posttoday
SME D Bank ปักธงปล่อยกู้ 8 หมื่นล้าน ชู Green Productivity คุม NPLไม่เกิน 8%

SME D Bank ปักธงปล่อยกู้ 8 หมื่นล้าน ชู Green Productivity คุม NPLไม่เกิน 8%

21 สิงหาคม 2569

SME D Bank เดินหน้าช่วยรายย่อย หลังสินเชื่อ SME หดตัว 4 ปี ตั้งเป้าปล่อยใหม่ 8 หมื่นล้าน ชู Green Productivity ดอกเบี้ย 3% นาน 3 ปี พร้อมคุม NPL ไม่เกิน 8%

KEY

POINTS

  • SME D Bank ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2569 มูลค่า 80,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อย
  • ธนาคารชูสินเชื่อ Green Productivity เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% นาน 3 ปี
  • ธนาคารตั้งเป้าควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ตลอดทั้งปีให้อยู่ในระดับไม่เกิน 8% ผ่านการติดตามและปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก

ท่ามกลางสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ชะลอตัวต่อเนื่อง SME D Bank เร่งเข้าไปเติมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเน้นทั้งการเข้าถึงเงินทุน ต้นทุนดอกเบี้ย และการปรับตัวรับโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ พร้อมเดินหน้าคุมคุณภาพสินเชื่อไม่ให้ปัญหาหนี้เสียลุกลาม

 

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เปิดเผยว่า สินเชื่อ SME ของสถาบันการเงินโดยรวมติดลบต่อเนื่องมา 4 ปี ธนาคารจึงเข้ามาทำหน้าที่เติมเต็มช่องว่าง โดยช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้สามารถปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และยอดอนุมัติให้รายย่อยในครึ่งปีแรกเกือบเท่ากับ 80% ของยอดอนุมัติทั้งปีที่ผ่านมา

 

ปี 2569 นี้ ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 80,000 ล้านบาท เพิ่มจากประมาณ 70,000 ล้านบาทในปีก่อน โดยจะเน้นเข้าถึงผู้ประกอบการรายเล็กมากขึ้น แม้การปล่อยสินเชื่อกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาและติดตามใกล้ชิดกว่าลูกค้ารายใหญ่
 

“ปีนี้เราตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 80,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ทำได้ประมาณ 70,000 ล้านบาท แม้สถานการณ์เศรษฐกิจจะไม่ดีนัก แต่เราต้องขยันมากขึ้นและเข้าถึงผู้ประกอบการรายเล็กให้มากขึ้น แม้การทำงานจะใช้เวลามากขึ้น”

 

หนึ่งในสินเชื่อที่ธนาคารเร่งผลักดันคือ Green Productivity วงเงินโครงการรวม 15,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยให้ดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี นาน 3 ปี ก่อนปรับเป็นอัตรา MLR

 

สินเชื่อดังกล่าวเน้นช่วย SME ลงทุน 2 ด้าน ทั้ง ด้านพลังงานสะอาด (Green) เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือเปลี่ยนมาใช้รถ EV และ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) เช่น การปรับปรุงเครื่องจักรและสายการผลิตให้ทันสมัย เพื่อลดต้นทุนและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนตามมาตรา 28 โดยรัฐบาลสนับสนุนส่วนต่างดอกเบี้ย ทำให้ธนาคารสามารถคิดดอกเบี้ยกับผู้ประกอบการในระดับ 3% ในช่วง 3 ปีแรก หลังจากนั้นจะปรับเป็นอัตรา MLR ซึ่งถือเป็นอัตราที่เหมาะสมสำหรับ SME ในการลดต้นทุนช่วงนี้

 

“Green Productivity มีวงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยให้ดอกเบี้ยคงที่ 3% นาน 3 ปี ซึ่งเจตนาของเราและรัฐบาลต้องการให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้สินเชื่อเพื่อปรับปรุงธุรกิจ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพ”

 

ปัจจุบัน ยังมีสินเชื่อปลุกพลัง เหลือวงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% นาน 3 ปี และมี บสย.ช่วยค้ำประกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้นกว่าการไปกู้หนี้นอกระบบ

 

สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน SME D Bank มีมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน ด้วยการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้นานสูงสุด 12 เดือน เพื่อให้ธุรกิจมีเวลาฟื้นตัวและไม่ต้องเร่งหาเงินมาชำระหนี้ในช่วงที่รายได้สะดุด

 

ด้านคุณภาพสินเชื่อ นายพิชิตกล่าวว่า ปัจจุบันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารอยู่ที่ประมาณ 7.6% แบ่งเป็นหนี้เก่า 5% และหนี้ใหม่ 2.6% โดยธนาคารจะติดตามลูกหนี้อย่างใกล้ชิด และใช้การปรับโครงสร้างหนี้ล่วงหน้า (Preemptive) เพื่อช่วยลูกค้าที่เริ่มมีสัญญาณปัญหา ก่อนกลายเป็นหนี้เสีย

 

"ด้านคุณภาพสินเชื่อ ธนาคารยังเดินหน้าคุม NPL อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันอยู่ที่ 7.6% แบ่งเป็นหนี้เก่า 5% และหนี้ใหม่ 2.6% โดยจะเน้นเข้าไปดูแลลูกหนี้ที่เริ่มมีสัญญาณผิดนัด พร้อมปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกก่อนปัญหาจะลุกลาม เพื่อรักษา NPL ทั้งปีให้อยู่ไม่เกิน 8%"

 

นายพิชิต กล่าวย้ำว่า ธนาคารมองว่าการช่วย SME ในระยะต่อไปไม่ใช่แค่เติมเงินทุน แต่ต้องช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุน ปรับตัว และแข่งขันได้ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพสินเชื่อไม่ให้กลายเป็นภาระหนี้เสียในอนาคต

ข่าวล่าสุด

คมนาคมลุยพัฒนากระบี่ ยกระดับท่าเรือ-ถนนรับท่องเที่ยว

คมนาคมลุยพัฒนากระบี่ ยกระดับท่าเรือ-ถนนรับท่องเที่ยว