posttoday
“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง

“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง

02 ตุลาคม 2569

“ซาวน์ น้ำ” คาเฟ่ที่เปิด “สาวบางโพ” เวอร์ชันออริจินัล และอีกหลายเพลงที่คนไม่เคยฟัง ชุบชีวิตเพลงเก่าผ่านแผ่นเสียง พร้อมจิบกาแฟ ลุกขึ้นเต้นรำ ที่ย่านนางเลิ้ง

ณ แยกจักรพรรดิพงษ์ ย่านนางเลิ้ง ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและกลิ่นอายของความทรงจำ มีคาเฟ่เล็ก ๆ แห่งหนึ่งชื่อ Ssoundnamm (ซาวน์ น้ำ)

 

ทันทีที่เปิดประตูเดินเข้าไป นอกจากกลิ่นหอมของกาแฟที่ลอยมาแตะจมูก ยังมีเสียงเพลงจากแผ่นเสียงค่อย ๆ คลอไปทั่วร้าน

 

และถ้าคิดว่าจะได้ยินแค่เพลงแจ๊ส เพลงสากล หรือเพลงฮิตที่คุ้นหู ก็คงต้องคิดใหม่ เพราะที่นี่อาจพาเราย้อนกลับไปไกลกว่านั้น

 

เสียงจังหวะโจ๊ะ ๆ ของ “สาวบางโพ” ในเวอร์ชันออริจินัล ดังขึ้นจากเครื่องเล่น สลับกับ “หาคู่” ของเพลิน พรมแดน ขณะที่เพลงอย่าง "คนกรุงเทพฯ" ของศรีไศล สุชาตวุฒิ และ "ลำแพนมอเตอร์ไซค์ทำแสบ" ของขวัญตา ฟ้าสว่าง ถูกหยิบขึ้นมาเปิดทีละเพลง

 

แผ่นไวนิลที่กำลังหมุนอยู่บนเครื่องเล่น จึงทำหน้าที่เสมือนไทม์แมชชีน พาเราย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศของยุคสมัยที่เพลงเหล่านี้เคยดังอยู่ตามบ้าน ตามร้านค้า หรือวิทยุของคุณพ่อคุณแม่

 

ขณะเดียวกัน รอบ ๆ ร้านก็เต็มไปด้วยเรื่องราวจากวันวาน ทั้งแผ่นเสียงเก่าที่สะสมมานานหลายปี ไปจนถึงข้าวของและเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง ตั้งแต่ประตูทางเข้า โต๊ะ เก้าอี้ ไปจนถึงของจุกจิกต่าง ๆ ล้วนมีกลิ่นอายของท้องถิ่นไทยแทรกอยู่ในรายละเอียด

 

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความหลงใหลของ “เงิน-ณพวุฒิ จุลไสย” และ “อาย-รวิสรา ตั้งจิตรัตน์” ที่มีความชอบคนละมุม แต่กลับมาบรรจบกันได้ที่เสียงเพลง ของเก่า และบรรยากาศแบบไทย ๆ จากความชอบส่วนตัว จึงค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ทั้งคู่ตั้งใจชวนคนอื่นเข้ามาสัมผัส

 

 

 

“โพสต์ทูเดย์” จึงชวน ทั้งสองคนมานั่งพูดคุยกันแบบสบาย ๆ ในร้านของพวกเขาเอง

 

บทสนทนาครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องที่มาของร้านหรือแผนธุรกิจ แต่เป็นการนั่งจิบกาแฟ ฟังเพลงไทยจากแผ่นเสียงที่หมุนคลออยู่ข้าง ๆ พูดคุยตั้งแต่เรื่องเพลง ของสะสม ความทรงจำ ไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระในชีวิตประจำวัน

 

แอร์สาวผู้ชอบกาแฟ-กับชายผู้ชอบสะสมแผ่นเสียง

 

จนกระทั่ง “อาย-รวิสรา” เล่าว่าเธอเป็นแอร์โฮสเตสสายการบินแห่งหนึ่ง ผู้มีความรักในการดื่มและชงกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ เธอมักจะเดินทางออกไปเฟ้นหาเมล็ดกาแฟคุณภาพตามต่างจังหวัดอย่างน่านและเชียงใหม่ นำมาทดลองชงดื่มเองและแบ่งปันให้เพื่อนฝูงได้ลิ้มลอง เมื่อทุกคนต่างเอ่ยปากชมในรสชาติ 

 

เธอจึงรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะส่งต่อกาแฟรสชาติดีให้ผู้คนในวงกว้างได้สัมผัส

 

