
สพฉ.สอบด่วนรถพยาบาลเอกชนขวางรถฉุกเฉิน เรียกเก็บเงินค่าเสียเวลา
รมว.สาธารณสุขสั่งสอบเหตุรถพยาบาลเอกชนขวางรถศูนย์เอราวัณ พร้อมเรียกเงิน 1,000 บาท ย้ำหากพบผิดดำเนินคดีถึงที่สุด
ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีรถพยาบาลเอกชนจอดขวางรถฉุกเฉินของศูนย์เอราวัณ ขณะเข้าช่วยผู้ป่วยหญิงวัย 83 ปี ซึ่งมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก หลังได้รับแจ้งผ่านสายด่วน 1669 โดยมีการเรียกเก็บเงินค่าเสียเวลา 1,000 บาท ก่อนยอมถอยรถให้
คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นตามนโยบายของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่กำชับให้เร่งตรวจสอบเหตุการณ์ร่วมกับศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
สพฉ.จะตรวจสอบตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การสั่งการรถฉุกเฉิน การปฏิบัติงานของทีมแพทย์ฉุกเฉิน ตลอดจนสถานะรถพยาบาลเอกชนและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
หากพบว่ารถหรือหน่วยงานดังกล่าวไม่มีใบอนุญาต หรือใช้รถผิดประเภท จะประสานตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ขณะที่หากพบการขัดขวางรถฉุกเฉินหรือมีพฤติการณ์เรียกรับเงิน จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและพิจารณาโทษทางปกครองตามกฎหมาย
นอกจากนี้ หากพบว่ารถหรือหน่วยปฏิบัติการไม่อยู่ในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน สพฉ.จะบันทึกข้อมูลพฤติการณ์ไว้ประกอบการพิจารณาอนุมัติการเป็นหน่วยปฏิบัติการหรือรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินในอนาคต
ยกระดับประสานงาน 1669-รถเอกชน
สพฉ.เตรียมทบทวนระบบประสานงานระหว่างศูนย์รับแจ้งเหตุ 1669 กับหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีประชาชนเรียกรถพยาบาลเอกชนควบคู่กับการแจ้ง 1669 เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูลตรงกัน ลดความซ้ำซ้อน และไม่กระทบต่อการช่วยเหลือผู้ป่วย
พร้อมเตรียมประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการออกปฏิบัติการ ช่วยตรวจสอบรถที่ออกปฏิบัติการโดยไม่ได้รับอนุญาต และยกระดับการกำกับดูแลระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เลขาธิการ สพฉ. ย้ำว่า “ชีวิตและความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตคือสิ่งสำคัญที่สุด” การขัดขวางรถฉุกเฉินเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และหากตรวจสอบพบการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนที่โทร 1669 จะได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐาน







