัดส่งและความคล่องตัวในการดำเนินงานแล้ว ทำเลคลังสินค้าจึงเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนและประสิทธิภาพของธุรกิจโดยตรง
ตั้งแต่ระยะทางขนส่ง การเดินทางของทีมงาน ไปจนถึงการติดต่อคู่ค้า และการจัดการงานในแต่ละวัน
ดังนั้นการเลือกคลังสินค้าจึงไม่ใช่แค่การหาพื้นที่รองรับสต็อกอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงการวางรากฐานระบบหลังบ้าน ให้ธุรกิจบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมเติบโตในระยะยาว
แนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ SIAMJNK (สยามเจเอ็นเค) ผู้ให้บริการคลังสินค้าให้เช่าในทำเลยุทธศาสตร์ของกรุงเทพฯ มองเห็นความสำคัญดังกล่าวมาตลอด 25 ปี ภายใต้แนวคิด “The First Boutique Warehouse in Thailand” ที่มองว่าคลังสินค้าไม่ควรเป็นเพียงแค่พื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้า แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบสนับสนุนธุรกิจ ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการได้สะดวก คล่องตัว และพร้อมรองรับการเติบโตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
พัฒนาคลังสินค้ารองรับทุกธุรกิจ
ย้อนกลับไปในปี 2555 SIAMJNK เริ่มพัฒนาคลังสินค้าให้เช่าบนพื้นที่ 19 ไร่ ย่านถนนจันทน์ เขตสาทร กรุงเทพฯ รวม 50 ยูนิต เพื่อรองรับธุรกิจนำเข้า–ส่งออก และโลจิสติกส์ ก่อนขยายโครงการในปี 2558 ไปยังย่านราษฎร์บูรณะ บนพื้นที่ 40 ไร่ พร้อมคลังสินค้าอีก 50 ยูนิต รองรับตั้งแต่ผู้ผลิตและผู้นำเข้า–ส่งออก ไปจนถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่และ SME ที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่ยืดหยุ่นและทันสมัย
ต่อมา SIAMJNK ขยายทำเลให้ครอบคลุมลาดพร้าว 87 วิภาวดี–สุทธิสาร และย่านไชน่าทาวน์–ทรงวาด และยังมีตัวเลือกในการเช่าคลังสินค้าใกล้ ทางด่วน BTS และ MRT เพื่อรองรับธุรกิจที่ต้องการกระจายสินค้าเข้าสู่ใจกลางเมือง
จึงมีอีกหนึ่งแนวคิดคือ “The Best Location for Your Bussiness” เพื่อมุ่งลดภาระการบริหารจัดการที่ไม่จำเป็นของผู้ประกอบการ และเพิ่มประสิทธิภาพความคล่องตัวในการขนส่งทั้งเรื่อง FMCG และ Last mile logistics
ทั้งนี้ หากถามว่าทำไมการจัดการสินค้าจึงสำคัญ และการมีพื้นที่คลังสินค้าในทำเลที่ดีเป็นข้อได้เปรียบอย่างไรนั้น
สิ่งที่ SIAMJNK มองคือ เพราะธุรกิจแต่ละประเภทมีความต้องการต่างกัน ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซต้องการความรวดเร็วในการจัดการออเดอร์และขนส่ง
ขณะที่ธุรกิจนำเข้า–ส่งออกให้ความสำคัญกับการประสานงานคู่ค้า ส่วนธุรกิจที่มีทีมงานประจำคลังสินค้าอาจต้องการพื้นที่สำนักงานควบคู่กับพื้นที่จัดเก็บ
SIAMJNK จึงพัฒนาคลังสินค้าในรูปแบบ Customized Boutique Warehouse ที่ปรับพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งานจริง แทนการใช้รูปแบบเดียวกับลูกค้าทุกกลุ่ม ครอบคลุมตั้งแต่ SME และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ไปจนถึงธุรกิจ Enterprise และแบรนด์ชั้นนำที่มีความต้องการด้านพื้นที่และมาตรฐานการดำเนินงานแตกต่างกัน
คลังสินค้าใจกลางเมือง ไม่ได้วัดกันแค่ค่าเช่า
ทั้งนี้ “ธิติ คัณธามานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และประธานบริหารกลุ่มบริษัท สยาม เจ เอ็น เค จำกัด (SIAMJNK Group) มองว่า คลังสินค้ากำลังมีบทบาทมากกว่าการเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อจัดเก็บสินค้า แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับการทำงานของธุรกิจในเมือง
โดยเฉพาะในยุคที่ E-COMMERCE ทำให้ผู้บริโภคคาดหวังความรวดเร็วในการส่งมอบสินค้ามากขึ้น
เมื่อความเร็วกลายเป็นปัจจัยสำคัญ ทำเลจึงไม่ได้มีความหมายเพียงการอยู่ใกล้ถนนสายหลักหรือการมีค่าเช่าที่เหมาะสม แต่ยังเกี่ยวข้องกับเวลาในการเดินทาง การรับ–ส่งสินค้า การติดต่อคู่ค้า และความคล่องตัวในการบริหารจัดการหลังบ้าน
อย่างไรก็ตาม ทำเลที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะหากพื้นที่ไม่สอดคล้องกับรูปแบบการทำงาน ผู้ประกอบการก็อาจต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น เช่น การลงทุนซื้ออุปกรณ์เอง การจัดพื้นที่ใหม่ให้เหมาะกับสินค้า การเสียเวลาประสานงานซ่อมบำรุง หรือการเช่าสถานที่ภายนอกเพื่อจัดกิจกรรมและพบปะคู่ค้า
ปรับพื้นที่ให้เข้ากับธุรกิจ
อย่างไรก็ตามโจทย์สำคัญของการเลือกคลังสินค้าคือ พื้นที่ที่มีอยู่สามารถรองรับรูปแบบการทำงานของธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด เพราะสินค้าแต่ละประเภทมีข้อกำหนดแตกต่างกัน ทั้งขนาด น้ำหนัก วิธีจัดเก็บ และขั้นตอนการเคลื่อนย้ายคลัง
