
13 ปี "จริงใจ มาหา...นคร" เซ็นทรัลหนุนสินค้าชุมชน ปั้นรายได้ 2.4 พันล้าน
13 ปี "จริงใจ มาหา...นคร" เซ็นทรัล ยกสินค้าจาก 55 ชุมชน 53 จังหวัด สู่ใจกลางกรุงเทพฯ หวังเพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่นและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก “รากแก้ว" สำคัญของประเทศ
KEY
POINTS
- 13 ปี "จริงใจ มาหา...นคร" เซ็นทรัล ยกสินค้าจาก 55 ชุมชน 53 จังหวัด สู่ใจกลางกรุงเทพฯ
- หวังเพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่นและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ปั้นรายได้ 2.4 พันล้าน
- ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล หวังเซ็นทรัลขยายตลาดจริงใจ ครบทุกจังหวัด และต่างประเทศ
"ถ้ารากแก้วไม่แข็งแรง ต้นไม้ก็อยู่ไม่ได้ ประเทศก็เช่นกัน"
นี่คือมุมมองของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโสมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวในงานเปิดตลาด "จริงใจ มาหา...นคร" ครั้งที่ 13 จัดโดยกลุ่มเซ็นทรัล ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่สะท้อนบทบาทของชุมชนไทยในฐานะฐานรากสำคัญของประเทศ
ดร.สุเมธ ได้ชวนให้สังคมเปลี่ยนวิธีมองจากคำว่า "รากหญ้า" มาเป็น "รากแก้ว" เพราะทุกมื้ออาหาร ทุกผลผลิตที่หล่อเลี้ยงคนเมือง ล้วนเกิดจากแรงงานและภูมิปัญญาของผู้คนในท้องถิ่น
ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า ช่วงแรกที่ร่วมงานกับกลุ่มเซ็นทรัล เคยเข้าใจว่าการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอาจไม่ต่างจากองค์กรธุรกิจทั่วไป แต่เมื่อได้ลงพื้นที่เห็นการทำงานจริง ทั้งการสร้าง "ตลาดจริงใจ" ที่ขยายไปแล้วกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ และการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่าการทำงานไม่ได้หยุดอยู่แค่กิจกรรม CSR แต่เป็นการสร้างโอกาสให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้
จาก "รากหญ้า" สู่ "รากแก้ว" ของแผ่นดิน
ดร.สุเมธ ยังเสนอให้เปลี่ยนการเรียกกลุ่มชุมชนจากคำว่า "รากหญ้า" เป็น "รากแก้ว" โดยมองว่าต้นไม้จะเติบโต ออกดอกออกผลสวยงามได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใบหรือดอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีรากแก้วที่แข็งแรง
หากรากแก้วขาดหรือตายลง ต้นไม้หรือประเทศชาติก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ภารกิจในการช่วยชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี จึงเป็นการรักษาความมั่นคงของประเทศตามรอยพระราชดำริของรัชกาลที่ 9
เตือนสติคนเมือง "เราอยู่ไม่ได้หากปราศจากชุมชน"
ดร.สุเมธ กล่าวอีกว่า ความเชื่อมโยงระหว่างสังคมเมืองและชนบท ชีวิตของคนเมืองต้องพึ่งพิงชุมชนอย่างมหาศาล
"ข้าวทุกเม็ด ผักทุกใบ เนื้อทุกชิ้น" ที่คนในเมืองบริโภค ล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของคนในชุมชนทั้งสิ้น
คนเมืองทำหน้าที่บริโภคเป็นหลัก ดังนั้นจึงมีหน้าที่ต้องสนับสนุนและช่วยให้ชุมชนอยู่รอด เพราะ "ชีวิตเราขึ้นอยู่กับพวกเขา"
หนุน "ตลาดจริงใจ" บุกต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ดร.สุเมธ กล่าวทิ้งท้ายว่า 13 ปีของโครงการจริงใจ มหานคร นั้น มีความหวังว่ากลุ่มเซ็นทรัลจะขยาย "ตลาดจริงใจ" ให้ครบทุกจังหวัดที่มีห้างเซ็นทรัลตั้งอยู่ และพาสินค้าชุมชนขยายออกไปสู่ต่างประเทศ เนื่องจากกลุ่มเซ็นทรัลมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก การผลักดันสินค้าชุมชนไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
