posttoday
เปิดโลกสตาร์ทอัปเกาหลีใต้ รัฐบาลอัดงบ ใช้ TravelTech ยกระดับธุรกิจท่องเที่ยว

เปิดโลกสตาร์ทอัปเกาหลีใต้ รัฐบาลอัดงบ ใช้ TravelTech ยกระดับธุรกิจท่องเที่ยว

02 กรกฎาคม 2569

เปิดโลกสตาร์ทอัพเกาหลีใต้ รัฐบาลเร่งลงทุน Deep Tech เพิ่มงบวิจัย 35.3 ล้านล้านวอนในปี 69 ครอบคลุม AI หุ่นยนต์ ระบบขนส่งอนาคต พร้อม หนุน Travel Tech ยกระดับธุรกิจท่องเที่ยว

เกาหลีใต้ไม่ได้เป็นเพียงประเทศที่ส่งออกวัฒนธรรม K-Culture ไปทั่วโลก แต่ยังเป็นหนึ่งในระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่แข็งแกร่งที่สุดของเอเชีย 

 

โดยจากข้อมูลของ Startupblink ระบุว่า มีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นมากกว่า 15 ราย มูลค่ากิจการเกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยูนิคอร์น 3 อันดับแรก (Toss-Musinsa-Kurly) สามารถระดมทุนรวมกันได้มากกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่ฟู้ดเทค ฟินเทค แฟชั่น ไปจนถึงเทคโนโลยีการท่องเที่ยว (TravelTech)

 

สำหรับด้าน TravelTech ถือเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตในยุคการเติบโตของ AI

 

โดยล่าสุด Korea Tourism Startup Center (KTSC) สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม TravelTech ที่กำลังก้าวข้ามยุคของ "แพลตฟอร์มท่องเที่ยว" ไปสู่การเป็น Deep Tech ที่ใช้ AI, AIoT และการวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามาแก้ปัญหาการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

 

TravelTech ยุคใหม่ ไม่ได้แข่งสร้างแอป แต่แข่งแก้ Pain Point

คิม ควัน-มี (Kim Kwan-mi) Executive Director ของ Korea Tourism Organization (KTO) กล่าวว่า อุตสาหกรรม TravelTech กำลังเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยว ไปสู่การนำ AI, AIoT และเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) มาใช้ยกระดับการดำเนินงานของธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งแต่โรงแรม ระบบการเดินทาง การบริหารรายได้ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ ตามมุมมองของ Korea Tourism Startup Center

คิม ควัน-มี

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน และความคาดหวังของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพ ช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ได้จริง มากกว่าการแข่งขันกันพัฒนาแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว

 

"เมื่อไม่กี่ปีก่อน ทุกคนถามว่าบริษัทมี AI หรือไม่ แต่วันนี้ผู้ประกอบการไม่ได้มองหาว่าใครมี AI แต่มองว่า AI ช่วยแก้ปัญหาธุรกิจอะไรได้บ้าง นั่นคือทิศทางใหม่ของ TravelTech" คิม ควัน-มี กล่าว 

 

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของเกาหลีใต้ที่เร่งลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 

 

รัฐบาลเกาหลีเดินหน้าหนุน Deep Tech เต็มกำลัง

คิม ควัน-มี กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนผ่านของ TravelTech ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่เร่งลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีเชิงลึก

 

โดยเตรียมเพิ่มงบวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็น 35.3 ล้านล้านวอนในปี 2569 ครอบคลุม AI หุ่นยนต์ ระบบขนส่งแห่งอนาคต และเทคโนโลยียุทธศาสตร์ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 

สำหรับ KTSC บทบาทก็ขยับจากการช่วยสตาร์ทอัพ "ออกสู่ตลาดต่างประเทศ" ไปสู่การผลักดันการใช้งานจริงผ่านความร่วมมือเชิงธุรกิจ โดยในปี 2568 สามารถจับคู่ธุรกิจได้ 119 ครั้ง สนับสนุนการทำสัญญาเชิงพาณิชย์ 7 โครงการ และช่วยให้สตาร์ทอัพเกาหลี 2 รายเข้ามาจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย ก่อนต่อยอดสู่ความร่วมมือเชิงพาณิชย์ในปี 2569

 

5 สตาร์ทอัพเกาหลี ชี้อนาคต TravelTech ไม่ได้ขายเทคโนโลยี 

อย่างไรก็ตาม KTSC ได้ยกกรณีศึกษาของสตาร์ทอัปด้าน TravelTech ของเกาหลีใต้ ที่เป็นดาวรุ่งกำลังเติบโต ทั้งในประเทศ และภูมิภาคเอเชีย ซึ่งคิมบอกว่า KTSC ทุกรายล้วนสะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ Pain Point ของผู้ประกอบการท่องเที่ยว

