posttoday
กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียมขีดชื่อนิติบุคคล 11,234 รายเป็นสถานะร้าง

กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียมขีดชื่อนิติบุคคล 11,234 รายเป็นสถานะร้าง

05 สิงหาคม 2569

กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียมขีดชื่อนิติบุคคลในกรุงเทพฯ 11,234 ราย ออกจากทะเบียน สู่สถานะ “ร้าง” สกัดมิจฉาชีพแอบอ้างข้อมูล

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียนจำนวน 11,234 ราย เพื่อให้มีสถานะ ‘ร้าง’ สาเหตุหลักคือไม่ได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว มียอดสูงถึง 8,446 ราย และสาเหตุรองลงมาคือจดทะเบียนเลิกแล้ว แต่ไม่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี รวม 2,788 ราย เป็นเหตุให้นายทะเบียนดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นปัจจุบัน และปิดกั้นมิจฉาชีพนำข้อมูลเท็จไปหลอกลวงหรือหาประโยชน์จากประชาชน

 

 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมออกประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร 2 ฉบับ เรื่อง จะขีดชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัทออกจากทะเบียนจำนวน 11,234 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร 2 กรณี คือ

 

1.ไม่ส่งงบการเงินติดต่อกันนาน 3 ปี นับจากปีปัจจุบันย้อนหลังลงไป ซึ่งเป็นเหตุให้เชื่อว่าไม่ได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว จำนวน 8,446 ราย

 

2.จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนบริษัทแล้ว แต่ไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่ หรือไม่ได้จัดทำรายงานการชำระบัญชี หรือไม่ยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันรับจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนบริษัท มีอยู่จำนวน 2,788 ราย สำหรับนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด

 

กรมฯ ได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้เร่งตรวจสอบ ก่อนดำเนินการแบบเดียวกัน

 

โดยวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นี้ กรมฯ จะประกาศรายชื่อนิติบุคคลที่จะทำการขีดชื่อผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ คู่มือการทำธุรกิจ เลือกบริการข้อมูล เลือกจดทะเบียนธุรกิจ และเลือกประกาศถอนทะเบียนร้างและคืนสู่ทะเบียน

 

ทั้งนี้ นิติบุคคลที่มีรายชื่อตามประกาศสามารถยื่นคำชี้แจงต่อนายทะเบียนได้ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ออกประกาศ หากพ้นระยะเวลาที่กำหนด จะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนและสิ้นสภาพนิติบุคคลทันที เว้นแต่จะแสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น เมื่อนิติบุคคลถูกเปลี่ยนเป็นสถานะร้างแล้ว จะไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆ ได้อีกต่อไป แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นยังคงมีอยู่และพึงเรียกบังคับได้

 

อย่างไรก็ตาม นิติบุคคลอาจคืนสู่ทะเบียนได้โดยการร้องขอต่อศาลภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน ดังนั้น กรมฯ ขอกำชับให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อร่วมสร้างธุรกิจไทยให้มีความน่าเชื่อถือและมีข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้องครบถ้วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ

 

นายพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเตือนนิติบุคคลให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อลดภาระในการดำเนินธุรกิจทั้งการเสียเวลา ค่าใช้จ่าย และค่าปรับต่างๆ เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีด้านความโปร่งใสในการทำธุรกิจของประเทศไทย

 

รวมถึงการปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลที่ไม่มีสถานะในการทำธุรกิจแล้วให้เป็นปัจจุบันทุกปี ซึ่งจะช่วยตัดวงจรของการนำข้อมูลนิติบุคคลที่ไม่มีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ หรือนำชื่อไปแอบอ้างหลอกลวงประชาชนของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลหรือสถานะของนิติบุคคลด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th เลือกหัวข้อบริการออนไลน์ และเลือก DBD Datawarehouse+ หรือตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน DBD e-Service ผ่านโทรศัพท์มือถือก็ได้เช่นเดียวกัน

 

ข่าวล่าสุด

ซ้ำรอยอีก AISI พบ AI OpenAI-Anthropic ละเมิดกฎทดสอบ พยายามเจาะระบบ

ซ้ำรอยอีก AISI พบ AI OpenAI-Anthropic ละเมิดกฎทดสอบ พยายามเจาะระบบ