posttoday
สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย ร้อง กขค.สอบแพลตฟอร์มต่างชาติ ยังไม่หยุดผูกขาด

สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย ร้อง กขค.สอบแพลตฟอร์มต่างชาติ ยังไม่หยุดผูกขาด

17 สิงหาคม 2569

พบปัญหาซ้ำซาก ล็อกขนส่งเฉพาะเครือข่ายตนเอง แถมค่าธรรมเนียมพุ่งไม่หยุด ทะลุ 30% หวั่นร้านค้าออนไลน์ปิดกิจการ กระทบการจ้างงาน วงในแฉ กขค. ไม่จริงใจ-หวั่นเอื้อเอกชน

สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย) และผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซเข้าพบสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อร้องเรียนและติดตามปัญหาการดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์

 

โดยเฉพาะการจำกัดทางเลือกบริษัทขนส่ง การปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น และเงื่อนไขที่กระทบต้นทุนร้านค้า พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายจำกัดการแข่งขันหรือสร้างความไม่เป็นธรรมในตลาดหรือไม่

 

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถดิจิทัลไทย รัฐสภา กล่าวว่า เรื่องนี้ได้รับการร้องเรียนผ่านสมาคม ก่อนรวบรวมผู้ได้รับผลกระทบและส่งต่อข้อมูลมายัง กขค. โดยมองว่า ปัญหาไม่ได้กระทบเฉพาะร้านค้าบางราย แต่เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการทั่วประเทศและระบบเศรษฐกิจออนไลน์

 

ล่าสุดค่าบริการของแพลตฟอร์มมีการปรับเพิ่มอีก 3% ทำให้ค่าบริการรวมทะลุ 30% ขณะที่การใช้คูปองและกลไกราคาหลายรูปแบบยังสร้างแรงกดดันต่อรายได้และกำไรของผู้ขาย

 

ขณะที่ตลาดมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่รายที่มีอำนาจสูง ทำให้ร้านค้าต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงต้องการเห็นภาครัฐเข้ามาสร้างกรอบการแข่งขันที่เป็นธรรมทั้งต่อผู้ขายและแพลตฟอร์ม


นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการเพิ่มความแข็งแรงให้แพลตฟอร์มสัญชาติไทย รวมถึงแนวคิด e-Marketplace ของไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการและลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย 

 

ขณะที่ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เข้ายื่นเรื่องติดตามความคืบหน้าต่อสำนักงาน กขค. ขอให้ตรวจสอบ TikTok, Lazada และ Shopee จากข้อร้องเรียนเรื่องการจำกัดทางเลือกบริษัทขนส่ง ซึ่งฝ่ายผู้ร้องเห็นว่า ยังมีลักษณะการล็อกผู้ให้บริการขนส่ง และการขอเปลี่ยนบริษัทขนส่งทำได้ยากหรืออาจถูกปฏิเสธ 

 

แม้ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ มีผลตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2569 และกำหนดหลักไม่กีดกันการแข่งขัน ไม่บังคับใช้บริการของตนเอง และไม่เอาเปรียบผู้ประกอบการ 

 

แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ข้อกังวลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะร้านค้า เพราะบริษัทขนส่งที่ไม่ได้รับโอกาสแข่งขันอาจสูญเสียปริมาณงานและหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจกระทบการจ้างงานในธุรกิจขนส่ง 

 

ส่วนร้านค้าที่ต้องแบกค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และต้นทุนจัดส่งเพิ่มขึ้น อาจต้องปรับราคาสินค้า ลดโปรโมชั่น หรือยอมรับกำไรที่ลดลง ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคต้องรับภาระผ่านราคาสินค้าที่สูงขึ้น 

 

สอดคล้องกับความเห็นของ นายเจตน์ โสภิตวิริยาภรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซและการตลาดดิจิทัล เจ้าของเพจ Jade : เลือดสาดมาร์เก็ตติ้ง และเจ้าของร้านค้าออนไลน์ กล่าวว่า

 

การเข้าร่วมครั้งนี้ต้องการรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง หลังเคยสะท้อนปัญหาผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นมาแล้วหลายครั้ง

 

หนึ่งในกรณีที่ได้รับฟังคือ ร้านค้าขายสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งต้องจัดส่งให้ทันรอบที่แพลตฟอร์มกำหนด แต่รถขนส่งที่ระบบจัดไว้ไม่เข้ารับสินค้า จึงกังวลว่าหากส่งไม่ทันอาจกระทบคะแนน การมองเห็น หรือการรับเงิน จนบางครั้งต้องจัดหารถขนส่งไปส่งสินค้าเอง 

 

แม้แพลตฟอร์มอาจเปิดให้ร้านค้าขอเปลี่ยนบริษัทขนส่งได้ แต่ในทางปฏิบัติยังมีเงื่อนไขประกอบ เช่น ต้องเกิดปัญหาจากผู้ให้บริการเดิมถึงระดับหนึ่งก่อน จึงตั้งคำถามว่าร้านค้ามีสิทธิเลือกขนส่งได้จริงมากน้อยเพียงใด 

 

อีกปัญหาคือ ผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนไม่ต้องการเปิดเผยตัว เพราะยังต้องพึ่งแพลตฟอร์มเป็นช่องทางขายสินค้าและกังวลว่าอาจกระทบต่อการมองเห็นหรือรายได้ แม้ข้อกังวลดังกล่าวยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเกิดขึ้นจริงจากการร้องเรียน 

 

ดังนั้น จึงต้องการเห็นระบบติดตามเรื่องร้องเรียนที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนทราบว่า เรื่องที่ยื่นไปอยู่ในขั้นตอนใด ต้องรอข้อมูลจากฝ่ายใด และมีกรอบระยะเวลาดำเนินการเท่าใด

 

บริษัทขนส่งร้องเรียนเรื่องนี้มาเป็นปี ตอนนี้ยังเลือกไม่ได้เลย แบบนี้มันเป็นธรรมสำหรับเราไหม ต่อให้ กขค. บอกว่าเปลี่ยนได้ แต่ช่วยบอกหน่อยว่าเงื่อนไขการเปลี่ยนคืออะไร

 

แหล่งข่าวภายในสำนักงาน กขค.ระบุว่า ล่าสุดบอร์ดกขค.เตรียมตัดสินคดีเกี่ยวกับแพลตฟอร์มในหลายคดี ครอบคลุมทั้งประเด็นการใช้อำนาจเหนือตลาดตามมาตรา 50 และการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการรายอื่นอย่างไม่เป็นธรรมตามมาตรา 57 ที่มีการร้องเรียนจากผู้ประกอบการ ร้านค้า  

 

โดยผลตัดสินของคดีจะออกมาเอื้อประโยชน์ให้กับแพลตฟอร์มออนไลน์แบบตรงๆ หรือจะบอกว่าไม่ผิดเลยก็ว่าได้ นั่นหมายความว่า บอร์ดชุดนี้แทบจะไม่ฟังเสียงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และไม่เคยคิดที่จะนำกฏหมายมาบังคับใช้จริงตั้งแต่ประกาศ หรือไม่ อย่างไร

ข่าวล่าสุด

TRP ทรานส์ฟอร์มใหญ่ จาก รพ.ศัลยกรรม สู่ Wellness-Longevity ปูทางธุรกิจสุขภาพครบวงจร

TRP ทรานส์ฟอร์มใหญ่ จาก รพ.ศัลยกรรม สู่ Wellness-Longevity ปูทางธุรกิจสุขภาพครบวงจร