"อย่าเพียงแค่มาเชียร์ หรือมาดูพวกเขาเฉยๆ แต่ขอให้ช่วยสนับสนุนสินค้าของเขาด้วย เพื่อให้รากแก้วของไทยเจริญงอกงาม และส่งต่อความยั่งยืนนี้จากรุ่นสู่รุ่นต่อไป" ดร.สุเมธ กล่าว
สร้างรายได้ชุมชนรวม 2.4 พันล้าน
ด้าน พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า สินค้าชุมชนไม่ได้เป็นเพียงสินค้าอุปโภคบริโภค แต่สะท้อนทรัพยากร วิถีชีวิต และภูมิปัญญาที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน
อย่างไรก็ตาม หากต้องการแข่งขันในตลาดปัจจุบัน จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และช่องทางจำหน่าย
ด้วยเหตุนี้ กลุ่มเซ็นทรัลจึงนำศักยภาพของธุรกิจค้าปลีกในเครือมาช่วยยกระดับผู้ประกอบการชุมชน ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การสร้างมาตรฐาน ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่ตลาด เพื่อสร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคงให้เศรษฐกิจฐานราก
พิชัย กล่าวว่า ตลอด 13 ปี ของการดำเนินโครงการ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน โดยเริ่มต้นจากการสานต่อพระราชดำริด้านการลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านการลงพื้นที่ทำงานเคียงข้างชาวบ้าน ก่อนพัฒนาสู่เครือข่ายที่เข้มแข็งในปัจจุบัน
สำหรับปีนี้ งาน "จริงใจ มาหา...นคร" ครั้งที่ 13 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "บ้านถัก เมืองทอ" รวบรวมสินค้าชุมชนกว่า 1,000 รายการ จาก 127 ร้านค้า 55 ชุมชน ใน 53 จังหวัด มาให้ผู้ผลิตนำมาจำหน่ายด้วยตนเอง เพื่อสร้างโอกาสพบผู้บริโภคและรับฟังความต้องการของตลาดโดยตรง
พิชัย เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาโครงการสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนรวมประมาณ 2,400 ล้านบาท และในปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มรายได้อีก 15-20% จากศักยภาพของผู้ประกอบการที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างสินค้าเกษตรคุณภาพสูง เช่น เมล่อนคุณภาพส่งออก จาก My Melon จังหวัดอยุธยา ซึ่งปีที่แล้วมียอดขายกว่า 20 ล้านบาท และตั้งเป้าปีนี้ที่ 30-40 ล้านบาท รวมถึงอะโวคาโดจากจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อากาศดีที่สุดแห่งหนึ่ง มียอดขายปีที่แล้ว 60 ล้านบาท และตั้งเป้าปีนี้อย่างน้อยที่ 80 ล้านบาท
ภูมิปัญญาท้องถิ่น สินค้าประเภทผ้าทอ เช่น ผ้าหม้อห้อม และ ผ้าไทยลื้อ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากร้าน Good Goods การสนับสนุนคราฟต์ไทย มีการเปิดพื้นที่ชั้น 3 สำหรับชมรมสุราแห่งประเทศไทย เพื่อโปรโมทเบียร์และเหล้าไทย เช่น เหล้าออนซอน
นอกจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังจัดตั้ง ศูนย์เรียนรู้ 14 แห่ง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจท้องถิ่น
สำหรับ งาน "จริงใจ มาหา...นคร" ครั้งที่ 13 จัดโดยกลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับโครงการ "เซ็นทรัล ทำ" และบริษัทในเครือ ระหว่างวันที่ 14-19 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงผู้ผลิตจากชุมชนทั่วประเทศสู่ผู้บริโภคในเมือง พร้อมผลักดันให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างตลาดที่เข้าถึงได้จริง มากกว่าการจัดงานแสดงสินค้าเพียงชั่วคราว







