
“ซาวน์ น้ำ” เปิดกรุแผ่นเสียงเก่า ฟังลูกทุ่ง-หมอลำ นั่งจิบกาแฟที่นางเลิ้ง
“ซาวน์ น้ำ” คาเฟ่ที่เปิด “สาวบางโพ” เวอร์ชันออริจินัล และอีกหลายเพลงที่คนไม่เคยฟัง ชุบชีวิตเพลงเก่าผ่านแผ่นเสียง พร้อมจิบกาแฟ ลุกขึ้นเต้นรำ ที่ย่านนางเลิ้ง
ณ แยกจักรพรรดิพงษ์ ย่านนางเลิ้ง ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและกลิ่นอายของความทรงจำ มีคาเฟ่เล็ก ๆ แห่งหนึ่งชื่อ Ssoundnamm (ซาวน์ น้ำ)
ทันทีที่เปิดประตูเดินเข้าไป นอกจากกลิ่นหอมของกาแฟที่ลอยมาแตะจมูก ยังมีเสียงเพลงจากแผ่นเสียงค่อย ๆ คลอไปทั่วร้าน
และถ้าคิดว่าจะได้ยินแค่เพลงแจ๊ส เพลงสากล หรือเพลงฮิตที่คุ้นหู ก็คงต้องคิดใหม่ เพราะที่นี่อาจพาเราย้อนกลับไปไกลกว่านั้น
เสียงจังหวะโจ๊ะ ๆ ของ “สาวบางโพ” ในเวอร์ชันออริจินัล ดังขึ้นจากเครื่องเล่น สลับกับ “หาคู่” ของเพลิน พรมแดน ขณะที่เพลงอย่าง "คนกรุงเทพฯ" ของศรีไศล สุชาตวุฒิ และ "ลำแพนมอเตอร์ไซค์ทำแสบ" ของขวัญตา ฟ้าสว่าง ถูกหยิบขึ้นมาเปิดทีละเพลง
แผ่นไวนิลที่กำลังหมุนอยู่บนเครื่องเล่น จึงทำหน้าที่เสมือนไทม์แมชชีน พาเราย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศของยุคสมัยที่เพลงเหล่านี้เคยดังอยู่ตามบ้าน ตามร้านค้า หรือวิทยุของคุณพ่อคุณแม่
ขณะเดียวกัน รอบ ๆ ร้านก็เต็มไปด้วยเรื่องราวจากวันวาน ทั้งแผ่นเสียงเก่าที่สะสมมานานหลายปี ไปจนถึงข้าวของและเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง ตั้งแต่ประตูทางเข้า โต๊ะ เก้าอี้ ไปจนถึงของจุกจิกต่าง ๆ ล้วนมีกลิ่นอายของท้องถิ่นไทยแทรกอยู่ในรายละเอียด
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความหลงใหลของ “เงิน-ณพวุฒิ จุลไสย” และ “อาย-รวิสรา ตั้งจิตรัตน์” ที่มีความชอบคนละมุม แต่กลับมาบรรจบกันได้ที่เสียงเพลง ของเก่า และบรรยากาศแบบไทย ๆ จากความชอบส่วนตัว จึงค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ทั้งคู่ตั้งใจชวนคนอื่นเข้ามาสัมผัส
“โพสต์ทูเดย์” จึงชวน ทั้งสองคนมานั่งพูดคุยกันแบบสบาย ๆ ในร้านของพวกเขาเอง
บทสนทนาครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องที่มาของร้านหรือแผนธุรกิจ แต่เป็นการนั่งจิบกาแฟ ฟังเพลงไทยจากแผ่นเสียงที่หมุนคลออยู่ข้าง ๆ พูดคุยตั้งแต่เรื่องเพลง ของสะสม ความทรงจำ ไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระในชีวิตประจำวัน
แอร์สาวผู้ชอบกาแฟ-กับชายผู้ชอบสะสมแผ่นเสียง
จนกระทั่ง “อาย-รวิสรา” เล่าว่าเธอเป็นแอร์โฮสเตสสายการบินแห่งหนึ่ง ผู้มีความรักในการดื่มและชงกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ เธอมักจะเดินทางออกไปเฟ้นหาเมล็ดกาแฟคุณภาพตามต่างจังหวัดอย่างน่านและเชียงใหม่ นำมาทดลองชงดื่มเองและแบ่งปันให้เพื่อนฝูงได้ลิ้มลอง เมื่อทุกคนต่างเอ่ยปากชมในรสชาติ
เธอจึงรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะส่งต่อกาแฟรสชาติดีให้ผู้คนในวงกว้างได้สัมผัส
ในขณะเดียวกัน “เงิน-ณพวุฒิ” ชายหนุ่มผู้หลงใหลในความงามและเสน่ห์ของวัฒนธรรมดนตรีไทย เขาเริ่มต้นสะสมความทรงจำผ่านเสียงเพลงมาตั้งแต่สมัยมัธยม เริ่มจากเทปคาสเซ็ท ขยับขยายสู่การตามหาแผ่นเสียงไทยตามสนามหลวง ท่าช้าง ตลาดนัด ตลอดจนการเข้าไปยกเข่งแผ่นเสียงเก่าจากสถานีวิทยุ หรือไปดักรอแผ่นเสียงโบราณที่ถูกโละขายในตลาดคลองถม
เมื่อกรุแผ่นเสียงอันทรงคุณค่าของเงิน และความเชี่ยวชาญด้านกาแฟของอาย มาพบกับตึกเก่าอันมีเอกลักษณ์ในย่านนางเลิ้ง การเดินทางของร้านซาวน์ น้ำ จึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างลงตัว
"นางเลิ้ง" ทำเลประวัติศาสตร์ รวม SME เก่าแก่
ทั้งคู่ตัดสินใจปักหมุดทำเลที่ย่าน นางเลิ้ง เพราะเสน่ห์ความเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญ โดยพวกเขาเล่าว่า นางเลิ้งเป็นที่ตั้งของตลาดบกแห่งแรกของประเทศไทย และยังเป็นศูนย์รวมของธุรกิจ SME เก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมานานกว่า 50 ปี
เงินเปรียบย่านนางเลิ้งเป็นเสมือน "นาฬิกาโลก" ที่โครงสร้างสถาปัตยกรรมและอาคารเก่าได้รับการอนุรักษ์ไว้ ไม่สามารถสร้างตึกสูงได้ มีเพียงผู้คนและยุคสมัยเท่านั้นที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านเข้ามา
นางเลิ้งจึงไม่ใช่ย่านที่คอมเมอร์เชียลจนเกินไป แต่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างชุมชนดั้งเดิมและวิถีชีวิตใหม่ได้อย่างกลมกลืน
ส่วนชื่อร้าน "ซาวน์ น้ำ" ถูกคิดค้นขึ้นจากตัวตนของร้านอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากร้านเน้นขายเครื่องดื่มจำพวกกาแฟและมัทฉะซึ่งเรียกรวมว่า "น้ำ" ประกอบกับมีแผ่นเสียงและเสียงดนตรีซึ่งนึกถึงคำว่า "ซาวด์" (Sound) ทั้งคู่จึงนำคำว่า Sound ภาษาอังกฤษมาเขียนทับศัพท์เป็นภาษาไทย ผสมเข้ากับคำว่า น้ำ จนกลายมาเป็นชื่อ "ซาวน์ น้ำ" ที่สะท้อนความเป็นไทยและความร่วมสมัยได้อย่างมีเสน่ห์
เสน่ห์แห่งแผ่นเสียง คือความไม่เพอร์เฟกต์
สำหรับเงิน เสน่ห์ที่แท้จริงของแผ่นเสียงไทยคือ "ความไม่เพอร์เฟกต์" กระบวนการปั๊มแผ่นเสียงในยุคก่อนของไทยมีมาตรฐานที่หลากหลาย
ในยุคแรกๆ แผ่นเสียงไทยส่วนใหญ่จะส่งไปปั๊มผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้คุณภาพเนื้อแผ่นและน้ำเสียงออกมาดีและคมชัด ยุคต่อม เมื่อเริ่มมีการปั๊มแผ่นเองภายในประเทศไทย คุณภาพของเนื้อแผ่นจะมีความสุ่ม (Random) ไม่สม่ำเสมอ เสียงที่ได้จึงมีความตะกุกตะกักและมี Sound Character ที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ความไม่สมบูรณ์แบบนี้เองกลับกลายเป็นเสน่ห์อันน่าหลงใหลเฉพาะตัว
สำหรับเงินแล้ว เสน่ห์ของแผ่นเสียงไทยไม่ได้อยู่แค่เสียงเพลงที่ถูกบันทึกลงบนแผ่น แต่ยังอยู่ที่เรื่องราวของเพลงแต่ละแผ่นที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
หลายแผ่นเป็นเพลงหมอลำหรือลูกทุ่งจากศิลปินที่อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในยุคนั้น บางเพลงไม่ได้ถูกเปิดโปรโมตผ่านสถานีวิทยุด้วยซ้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แล้วถูกหยิบกลับมาเปิดฟังอีกครั้ง กลับพบว่าเพลงเหล่านั้นมีคุณภาพและมีเสน่ห์ในแบบที่น่าประหลาดใจ
นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาสนุกกับการตามหาเพลงเก่า เพราะยิ่งค้น ก็ยิ่งเจอเพลงที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