สินค้าที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ว่างขนาดใหญ่ แต่ต้องสามารถจัดวางพื้นที่ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงาน ตั้งแต่รับสินค้า จัดเก็บ หยิบสินค้า ไปจนถึงเตรียมส่งออกจากคลัง
ทั้งนี้ แนวทาง Customized ของ SIAMJNK เปิดโอกาสให้ผู้เช่าได้ปรับแต่งพื้นที่ตามความเหมาะสมและข้อกำหนดของแต่ละอาคาร เช่น การจัดทำสำนักงานภายในคลังสินค้า เพื่อให้ทีมบริหารและทีมปฏิบัติการทำงานร่วมกันได้สะดวกขึ้น พร้อมบริการให้คำปรึกษาและช่วยวางเลย์เอาท์ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง
สำหรับพื้นที่เช่ามีขนาดให้เลือกประมาณ 200–3,000 ตารางเมตร โดยอาคารรองรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส และพื้นคลังสินค้าสามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 5 ตันต่อตารางเมตรในอาคารที่มีสเปกรองรับ ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบรายละเอียดทางเทคนิคและขอบเขตการปรับแต่งของแต่ละยูนิตก่อนตัดสินใจเช่า
แนวคิดนี้ทำให้การเลือกคลังสินค้าไม่จำเป็นต้องมองแค่ว่าต้องเช่าพื้นที่กี่ตารางเมตร แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจก่อนว่าธุรกิจมีสินค้าแบบใด ต้องจัดเก็บและเคลื่อนย้ายอย่างไร และต้องการพื้นที่ส่วนไหนเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
รวมถึงบริการรถ Forklift พร้อมคนขับตามเงื่อนไข ระบบแจ้งซ่อมออนไลน์ ทีมดูแลอาคาร และระบบรักษาความปลอดภัยที่มีกล้องวงจรปิดรอบโครงการและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
บริการเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการบริหารงานหลังบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด
WONDER WAREHOUSE พื้นที่ต่อยอดธุรกิจ
นอกจากพื้นที่คลังสินค้าและบริการสนับสนุนการดำเนินงานแล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบของโครงการ SIAMJNK ที่น่าสนใจคือ WONDER WAREHOUSE พื้นที่ส่วนกลางริมแม่น้ำเจ้าพระยาในโครงการราษฎร์บูรณะ ซึ่งสามารถใช้จัดกิจกรรมได้หลายอย่าง เช่น จัดงานประชุมสัมนา จัดอบรมพนักงาน งานอีเวนต์ กิจกรรมพบปะคู่ค้า จัดงานแสดงสินค้า และงานอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งลูกค้าของ SIAMJNK สามารถมาใช้บริการพื้นที่ตรงนี้ได้ฟรีตามเงื่อนไขที่กำหนด
สำหรับผู้ประกอบการ พื้นที่ลักษณะนี้อาจมีบทบาทมากกว่าการเป็นสถานที่จัดกิจกรรม เพราะการนำเสนอสินค้า การสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้า และการพบปะเครือข่ายทางธุรกิจ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการขยายโอกาสทางการค้า
โดยเฉพาะ SME ที่ต้องการพื้นที่พบปะลูกค้าหรือจัดกิจกรรมทางธุรกิจ แต่ไม่ต้องการลงทุนสร้างสถานที่ของตัวเอง การมีพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามเงื่อนไขจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเชื่อมโยงการทำงานหลังบ้านเข้ากับกิจกรรมที่สร้างโอกาสทางธุรกิจ
เมื่อมองในภาพรวม WONDER WAREHOUSE จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด ECOSYSTEM ที่ SIAMJNK ต้องการพัฒนาให้มากกว่าการให้เช่าพื้นที่ โดยเชื่อมโยงคลังสินค้า บริการสนับสนุน และพื้นที่สำหรับสร้างปฏิสัมพันธ์ทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน
ทั้งนี้ การใช้งานพื้นที่ส่วนกลางขึ้นอยู่กับรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการ เมื่อธุรกิจขยายตัว ความต้องการด้านพื้นที่ย่อมเปลี่ยนไปตามขนาดและความซับซ้อนของการดำเนินงาน จากการเก็บสินค้าและจัดส่งด้วยทีมงานขนาดเล็ก อาจพัฒนาไปสู่การบริหารสินค้าหลายประเภท การทำงานร่วมกับคู่ค้าหลายราย และการจัดการ Supply Chain ที่มีขั้นตอนมากขึ้น
ในจังหวะนี้ คลังสินค้าไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รองรับสินค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องช่วยให้การทำงานเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่พื้นที่จัดเก็บ การเคลื่อนย้ายสินค้า ไปจนถึงการบริหารจัดการในแต่ละภาคส่วนให้สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
และทั้งหมดนี้คือแนวคิดตลอด 25 ปี ที่ SIAMJNK พัฒนาพื้นที่และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลาย โดยมีทั้งทำเลในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน พื้นที่ให้เช่าหลายขนาด และบริการสนับสนุนที่แตกต่างกันตามโครงการ เพื่อรองรับผู้ประกอบการในแต่ละช่วงของการเติบโต







