
Doughnut Library โดนัทเนื้อเค้กเจ้าแรก จากอดีตสตาร์ทอัพลอนดอน ทำเล่นๆ จนเป็นกระแส
เรื่องเล่าของ Doughnut Library โดนัทเนื้อเค้ก เจ้าแรกในไทย ในกล่องหนังสือ จากอดีตสตาร์ทอัพลอนดอน ที่คิดทำเล่นๆ แต่ดันเป็นกระแส จนขยาย 10 สาขา
ถ้าพูดถึง “โดนัท” ในเมืองไทย ชื่อของแบรนด์ใหญ่ที่อยู่คู่ตลาดมานานคงเป็นภาพจำของใครหลายคน เพราะเพียงเอ่ยชื่อก็แทบไม่ต้องอธิบายว่าโดนัทหน้าตาเป็นอย่างไร หรือรสชาติแบบไหน
แต่ในตลาดที่มีเจ้าใหญ่ครองพื้นที่มานาน กลับมีโดนัทอีกแบรนด์หนึ่งค่อยๆ เข้ามาสร้างพื้นที่ของตัวเอง และใช้เวลาไม่นานก็กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกพูดถึงบนโลกโซเชียล
นั่นคือ “Doughnut Library” โดนัทเนื้อเค้กที่แบรนด์ระบุว่าเป็นเจ้าแรกในไทย ก่อตั้งโดย “เน็ต – กวิตา สุภัทรวณิชย์” ผู้ประกอบการที่เลือกใช้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ด้วยการทำ CEO Branding และลงมือสร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเองบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงแพกเกจจิ้งที่ออกแบบกล่องเหมือนหนังสือ สอดคล้องกับชื่อแบรนด์
เส้นทางของเน็ตไม่ได้เริ่มต้นจากธุรกิจอาหาร แต่มาจากโลกของ Marketing และ Tech Startup
“เน็ต – กวิตา” ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในโลกธุรกิจและเทคโนโลยีมานานถึง 7 ปี ก่อนหน้านั้นเน็ตเรียนด้าน Marketing ที่ NYU และผ่านประสบการณ์ทำงานกับ Ogilvy Singapore ก่อนจะขยับเข้าสู่โลก Tech Startup ที่อังกฤษ
ประสบการณ์ทั้งหมดทำให้เธอคุ้นเคยกับการมองธุรกิจในอีกมุมหนึ่ง ทั้งเรื่อง “Structure” โครงสร้างของธุรกิจ และ “Value” คุณค่าที่แบรนด์ต้องการส่งให้คนซื้อ
กระทั่งวันหนึ่ง เมื่อกลับมาใช้ชีวิตที่ประเทศไทย เธอกลับพบช่องว่างเล็กๆ จากเรื่องใกล้ตัว นั่นคือการหา “โดนัทแบบที่ตัวเองชอบกิน” เหมือนที่เคยกินในต่างประเทศไม่เจอ และนั่นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Doughnut Library
ซึ่งเธอเล่าผ่านเวที มหกรรม “Trade Exponential Fest 2026” ว่า แรงบันดาลใจของแบรนด์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ เธอได้เดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษและอเมริกา แล้วพบว่าโดนัทเนื้อเค้กได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ
แต่ในประเทศไทยยังไม่มีใครทำ จึงได้นำความชอบส่วนตัวมาพัฒนาเป็นสูตรโดนัทเนื้อเค้กที่เป็นเอกลักษณ์ โดยชูจุดเด่นด้วยการใช้วิธี "อบแทนการทอด" ให้สัมผัสที่นุ่มเหมือนกินเค้ก ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกในไทยที่ขายโดนัทเนื้อเค้กโดยเฉพาะ
ทำเล่นๆ หลังบ้าน พรีออเดอร์ 2 วันต่อสัปดาห์
หากย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน เธอเล่าว่า ในช่วงแรก คิดจะทำเล่น ๆ โดย เปิดรับพรีออเดอร์เพียง 2 วันต่อสัปดาห์ เท่านั้น ด้วยความที่เป็นผู้ประกอบการที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ จึงไม่อยากลงทุนสูง หากยังไม่รู้ว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร ยุคเริ่มต้นนั้นมีทีมงานเพียง 3 คน โดยตัวเธอลงมือทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผสมแป้ง ทำขนม ล้างจาน แพ็คของ ตอบแอดมิน ไปจนถึงการทำคลิปโปรโมต
ประสบการณ์การลงมือทำเองทุกจุดนี้ ทำให้ เน็ต เข้าใจกระบวนการทำงานทั้งหมดอย่างถ่องแท้ และสามารถสั่งการพนักงานได้อย่างถูกต้องเมื่อธุรกิจขยายตัว
จากทำเล่น ๆ สู่ธุรกิจเต็มตัว
เมื่อได้รับกระแสตอบรับที่ดี จึงค่อยๆ ขยับขยายจากเปิด 2 วัน มาเป็น 5 วันต่อสัปดาห์ในการออกบูธ และพัฒนามาสู่การเปิดขาย 7 วันเต็ม พร้อมการมีสาขาประจำในห้างสรรพสินค้าและการคอลแลบกับแบรนด์ต่างๆ