ที่ ซาวน์ น้ำ เพลงที่ถูกเลือกมาเปิดจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแนวใดแนวหนึ่ง แต่มีตั้งแต่ ลูกทุ่ง ลูกกรุง หมอลำ ไปจนถึงเพลงสากลที่ขับร้องโดยนักร้องไทย ขึ้นอยู่กับว่าในวันนั้นอยากพาคนฟังเดินทางไปที่ไหน
หนึ่งในศิลปินที่เงินชื่นชอบเป็นพิเศษคือ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศิลปินลูกทุ่งและเพลงแหล่ระดับตำนานที่มีเอกลักษณ์ทั้งน้ำเสียงและวิธีการถ่ายทอดเพลง จนทำให้แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี ผลงานของเขายังคงถูกหยิบกลับมาฟังอยู่เสมอ
แต่สำหรับ ซาวน์ น้ำ การเก็บแผ่นเสียงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเก็บทุกแผ่นไว้ในร้านเท่านั้น เมื่อมีแผ่นที่มีซ้ำกัน บางส่วนจึงถูกนำออกมาจำหน่ายต่อ เพื่อให้แผ่นเสียงเหล่านั้นได้เดินทางไปอยู่กับคนที่อยากฟัง และช่วยส่งต่อเพลงไทยจากอดีตออกไปให้ไกลกว่าพื้นที่ของร้าน
น่าสนใจว่า ลูกค้าบางคนเป็นชาวต่างชาติที่ตามหาแผ่นเสียงไทยหายากผ่านอินบ็อกซ์ของร้าน บางคนถึงขั้นจองแผ่นไว้ แล้วเดินทางมารับด้วยตัวเอง
ขณะเดียวกัน ร้านก็กลายเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ของคนรักเสียงเพลง ลูกค้าประจำบางคนไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อดื่มกาแฟ แต่หอบแผ่นเสียงของตัวเองมาด้วย แล้วเปิดแลกเปลี่ยนเพลงและเรื่องราวกัน
แผ่นเสียงเก่า แต่เป็นนวัตกรรมใหม่ของคนยุคนี้
ในมุมของเงิน สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ แผ่นเสียงซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเทคโนโลยีของคนรุ่นก่อน กลับกลายเป็นเหมือน “นวัตกรรมใหม่” สำหรับคนรุ่นใหม่
เพราะในวันที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการเปิดเพลงผ่านสตรีมมิ่ง เพียงปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอ การหยิบแผ่นออกจากปก วางลงบนเครื่องเล่น ค่อย ๆ ปล่อยให้เข็มสัมผัสร่องเสียง และนั่งฟังเพลงหนึ่งเพลงจนจบ กลับเป็นประสบการณ์ที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยสัมผัส
มันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเสียง แต่เป็นเรื่องของการได้เห็น ได้จับ และได้รู้ว่า กว่าเพลงหนึ่งเพลงจะเดินทางมาถึงหูคนฟังนั้น ผ่านมือและฝีมือของคนอีกยุคหนึ่งมาอย่างไร
โดยทางร้านยังคงรักษาร่องรอยและจัดวางเฟอร์นิเจอร์เดิมเอาไว้ เพื่อส่งต่อความทรงจำจากคนยุคก่อนสู่คนยุคปัจจุบัน
พื้นที่สร้างความสุขที่เชื่อมโยงทุกเจเนอเรชัน
ทุก เสาร์แรกของเดือน ซาวน์ น้ำ จะเปิดพื้นที่จัดอีเวนต์พิเศษ เชิญดีเจมาเปิดแผ่นเสียงเพลงไทยและเพลงสากลที่ร้องโดยคนไทย
บรรยากาศภายในร้านจะอบอวลไปด้วยพลังงานแห่งความสุข ผู้คนทุกเจเนอเรชัน ทั้งคนรุ่นใหญ่และวัยรุ่น ต่างสามารถลุกขึ้นมาเต้นและเซิ้งหมอลำร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
รักษาตัวตนของร้านให้ได้นาน ๆ
สำหรับ ซาวน์ น้ำ เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การเติบโตให้ใหญ่ที่สุด หรือขยายร้านให้ได้มากที่สุด แต่คือการรักษาตัวตนและบรรยากาศของพื้นที่แห่งนี้เอาไว้ให้ได้ในระยะยาว ทั้งในอีก 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า