ในขณะเดียวกัน “เงิน-ณพวุฒิ” ชายหนุ่มผู้หลงใหลในความงามและเสน่ห์ของวัฒนธรรมดนตรีไทย เขาเริ่มต้นสะสมความทรงจำผ่านเสียงเพลงมาตั้งแต่สมัยมัธยม เริ่มจากเทปคาสเซ็ท ขยับขยายสู่การตามหาแผ่นเสียงไทยตามสนามหลวง ท่าช้าง ตลาดนัด ตลอดจนการเข้าไปยกเข่งแผ่นเสียงเก่าจากสถานีวิทยุ หรือไปดักรอแผ่นเสียงโบราณที่ถูกโละขายในตลาดคลองถม 

 

“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง

 

เมื่อกรุแผ่นเสียงอันทรงคุณค่าของเงิน และความเชี่ยวชาญด้านกาแฟของอาย มาพบกับตึกเก่าอันมีเอกลักษณ์ในย่านนางเลิ้ง การเดินทางของร้านซาวน์ น้ำ จึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างลงตัว

 

 

"นางเลิ้ง" ทำเลประวัติศาสตร์ รวม SME เก่าแก่

 

ทั้งคู่ตัดสินใจปักหมุดทำเลที่ย่าน นางเลิ้ง เพราะเสน่ห์ความเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญ โดยพวกเขาเล่าว่า นางเลิ้งเป็นที่ตั้งของตลาดบกแห่งแรกของประเทศไทย และยังเป็นศูนย์รวมของธุรกิจ SME เก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมานานกว่า 50 ปี 

 

เงินเปรียบย่านนางเลิ้งเป็นเสมือน "นาฬิกาโลก" ที่โครงสร้างสถาปัตยกรรมและอาคารเก่าได้รับการอนุรักษ์ไว้ ไม่สามารถสร้างตึกสูงได้ มีเพียงผู้คนและยุคสมัยเท่านั้นที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านเข้ามา 

 

นางเลิ้งจึงไม่ใช่ย่านที่คอมเมอร์เชียลจนเกินไป แต่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างชุมชนดั้งเดิมและวิถีชีวิตใหม่ได้อย่างกลมกลืน

 

“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง

 

ส่วนชื่อร้าน "ซาวน์ น้ำ" ถูกคิดค้นขึ้นจากตัวตนของร้านอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากร้านเน้นขายเครื่องดื่มจำพวกกาแฟและมัทฉะซึ่งเรียกรวมว่า "น้ำ" ประกอบกับมีแผ่นเสียงและเสียงดนตรีซึ่งนึกถึงคำว่า "ซาวด์" (Sound) ทั้งคู่จึงนำคำว่า Sound ภาษาอังกฤษมาเขียนทับศัพท์เป็นภาษาไทย ผสมเข้ากับคำว่า น้ำ จนกลายมาเป็นชื่อ "ซาวน์ น้ำ" ที่สะท้อนความเป็นไทยและความร่วมสมัยได้อย่างมีเสน่ห์

 

“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง

 

เสน่ห์แห่งแผ่นเสียง คือความไม่เพอร์เฟกต์ 

 

สำหรับเงิน เสน่ห์ที่แท้จริงของแผ่นเสียงไทยคือ "ความไม่เพอร์เฟกต์" กระบวนการปั๊มแผ่นเสียงในยุคก่อนของไทยมีมาตรฐานที่หลากหลาย

 

ในยุคแรกๆ แผ่นเสียงไทยส่วนใหญ่จะส่งไปปั๊มผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้คุณภาพเนื้อแผ่นและน้ำเสียงออกมาดีและคมชัด ยุคต่อม เมื่อเริ่มมีการปั๊มแผ่นเองภายในประเทศไทย คุณภาพของเนื้อแผ่นจะมีความสุ่ม (Random) ไม่สม่ำเสมอ เสียงที่ได้จึงมีความตะกุกตะกักและมี Sound Character ที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ความไม่สมบูรณ์แบบนี้เองกลับกลายเป็นเสน่ห์อันน่าหลงใหลเฉพาะตัว 

 

สำหรับเงินแล้ว เสน่ห์ของแผ่นเสียงไทยไม่ได้อยู่แค่เสียงเพลงที่ถูกบันทึกลงบนแผ่น แต่ยังอยู่ที่เรื่องราวของเพลงแต่ละแผ่นที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

 

หลายแผ่นเป็นเพลงหมอลำหรือลูกทุ่งจากศิลปินที่อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในยุคนั้น บางเพลงไม่ได้ถูกเปิดโปรโมตผ่านสถานีวิทยุด้วยซ้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แล้วถูกหยิบกลับมาเปิดฟังอีกครั้ง กลับพบว่าเพลงเหล่านั้นมีคุณภาพและมีเสน่ห์ในแบบที่น่าประหลาดใจ

