
ส่องนโยบายรัฐบาล แฟรนไชส์สร้างอาชีพ แจกเงินหนุน-เปิดพื้นที่ขายฟรี
นโยบาย “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” รวม 5 มาตรการช่วยผู้เริ่มต้นธุรกิจ ตั้งแต่เงินอุดหนุน สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ หวังสร้างผู้ประกอบการใหม่ 10,000 ราย
KEY
POINTS
- ส่อง นโยบาย “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” รวม 5 มาตรการช่วยผู้เริ่มต้นธุรกิจ
- ตั้งแต่เงินอุดหนุน สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ พื้นที่ขายฟรี เชื่อมลูกค้าผ่าน “ถุงเงิน” หวังสร้างผู้ประกอบการใหม่ 10,000 ราย
รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยให้ประชาชนที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น ผ่านการสนับสนุนแบบครบวงจร ตั้งแต่เงินลงทุน แหล่งเงินทุน พื้นที่ขาย ไปจนถึงการหาลูกค้า โดยตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการรายใหม่กว่า 10,000 ราย
5 จุดเด่นของโครงการที่น่าสนใจ มีดังนี้
1. ช่วยลดเงินลงทุนเริ่มต้น
สสว. จัดงบประมาณ 100 ล้านบาท สนับสนุนผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท โดยช่วยจ่าย 50% ของค่าแพ็กเกจ สูงสุด 10,000 บาทต่อราย ช่วยลดภาระต้นทุนของผู้เริ่มต้นธุรกิจ
2. เลือกแฟรนไชส์ได้กว่า 100 แบรนด์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการมีอาชีพหรือหารายได้เพิ่มเติม สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้นผ่านระบบแฟรนไชส์
ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากว่า 500 ราย และได้คัดเลือกแฟรนไชส์มาตรฐานที่มีมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 100,000 บาท เข้าร่วมโครงการกว่า 100 แบรนด์ ครอบคลุมหลากหลายประเภทธุรกิจ ทำให้ผู้สนใจสามารถเลือกธุรกิจที่เหมาะกับเงินทุนและความถนัดได้ง่ายขึ้น
3. เงินไม่พอ มีสินเชื่อช่วย
ผู้ที่ยังมีเงินทุนไม่เพียงพอ สามารถขอสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษจากสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมการค้ำประกันสินเชื่อจาก บสย. ช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
4. มีพื้นที่ขายฟรี ลดต้นทุนหน้าร้าน
ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับโอกาสใช้พื้นที่ค้าขายในโลตัสและแม็คโครกว่า 2,000 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าเช่าเป็นเวลา 6 เดือน รวมถึงมีพื้นที่จากเครือข่ายตลาดสดไทยรองรับเพิ่มเติม
5. เชื่อมมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐ
ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมระบบกับแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเข้าร่วมมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาล ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขายตั้งแต่เริ่มเปิดกิจการ
โดยรวมแล้ว โครงการไม่ได้แค่ลดต้นทุนการเริ่มต้นธุรกิจ แต่ยังออกแบบให้ผู้ประกอบการได้รับการสนับสนุนครบทั้ง “เงินทุน-พื้นที่ขาย-ลูกค้า” ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเริ่มต้นธุรกิจ และเป็นอีกหนึ่งกลไกที่รัฐบาลใช้ผลักดันให้ SME เติบโต พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน GDP ของภาค SME จากประมาณ 35% เป็น 40% ภายใน 4 ปี







