
ไรเดอร์ Lalamove รวมตัวกว่า 200 คน ขอความเป็นธรรมปมถูกลดค่ารอบ
ร้องเดือดร้อนหนัก ปม แพลตฟอร์มต่างชาติ ลดอัตราค่ารอบและเงื่อนไขการทำงานที่ไม่เป็นธรรม เร่งหารือกระทรวงดีอี หาทางออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 ส.ค.69 เวลา 15.30 น. กลุ่มไรเดอร์ Lalamove รวมตัวกันราว 200 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อสะท้อนถึงความเดือดร้อนอย่างหนักจากกรณีการปรับลดอัตราค่ารอบและเงื่อนไขการทำงานที่ไม่เป็นธรรมของแพลตฟอร์ม
โดยมี 3 ส.ส. พรรคประชาชน ประกอบด้วย นายเซีย จำปาทอง น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ น.ส.ธนพร วิจันทร์ นำกลุ่มตัวแทนไรเดอร์ จำนวน 15 คน เข้าหารือกับ น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดดีอี และ นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อรับหนังสือ และข้อเรียกร้องดังกล่าว
ผู้แทนไรเดอร์ สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ความเดือดร้อนหลักๆ คือเรื่อง “ค่ารอบ” เมื่อก่อนวิ่งงานคิดคำนวณราคาเฉลี่ยอยู่อย่างต่ำกิโลเมตรละ 10 บาท งานระยะไกลสัก 100 กิโลเมตร เคยได้ค่าตอบแทนประมาณ 950 ถึง 1,000 บาท แต่ตอนนี้ระบบปรับลดลงมาเหลือเพียงกิโลเมตรละ 3 บาทเท่านั้น
ถ้ารับงานระยะทาง 100 กิโลเมตรเหมือนเดิม ค่าตอบแทนตั้งต้นจะเหลือแค่ 380 บาท แล้วยังต้องโดนหักค่าบริการแพลตฟอร์มเพิ่มอีก 20% สรุปแล้วเงินที่จะตกถึงมือไรเดอร์จริงๆ เหลืออยู่แค่ประมาณ 220 ถึง 292 บาทเท่านั้น
“ค่าตอบแทนตรงนี้ปรับลดลงมาเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นการลดลงอย่างไม่มีเพดานขั้นต่ำ และแพลตฟอร์มไม่เคยมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ไรเดอร์ทราบเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไรเดอร์ต้องมารู้ด้วยตัวเองจากการรับงานวิ่งจริง"
นอกจากนี้ ภาระต้นทุน ค่าน้ำมัน และค่าบริการที่ต้องแบกรับเพิ่มอีกว่า เงิน 200 กว่าบาทที่เหลือจากการวิ่ง 100 กิโลเมตร มันไม่คุ้มค่ากับการทำงานเลย เพราะเรามีต้นทุนค่าน้ำมันตกกิโลเมตรละ 1 บาท มีค่าบริการระบบอีกกิโลเมตรละ 0.75 บาท รวมแล้วเหลือเงินเข้ากระเป๋าจริงแทบไม่ถึง 1.3 บาทต่อกิโลเมตร
“นี่ยังไม่ได้หักค่าสึกหรอของยานพาหนะ หรือค่าอาหารการกินระหว่างทางเลย ยิ่งคนที่วิ่งสายระยะไกล 40 กิโลเมตรขึ้นไป เช่น วิ่งจากพระราม 2 ไปอยุธยา หรือโซนวังน้อย ปลายทางเป็นพื้นที่นอกเมืองที่ไม่มีงานให้รับกลับ ไรเดอร์ก็ต้องยอมตีกรอบรถเปล่ากลับมาหา งานในเมือง ทำให้ขาดทุนหนักกว่าเดิม”
นอกจากปัญหาราคาค่ารอบที่ตกต่ำแล้ว ไรเดอร์ยังเปิดเผยถึงเบื้องหลังโปรโมชันของแพลตฟอร์ม และระบบการทำงานที่ส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยและประวัติการทำงาน
“แพลตฟอร์มมีการทำโปรโมชันโฆษณาว่าให้ส่วนลดลูกค้า 55% แต่ส่วนลดตรงนี้บริษัทไม่ได้จ่ายคูปองชดเชยให้ แต่ใช้วิธีมาตัดราคากดค่ารอบจากฝั่งไรเดอร์ไปแทน ซ้ำร้ายยังเอาไปโฆษณาว่าส่งไวภายใน 1 ชั่วโมง บังคับให้ไรเดอร์ต้องพ่วงรับงานซ้อน 3-4 งานพร้อมกันเพื่อหาเงินให้พอค่าเดินทางขาเดียว
แต่ในระบบหน้าบ้านที่แสดงให้ลูกค้าเห็น กลับระบุว่าเป็นบริการส่งแบบตัวต่อตัว (1:1) พอของไปส่งช้า ลูกค้าที่ไม่เข้าใจก็ร้องเรียนเข้ามา ผลกระทบทั้งหมดก็ตกมาอยู่ที่ไรเดอร์ที่เสี่ยงโดนระบบระงับสัญญาณหรือแบนบัญชี โดยที่แพลตฟอร์มไม่เคยฟังเหตุผลหรือคำอธิบายจากฝั่งคนขับเลย ฟังแต่ฝั่งลูกค้าอย่างเดียว”
ประเด็นเรื่องสวัสดิการ ความคุ้มครอง และภาษี เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ตัวแทนไรเดอร์ได้ย้ำชัด โดยผู้แทนไรเดอร์กล่าวว่า เรื่องสวัสดิการ ประกันภัย หรือความคุ้มครองต่างๆ แพลตฟอร์มไม่มีให้เลย เกิดอุบัติเหตุหรือเป็นอะไรขึ้นมา ไรเดอร์ต้องรับผิดชอบตัวเองทั้งหมด
ยิ่งเรื่องภาษี เมื่อก่อนระบบเคยหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ให้ด้วย แต่ปัจจุบันหักเปอร์เซ็นต์ไปเต็มๆ 20% โดยไม่มีการนำส่งภาษีให้ กลายเป็นว่าไรเดอร์ต้องไปยื่นเสียภาษีเงินได้เองอีก 3% รวมแล้วโดนหักต้นทุนตรงนี้สูงถึง 23%
นอกจากนี้ หากใครมีเหตุจำเป็นต้องหยุด วิ่งไปสัก 2 เดือน ระบบจะปรับลดอัตราความสำเร็จ ทำให้รับงานได้ยากขึ้นเหมือนต้องไปเริ่มนับหนึ่งทำเควสใหม่ทั้งหมด
“ถ้าวันนี้พวกเราไม่มาออกเสียงเรียกร้อง ปล่อยให้แอปนี้ลดราคาลงไปเรื่อยๆ แอปอื่นก็จะลดราคาตาม สุดท้ายโครงสร้างราคาทั้งหมดจะเสียสมดุล คนทำอาชีพนี้ก็จะตกงานกันหมดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้”
ที่ผ่านมา กลุ่มไรเดอร์ เคยเดินทางไปร้องเรียนที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทมาแล้วถึง 2 ครั้ง บริษัทรับเรื่องไว้แต่ก็เงียบหาย ไม่มีความคืบหน้าใดๆ กลับมา
อยากฝากเรื่องไปถึงผู้มีอำนาจ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเข้ามาเป็นกลางในการยื่นมือช่วยเหลือและจัดระเบียบแพลตฟอร์ม อยากให้ช่วยดึงราคาค่ารอบกลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสมและเป็นธรรม ให้มีการนำส่งภาษีอย่างถูกต้อง และมีมาตรการ คุ้มครองแรงงานไรเดอร์บ้าง
พวกเราทุกคนคือประชาชนที่ทำงานสุจริตหาเช้ากินค่ำ ทุกอาชีพมีความสำคัญและควรได้รับโอกาสในการพยุงอาชีพนี้ให้ได้เดินหน้าต่อไป







