posttoday
พาณิชย์ ปั้น Creative–Visitor Economy ดึงคนเที่ยวเมืองรอง กระจายรายได้สู่ชุมชน

พาณิชย์ ปั้น Creative–Visitor Economy ดึงคนเที่ยวเมืองรอง กระจายรายได้สู่ชุมชน

19 สิงหาคม 2569

เปลี่ยนเมืองรองให้มีเรื่องเล่า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้า Creative–Visitor Economy ใช้ Data–Agentic AI เชื่อมคนสู่พื้นที่ กระจายรายได้ถึงชุมชน

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy เป็นประธานการประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบการทำงานของคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม

 

โดยมีสาระสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ รูปแบบการทำงานของคณะทำงาน แนวทางยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่High Value ที่สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การสร้างระบบนิเวศของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และรายการประเด็นสำคัญ(Priority) ที่ต้องผลักดันต่อจากนี้เน้นหลักการ 2 ภารกิจคู่ขนาน

  • หนึ่งคือการหา "ปุ๋ย" สร้างระบบนิเวศใหม่ให้ความคิดสร้างสรรค์
  • และสองคือ "คราด" กวาดอุปสรรค/ปัญหาและหาแนวทางแก้ไข


ส่วนแนวทางยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ High Value คณะทำงานมุ่งสร้าง "คุณค่าสูง" (High Value) ที่ส่งผลกระทบจริงต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เพียงตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น 

 

 

โดยที่ประชุมเสนอกรอบคิด "น้ำตกสี่ชั้น" คือการมองเศรษฐกิจผู้มาเยือนให้ครบมิติแบ่งเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง/การมาเยือนออกเป็น 4 ชั้น ได้แก่ 1.Experience Economy  2.Visitor Economy ซึ่งเป็นจุดโฟกัสหลักของคณะทำงาน 3.Tourism Economy และ 4.Local Economy เพื่อให้เห็นคุณค่าของคนแต่ละกลุ่มแยกจากกัน แทนที่จะรวมทุกอย่างเป็นคำว่า "นักท่องเที่ยว" เพียงคำเดียว 

 

คณะทำงานได้แลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอแนวทางในการขับเคลื่อน อาทิ 

 

 

1.ความเป็นไปได้ในการพัฒนาModel Sandbox โดยใช้พื้นที่หลักในเมืองรองเป็นพื้นที่นำร่อง เช่น Krabi Sandbox ผ่านยุทธศาสตร์ 3 ด้าน Create Value (ต่อยอดสินค้า GI/อัตลักษณ์ท้องถิ่น)Curated Entrepreneur (ยกระดับผู้ประกอบการให้ออกแบบประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ขายสินค้า) และConnect to Market (จับคู่ธุรกิจ/ใช้Digital Content เป็นสื่อ) 

 

2.Design Purpose Travel ผลักดันไทยเป็น Global Platform ให้คนทั่วโลกเดินทางมาเพื่อมีส่วนร่วม เชื่อมโยง และสร้างโอกาสทางธุรกิจและ การลงทุน ผ่านงาน Art Fair, Exhibition, Festival และ Event ระดับนานาชาติ (3) ส่งเสริมการออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวจากเรื่องเล่าและกิจกรรมในพื้นที่ (Walk and Talk Lab) ด้วยการใช้ข้อมูล (Data) Strategic Canvas และ Agentic AI เพื่อสร้างองค์ความรู้ทางการตลาด วิเคราะห์ และออกแบบผลิตภัณฑ์ และทดลองขาย วัดผล ปรับปรุง (Market-tested Product)

 

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven) โดยการจัดทำฐานข้อมูลผู้มาเยือนตลอดการเดินทาง โดยเชื่อมโยง/รวบรวมข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับการสร้างประสบการณ์ เช่น ผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านค้า ที่พัก ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ประกันภัยเพื่อทำให้เข้าใจผู้มาเยือนและสามารถออกแบบประสบการณ์ สินค้า และบริการได้ตรงเป้าหมาย

 

นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือเพื่อนำบทเรียนจากต่างประเทศมาปรับใช้ เช่น การจัดทำและแผนพัฒนาการท่องเที่ยวฉบับใหม่ของจีนที่เน้น Re-invent ของเก่าให้เป็น Cluster ตอบโจทย์ Experience & Emotional Economyแทนการสร้างของใหม่ทั้งหมด และแนวคิด "Fight Mode”ของเวียดนามเพิ่มความคล่องตัวในการทบทวนและแก้กฎหมาย/กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคอย่างรวดเร็ว โดยไม่กลัวความผิดพลาด เป็นต้น 

 

ทั้งนี้ คณะทำงานฯ จะนำข้อเสนอจากการประชุมไปพัฒนาต่อ และสกัด Voice ออกจาก Noise เพื่อกลั่นและจัดลำดับข้อเสนอ ก่อนเสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ เพื่อผลักดันให้ Creative Economy และ Visitor Economy เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย พร้อมกระจายโอกาสและรายได้ลงสู่พื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวล่าสุด

“ไชยชนก” แจงดราม่าโครงการ AI  โดเมนเนม.net  ยันเป็นตาม TOR

“ไชยชนก” แจงดราม่าโครงการ AI โดเมนเนม.net ยันเป็นตาม TOR