 

นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาสนุกกับการตามหาเพลงเก่า เพราะยิ่งค้น ก็ยิ่งเจอเพลงที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

 

ที่ ซาวน์ น้ำ เพลงที่ถูกเลือกมาเปิดจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแนวใดแนวหนึ่ง แต่มีตั้งแต่ ลูกทุ่ง ลูกกรุง หมอลำ ไปจนถึงเพลงสากลที่ขับร้องโดยนักร้องไทย ขึ้นอยู่กับว่าในวันนั้นอยากพาคนฟังเดินทางไปที่ไหน

 

หนึ่งในศิลปินที่เงินชื่นชอบเป็นพิเศษคือ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศิลปินลูกทุ่งและเพลงแหล่ระดับตำนานที่มีเอกลักษณ์ทั้งน้ำเสียงและวิธีการถ่ายทอดเพลง จนทำให้แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี ผลงานของเขายังคงถูกหยิบกลับมาฟังอยู่เสมอ

 

“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง

 

แต่สำหรับ ซาวน์ น้ำ การเก็บแผ่นเสียงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเก็บทุกแผ่นไว้ในร้านเท่านั้น เมื่อมีแผ่นที่มีซ้ำกัน บางส่วนจึงถูกนำออกมาจำหน่ายต่อ เพื่อให้แผ่นเสียงเหล่านั้นได้เดินทางไปอยู่กับคนที่อยากฟัง และช่วยส่งต่อเพลงไทยจากอดีตออกไปให้ไกลกว่าพื้นที่ของร้าน

 

น่าสนใจว่า ลูกค้าบางคนเป็นชาวต่างชาติที่ตามหาแผ่นเสียงไทยหายากผ่านอินบ็อกซ์ของร้าน บางคนถึงขั้นจองแผ่นไว้ แล้วเดินทางมารับด้วยตัวเอง

 

ขณะเดียวกัน ร้านก็กลายเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ของคนรักเสียงเพลง ลูกค้าประจำบางคนไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อดื่มกาแฟ แต่หอบแผ่นเสียงของตัวเองมาด้วย แล้วเปิดแลกเปลี่ยนเพลงและเรื่องราวกัน

 

“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง

 

แผ่นเสียงเก่า แต่เป็นนวัตกรรมใหม่ของคนยุคนี้

 

ในมุมของเงิน สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ แผ่นเสียงซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเทคโนโลยีของคนรุ่นก่อน กลับกลายเป็นเหมือน “นวัตกรรมใหม่” สำหรับคนรุ่นใหม่

 

เพราะในวันที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการเปิดเพลงผ่านสตรีมมิ่ง เพียงปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอ การหยิบแผ่นออกจากปก วางลงบนเครื่องเล่น ค่อย ๆ ปล่อยให้เข็มสัมผัสร่องเสียง และนั่งฟังเพลงหนึ่งเพลงจนจบ กลับเป็นประสบการณ์ที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยสัมผัส

 

มันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเสียง แต่เป็นเรื่องของการได้เห็น ได้จับ และได้รู้ว่า กว่าเพลงหนึ่งเพลงจะเดินทางมาถึงหูคนฟังนั้น ผ่านมือและฝีมือของคนอีกยุคหนึ่งมาอย่างไร

 

โดยทางร้านยังคงรักษาร่องรอยและจัดวางเฟอร์นิเจอร์เดิมเอาไว้ เพื่อส่งต่อความทรงจำจากคนยุคก่อนสู่คนยุคปัจจุบัน

 

“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง

 

พื้นที่สร้างความสุขที่เชื่อมโยงทุกเจเนอเรชัน

 

ทุก เสาร์แรกของเดือน ซาวน์ น้ำ จะเปิดพื้นที่จัดอีเวนต์พิเศษ เชิญดีเจมาเปิดแผ่นเสียงเพลงไทยและเพลงสากลที่ร้องโดยคนไทย 

 

บรรยากาศภายในร้านจะอบอวลไปด้วยพลังงานแห่งความสุข ผู้คนทุกเจเนอเรชัน ทั้งคนรุ่นใหญ่และวัยรุ่น ต่างสามารถลุกขึ้นมาเต้นและเซิ้งหมอลำร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

 

รักษาตัวตนของร้านให้ได้นาน ๆ 

 