จนกลายมีพนักงานเพิ่มขึ้นจาก 3 คน เป็น 30 คน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางความคิดของเน็ตจากเดิมที่เคยคิดว่า "ทำเล่นๆ" เปลี่ยนมาเป็นความรับผิดชอบในการดูแลชีวิตของทีมงานทุกคน
สร้างตัวตนผ่าน CEO Branding
ปัจจัยที่ทำให้ Doughnut Library เริ่มเป็นที่รู้จักจนมีการขยับขยายสาขา ส่วนหนึ่งเพราะการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ชัดเจน ผ่านการทำ CEO Branding
เน็ตบอกว่า เธอเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยตัวเองลงใน Instagram และ TikTok รวมถึงสินค้าและบรรจุภัณฑ์ถูกออกแบบให้ถ่ายรูปสวย Photogenic โดยเฉพาะกล่องทรงหนังสือที่สอดคล้องกับชื่อแบรนด์ วางจำหน่ายโดนัทชิ้นใหญ่ในราคาเริ่มต้น 80 บาท ไปจนถึง 140 บาท
แต่อย่างไรก็ตาม ในวันที่เจอกระแสวิจารณ์หรือดราม่าบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับความหวานหรือราคา เราไม่ได้มองเป็นวิกฤต แต่มองว่าเป็น "โอกาส" ในการนำฟีดแบ็กจริงมาวิเคราะห์ว่าจุดไหนควรปรับปรุง เพื่อนำมาพัฒนาแบรนด์ให้ดียิ่งขึ้น
10 สาขาทั่วกรุงฯ
ปัจจุบัน Doughnut Library ขยายบริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยจำนวน 10 สาขา (แบ่งเป็นหน้าร้านในห้างสรรพสินค้า 5 สาขา และ Delivery Hub อีก 5 สาขา) เพื่อช่วยให้ลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ สามารถสั่งซื้อได้สะดวกโดยไม่ต้องเสียค่าจัดส่งสูง
Go Slow ขอไปแบบช้า ๆ
สำหรับเป้าหมายในอนาคต แบรนด์วางแผนขยายไปยังต่างจังหวัดในระยะยาว (ประมาณปีที่ 5) ถึงกระนั้น ก็ยังยึดปรัชญา Go Slow หรือการเติบโตอย่างช้าๆ ชัวร์ๆ ไม่รีบร้อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการขาดทุน
“หัวใจสำคัญที่เป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจของ Doughnut Library คือแนวคิด Let them wait หรือปรัชญา Go Slow ไปอย่างช้า ๆ ซึ่งสวนทางกับกระแสธุรกิจยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างรวดเร็ว เราเป็นผู้ประกอบการประเภท กลัวความเสี่ยง และชอบความเสี่ยงในระดับที่ต่ำมาก ทุกขั้นตอนในการทำธุรกิจจึงต้องผ่านการทดสอบของตลาดก่อนลงทุนจริงเสมอ”
อย่างในการทดสอบบรรจุภัณฑ์ ช่วงเริ่มต้น เธอทดลองสั่งผลิตกล่องทรงหนังสือเพียงลอตเล็ก ๆ 200–300 ใบเพื่อทดสอบความพึงพอใจของลูกค้าก่อน แทนที่จะสั่งผลิตจำนวนมากในระดับหลักหมื่นใบเพื่อลดต้นทุน และเมื่อมั่นใจว่ามีลูกค้าต้องการซื้อจริง จึงค่อยสั่งผลิตตามจำนวนขั้นต่ำของโรงงาน
ปัจจุบันและทิศทางในอนาคต เน็ตยังคงยึดหลักค่อยเป็นค่อยไป โดยมุ่งเน้นการขยายสาขาและสร้างความแข็งแกร่งภายในประเทศไทย รวมถึงต่างจังหวัดก่อน โดยยังไม่รีบร้อนขยายไปตลาดต่างประเทศ
นอกจากนี้ เธอยังทิ้งท้ายว่า แบรนด์มีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่อง ความจริงใจและความจริงแท้ โดยพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าค่อนข้างแอนตี้กับ AI มาก
“เราปฏิเสธการใช้ AI ในการสร้างภาพโปสเตอร์โฆษณา และหันไปเน้นการถ่ายภาพสินค้าจริงด้วยโทรศัพท์มือถือแทน แม้มันจะไม่สมบูรณ์แบบเรียบเนียน แต่ก็เป็นภาพที่สะท้อนความจริง ที่ลูกค้ารับรู้และจะได้สัมผัส ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า ความจริงใจตรงไปตรงมานี้จะเป็นจุดยืนที่ชนะเทคโนโลยี AI ในระยะยาว”
และนี่คือเรื่องราวของ Doughnut Library ที่เริ่มต้นแบบเล็ก ๆ และยึดปรัชญาไปอย่างช้า ไม่เร่งรีบ เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม







