
ปลดล็อก SME ไทยสู่ตลาดทุน! FETCO ดันตั้ง ‘SME Credit Scoring Agency’ ปูทางไทยสู่ Developed Market
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เสนอจัดตั้ง SME Credit Scoring Agency กลไกใหม่ประเมินความเสี่ยงและให้คะแนนเครดิตผู้ประกอบการ SME หลังพบข้อจำกัดตลาดทุนไทยขาดเครื่องมือวิเคราะห์ธุรกิจขนาดเล็ก "ไพบูลย์ นลินทรางกูร" ชี้หากทำสำเร็จช่วยเปิดทาง SME เข้าถึงแหล่งทุน ลดต้นทุนระดมทุน จิ๊กซอว์สำคัญสู่เป้าหมายยกระดับตลาดทุนไทยเป็น Developed Market ใน 15 ปี
KEY
POINTS
- สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เสนอจัดตั้ง SME Credit Scoring Agency กลไกใหม่ประเมินความเสี่ยงและให้คะแนนเครดิต SME
- หลังพบข้อจำกัดตลาดทุนไทยขาดเครื่องมือวิเคราะห์ธุรกิจขนาดเล็ก "ไพบูลย์ นลินทรางกูร" ชี้หากทำสำเร็จช่วยเปิดทาง SME เข้าถึงแหล่งทุน ลดต้นทุนระดมทุน
- จิ๊กซอว์สำคัญสู่เป้าหมายยกระดับตลาดทุนไทยเป็น Developed Market ใน 15 ปี
ท่ามกลางเป้าหมายใหญ่ในการผลักดันตลาดทุนไทยสู่การเป็น "ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market)" ภายใน 15 ปี ประเด็นที่ถูกยกให้เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากคือการส่งเสริมให้กลุ่มธุรกิจ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"ไพบูลย์ นลินทรางกูร" ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เล่าว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME จำนวนมากมีความต้องการที่จะระดมทุนในตลาดทุน แต่ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญคือ บุคลากรในภาคตลาดทุนส่วนใหญ่ยังขาดความเชี่ยวชาญในการประเมินความเสี่ยง SME
เนื่องด้วย SME เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดเล็ก มีความซับซ้อน และมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ ทำให้การวิเคราะห์ความเสี่ยงเป็นเรื่องยากและเข้าถึงได้ไม่รวดเร็วพอ
SME Credit Scoring Agency คือคำตอบ
เพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว จึงมีการเสนอแนวคิดการจัดตั้ง SME Credit Rating Agency หรือ SME Credit Scoring Agency เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตและให้คะแนนแก่ผู้ประกอบการ SME
หน่วยงานนี้จะเปรียบเสมือนเครื่องมือประเมินเบื้องต้นที่ช่วยให้ภาคตลาดทุนมองเห็นความเสี่ยงที่ชัดเจนขึ้น และกล้าที่จะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ของ SME โดยเฉพาะกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย
ประโยชน์จากการสร้างมาตรฐานใหม่ การมีระบบ Scoring ที่น่าเชื่อถือจะส่งผลดีต่อระบบนิเวศการเงินในหลายมิติ
- การเข้าถึงทุน ช่วยรองรับการออกตราสารในตลาดทุนสำหรับกลุ่ม SME ซึ่งหากไม่มีระบบนี้ การเข้าถึงทุนจะทำได้ยากมาก
- ลดต้นทุนทางการเงิน เมื่อตลาดทุนมีความลึกและมีสภาพคล่องสูงขึ้น จะเอื้อให้กิจการไทยสามารถระดมทุนได้มีประสิทธิภาพในต้นทุนที่ถูกลง
- สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพความเสี่ยงที่แท้จริงและกล้าขยับการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนเรื่องนี้ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการเห็นพ้องร่วมกันของทุกภาคส่วนทั้งประเทศ โดยเบื้องต้นอาจเริ่มนำร่องจาก SME ขนาดใหญ่ก่อน แล้วจึงกำหนดเกณฑ์ยอดขายหรือขนาดธุรกิจที่เหมาะสมต่อไป
นอกจากนี้ ภาครัฐอาจพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือ Incentive เพิ่มเติมสำหรับบริษัทที่เข้ามาลงทุนในกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดแหล่งทุนที่ทัดเทียมกับระดับสากล
ยุทธศาสตร์นี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ SME เติบโตได้จริงในตลาดทุน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว.