เพราะสิ่งที่ทั้งคู่กำลังทำ ไม่ได้มีเพียงการเปิดร้านกาแฟ แต่คือการเก็บรักษาและส่งต่อเรื่องราวของเพลงไทยจากคนรุ่นก่อน ให้ยังมีพื้นที่อยู่ในชีวิตของคนรุ่นใหม่
ขณะเดียวกัน ซาวน์ น้ำ ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเล็ก ๆ ที่พาดนตรีไทยไปหาคนต่างชาติ เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามานั่งฟังเพลง ดื่มกาแฟ หรือเลือกซื้อแผ่นเสียงกลับไป สิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นอีกทางที่ทำให้เสียงเพลงและเรื่องราวของไทยเดินทางออกไปไกลกว่าร้าน
ในวันที่ร้านกาแฟผุดทุกมุมเมือง
เมื่อมองในมุมธุรกิจ สิ่งที่ ซาวน์ น้ำ เลือกทำจึงน่าสนใจตรงที่ไม่ได้แข่งขันด้วยกาแฟเพียงอย่างเดียว เพราะในวันที่ร้านกาแฟมีอยู่แทบทุกมุมเมือง สิ่งที่ทำให้คนเลือกเดินเข้าร้านหนึ่งร้าน อาจไม่ใช่แค่รสชาติของสินค้า แต่คือ ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น
เงิน บอกว่า กาแฟยังคงเป็นกาแฟ แต่เมื่อถูกวางอยู่ท่ามกลางเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง หมอลำ แผ่นเสียงเก่า ของสะสม และบรรยากาศของย่านนางเลิ้ง กาแฟหนึ่งแก้วก็มีเรื่องราวมากขึ้น จุดเริ่มต้นของร้านเองก็สะท้อนแนวคิดนี้เช่นกัน
เมื่อความชอบของคนสองคนถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกัน คนหนึ่งมีความหลงใหลในกาแฟ อีกคนมีคลังความรู้และความหลงใหลในแผ่นเสียงไทยโบราณ จากความชอบที่ดูเหมือนอยู่คนละโลก จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านที่เลียนแบบกันได้ยาก
อีกส่วนที่น่าสนใจคือการเลือก “นางเลิ้ง” เป็นพื้นที่ของร้าน เพราะทั้งทำเลและตัวตนของร้านต่างมีเรื่องราวของอดีตอยู่ในตัว การนำธุรกิจใหม่เข้ามาอยู่ในย่านเก่า จึงไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนชุมชนให้กลายเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งหมด แต่เป็นการหยิบเสน่ห์เดิมของพื้นที่มาต่อยอดในรูปแบบใหม่
เช่นเดียวกับแผ่นเสียงที่เงินมองว่า ของจากอดีตไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งไว้ในอดีตเสมอไป สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเทคโนโลยีของคนรุ่นก่อน วันนี้อาจกลายเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับคนที่เติบโตมากับโลกดิจิทัลได้ เพียงแค่เปลี่ยนวิธีเล่า และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง
ท้ายที่สุด สิ่งที่ Ssoundnamm กำลังสร้างจึงอาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนโต๊ะ จำนวนสาขา หรือยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าในอีกหลายปีข้างหน้า ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ยังสามารถเปิดเพลงเก่าให้คนรุ่นใหม่ฟังได้ไหม และยังมีใครสักคนเดินเข้ามาแล้วถามว่า
“เพลงนี้คือเพลงอะไร ทำไมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย?”
เพราะบางที การส่งต่อมรดกทางเสียงที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การเก็บมันไว้อย่างดี แต่คือการทำให้คนรุ่นต่อไปอยากหยิบมันขึ้นมาฟังอีกครั้ง







