
‘อมร ภูเก็ต เพิร์ล’ ปรับเกมธุรกิจ เปลี่ยนฟาร์มไข่มุกเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
'อมร ภูเก็ต เพิร์ล' ปรับเกมธุรกิจ ชู Eco-tourism เปิดฟาร์มไข่มุกเป็นแหล่งเรียนรู้ รับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ต่อยอดแบรนด์ผ่านมงกุฎ Miss World Thailand 2026
จากเดิมที่ธุรกิจลักชัวรีแข่งขันกันด้วยดีไซน์และความหายากของสินค้า วันนี้โจทย์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ซื้อเพียงเพราะความสวยงาม แต่ยังมองหาที่มาของสินค้า เรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Eco-tourism) ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวต้องการประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ธรรมชาติและวิถีชุมชน มากกว่าการเดินทางเพื่อถ่ายรูปหรือพักผ่อนเพียงอย่างเดียว
เทรนด์ที่เปลี่ยนไปนี้ ทำให้หลายธุรกิจเริ่มขยายบทบาทจากการ "ขายสินค้า" ไปสู่การ "ขายประสบการณ์" เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์
หนึ่งในนั้นคือ อมร ภูเก็ต เพิร์ล (Amorn Phuket Pearl) ผู้ผลิตไข่มุกครบวงจรของไทย ที่ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ใหม่ ด้วยการพัฒนาฟาร์มไข่มุกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและศูนย์การเรียนรู้ ควบคู่กับการต่อยอดแบรนด์ผ่านการออกแบบมงกุฎ Miss World Thailand 2026 เพื่อผลักดันไข่มุกไทยและงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นสู่เวทีระดับสากล
การปรับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดลักชัวรีกำลังเข้าสู่ยุคที่ "คุณค่า" สำคัญไม่แพ้ "มูลค่า" ผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อสูงและคนรุ่นใหม่ ต้องการรู้ว่าสินค้าที่เลือกซื้อมีกระบวนการผลิตอย่างไร ผลิตจากที่ไหน และส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมหรือชุมชนอย่างไร ทำให้ธุรกิจต้องเล่าเรื่องของแบรนด์ผ่านประสบการณ์จริงมากกว่าการสื่อสารผ่านโฆษณาเพียงอย่างเดียว
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดผ่านกิจกรรม "Sea-to-Shop" ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว นักเรียน และครอบครัว เข้าไปเรียนรู้กระบวนการเพาะเลี้ยงไข่มุกน้ำเค็ม ตั้งแต่การดูแลหอยมุก การฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ไปจนถึงการคัดเลือกไข่มุกคุณภาพ เปลี่ยนฟาร์มไข่มุกให้กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่ผู้เข้าชมได้สัมผัสด้วยตัวเอง
จุดแข็งของฟาร์มแห่งนี้คือการเป็นฟาร์มไข่มุกครบวงจรที่ใช้ไข่มุกไทยซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) พร้อมใช้แนวทางการเพาะเลี้ยงที่คำนึงถึงระบบนิเวศ โดยแปลงหอยมุกยังช่วยกรองน้ำตามธรรมชาติและมีส่วนในการดูแลคุณภาพน้ำบริเวณอ่าวสะปำ จังหวัดภูเก็ต
นายอมร อินทรเจริญ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของกิจการ ระบุว่า เราตั้งใจออกแบบทัวร์ฟาร์มนี้ เพื่อให้คนทุกวัยได้มาเห็นกับตาว่า ไข่มุกเม็ดงามมีจุดเริ่มต้นอย่างไร และทำไมการดูแลระบบนิเวศทางทะเลถึงเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ เราอยากให้ทั้งกลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยว และคนรุ่นใหม่ที่มาเยือน ไม่เพียงแต่ได้รับประสบการณ์และความทรงจำดี ๆ กลับไป แต่ยังได้ความตระหนักรู้และร่วมภูมิใจในมรดกทางทะเลอันล้ำค่าของเมืองไทยไปพร้อมกับเราด้วย
ด้าน นางสาวรัตติกรณ์ อินทรเจริญ ผู้บริหารรุ่นที่ 4 มองว่า ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ นิยามของความหรูหราที่แท้จริงจะตัดขาดจากความยั่งยืนไม่ได้เลย การที่เรามุ่งมั่นส่งต่อองค์ความรู้ตรงนี้ ควบคู่ไปกับการพาแบรนด์ท้องถิ่นไปเฉิดฉายบนเวทีระดับโลกอย่าง มิสเวิลด์ไทยแลนด์ เพราะเราต้องการันตีให้ทั่วโลกเห็นถึงคุณค่าของธรรมชาติและฝีมือคนไทย นี่คือหัวใจสำคัญของแนวคิด 'Phuket Heritage to Global' ที่เราภาคภูมิใจ
อีกก้าวสำคัญของบริษัท คือการได้รับความไว้วางใจให้ออกแบบมงกุฎ Miss World Thailand 2026 ที่พึ่งผ่านพ้นไป ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากทะเลอันดามันและเรือหัวโทงมาผสมผสานกับงานออกแบบร่วมสมัย พร้อมสร้างความโดดเด่นด้วยการนำ Mother of Pearlมาใช้เป็นวัสดุหลักของโครงสร้างมงกุฎเป็นครั้งแรก สะท้อนเอกลักษณ์ของไข่มุกไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านเวทีการประกวดระดับประเทศ
การเดินเกมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจของผู้ผลิตไข่มุก แต่สะท้อนแนวโน้มของอุตสาหกรรมลักชัวรีที่กำลังเปลี่ยนจากการขายสินค้า ไปสู่การขายประสบการณ์ เรื่องราว และความยั่งยืน ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าและความแตกต่างของแบรนด์ในระยะยาว