สำหรับ ซาวน์ น้ำ เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การเติบโตให้ใหญ่ที่สุด หรือขยายร้านให้ได้มากที่สุด แต่คือการรักษาตัวตนและบรรยากาศของพื้นที่แห่งนี้เอาไว้ให้ได้ในระยะยาว ทั้งในอีก 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า

 

เพราะสิ่งที่ทั้งคู่กำลังทำ ไม่ได้มีเพียงการเปิดร้านกาแฟ แต่คือการเก็บรักษาและส่งต่อเรื่องราวของเพลงไทยจากคนรุ่นก่อน ให้ยังมีพื้นที่อยู่ในชีวิตของคนรุ่นใหม่

 

ขณะเดียวกัน ซาวน์ น้ำ ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเล็ก ๆ ที่พาดนตรีไทยไปหาคนต่างชาติ เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามานั่งฟังเพลง ดื่มกาแฟ หรือเลือกซื้อแผ่นเสียงกลับไป สิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นอีกทางที่ทำให้เสียงเพลงและเรื่องราวของไทยเดินทางออกไปไกลกว่าร้าน

 

“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง

 

ในวันที่ร้านกาแฟผุดทุกมุมเมือง 

 

เมื่อมองในมุมธุรกิจ สิ่งที่ ซาวน์ น้ำ เลือกทำจึงน่าสนใจตรงที่ไม่ได้แข่งขันด้วยกาแฟเพียงอย่างเดียว เพราะในวันที่ร้านกาแฟมีอยู่แทบทุกมุมเมือง สิ่งที่ทำให้คนเลือกเดินเข้าร้านหนึ่งร้าน อาจไม่ใช่แค่รสชาติของสินค้า แต่คือ ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น

 

เงิน บอกว่า กาแฟยังคงเป็นกาแฟ แต่เมื่อถูกวางอยู่ท่ามกลางเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง หมอลำ แผ่นเสียงเก่า ของสะสม และบรรยากาศของย่านนางเลิ้ง กาแฟหนึ่งแก้วก็มีเรื่องราวมากขึ้น จุดเริ่มต้นของร้านเองก็สะท้อนแนวคิดนี้เช่นกัน 

 

เมื่อความชอบของคนสองคนถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกัน คนหนึ่งมีความหลงใหลในกาแฟ อีกคนมีคลังความรู้และความหลงใหลในแผ่นเสียงไทยโบราณ จากความชอบที่ดูเหมือนอยู่คนละโลก จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านที่เลียนแบบกันได้ยาก

 

อีกส่วนที่น่าสนใจคือการเลือก “นางเลิ้ง” เป็นพื้นที่ของร้าน เพราะทั้งทำเลและตัวตนของร้านต่างมีเรื่องราวของอดีตอยู่ในตัว การนำธุรกิจใหม่เข้ามาอยู่ในย่านเก่า จึงไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนชุมชนให้กลายเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งหมด แต่เป็นการหยิบเสน่ห์เดิมของพื้นที่มาต่อยอดในรูปแบบใหม่

 

เช่นเดียวกับแผ่นเสียงที่เงินมองว่า ของจากอดีตไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งไว้ในอดีตเสมอไป สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเทคโนโลยีของคนรุ่นก่อน วันนี้อาจกลายเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับคนที่เติบโตมากับโลกดิจิทัลได้ เพียงแค่เปลี่ยนวิธีเล่า และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง

 

“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง

 

ท้ายที่สุด สิ่งที่ Ssoundnamm กำลังสร้างจึงอาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนโต๊ะ จำนวนสาขา หรือยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าในอีกหลายปีข้างหน้า ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ยังสามารถเปิดเพลงเก่าให้คนรุ่นใหม่ฟังได้ไหม และยังมีใครสักคนเดินเข้ามาแล้วถามว่า

 

“เพลงนี้คือเพลงอะไร ทำไมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย?”

 

เพราะบางที การส่งต่อมรดกทางเสียงที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การเก็บมันไว้อย่างดี แต่คือการทำให้คนรุ่นต่อไปอยากหยิบมันขึ้นมาฟังอีกครั้ง

 

 

ข่าวล่าสุด

อย่าปล่อยเงินออมนอนนิ่ง! “ไทยเครดิต” แนะทริคจัดพอร์ตเงินฝากตามช่วงวัย สู้เงินเฟ้อ-ปั้นเงินเก็บเป็นเงินก้อน

อย่าปล่อยเงินออมนอนนิ่ง! “ไทยเครดิต” แนะทริคจัดพอร์ตเงินฝากตามช่วงวัย สู้เงินเฟ้อ-ปั้นเงินเก็บเป็นเงินก้อน