 

เปิดโลกสตาร์ทอัปเกาหลีใต้ รัฐบาลอัดงบ ใช้ TravelTech ยกระดับธุรกิจท่องเที่ยว

 

ALICORN -DOWHAT บริหารโรงแรม อาคารที่พัก

ยกตัวอย่างเช่น ALICORN เป็นผู้พัฒนา AI Platform สำหรับบริหารอาคารและธุรกิจให้บริการหลายสาขา มีระบบควบคุมการเข้าออก ความปลอดภัย การชำระเงิน และการบริหารอาคารไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ใช้บุคลากรหน้างานน้อยลง 

 

นายโจ มิน-ฮี (Cho Min-hee) CEO ของ Alicorn กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่การใช้ AI แทนคน แต่เป็นการให้ AI เข้ามาช่วยดูแลงานที่ต้องทำซ้ำและสนับสนุนการดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยผลจากการใช้งานจริงสามารถลดต้นทุนด้านแรงงานได้สูงสุด 96% เพิ่มกำไรจากการดำเนินงาน 30% และยังรักษาความพึงพอใจของลูกค้าไว้ที่ 98%

 

Alicorn มีผลงานการใช้งานจริงในหลายประเทศ โดย Ecofit24 ประเทศญี่ปุ่น สามารถลดความถี่ในการตรวจสอบสาขาจากทุกวันเหลือเพียงทุก 3 วัน พร้อมลดจำนวนข้อร้องเรียนจากลูกค้า ขณะที่ Jibmusil Co-working Space ซึ่งมี 6 สาขาและให้บริการสมาชิกกว่า 5,000 คนต่อเดือน สามารถบริหารงานได้ด้วยพนักงานเพียง 2 คน ส่วน SpoAny Fitness ลดจำนวนพนักงานประจำสาขาจาก 6 คนเหลือไม่ต้องมีพนักงานประจำสาขาเลย พร้อมเพิ่มรายได้ราว 20%

 

สำหรับไทยนายโจ มองว่าเป็นหนึ่งในตลาดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ของเอเชีย กำลังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนแรงงานและการขาดแคลนบุคลากรเช่นเดียวกับหลายประเทศในภูมิภาค จึงเป็นโอกาสสำคัญของเทคโนโลยีบริหารจัดการจากระยะไกล

 

โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ โรงแรม โฮสเทล ฟิตเนส Co-working Space และธุรกิจที่มีหลายสาขา ปัจจุบัน Alicorn ได้เริ่มดำเนินโครงการร่วมกับ SHIN Hotel Group จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำระบบตรวจสอบการเข้าพัก รวมถึงการควบคุมระบบไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศจากระยะไกลมาใช้งานจริงแล้ว

 

ด้านนายซอง บยอง-กวอน (Seong Byeong-gwon) CEO ของ DOWHAT กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของโรงแรมจำนวนมากคือการใช้หลายระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้เกิดข้อมูลกระจัดกระจายและงานซ้ำซ้อน ปัจจุบันบริษัทขยายการให้บริการจากโรงแรมเพียง 3 แห่งในปี 2564 เป็น 106 โรงแรม ครอบคลุมกว่า 37,000 ห้องพัก และกำลังต่อยอดข้อมูลทั้งหมดสู่แพลตฟอร์ม AI "Aurora" เพื่อช่วยยกระดับการบริหารจัดการโรงแรม

 

Oh My Hotel & Co.

นายยู ซัง (Yoo Sang) Regional Director ของ Oh My Hotel & Co. กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มอัตราการเข้าพักเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบริหารรายได้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทจึงพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อช่องทางการขายกว่า 80 ช่องทางทั่วโลก พร้อมช่วยให้โรงแรมเข้าถึงนักท่องเที่ยวจากตลาดสำคัญอย่างจีน เกาหลี และญี่ปุ่น รวมถึงช่วยเพิ่มรายได้ต่อยอดขายมากกว่า 20%

 

นายพัค ชู-จิน (Park Chu-jin) CEO ของ Star Pickers กล่าวว่า ธุรกิจเช่ายานพาหนะ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ยังขาดระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ บริษัทจึงพัฒนาเทคโนโลยี AIoT สำหรับติดตามยานพาหนะแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือนอุบัติเหตุ ป้องกันการโจรกรรม 

 

และต่อยอดสู่แพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหา เปรียบเทียบราคา จอง และชำระเงินบริการเช่ายานพาหนะได้ในระบบเดียว

 

ด้าน นายจอง ชาง-ยุน (Jeong Chang-yun) CEO ของ DIVE IN Group กล่าวว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนจากการมองหาที่พัก ไปสู่การมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น โรงแรมจึงมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการนำศิลปะ คอนเทนต์ และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) มาพัฒนาห้องพักและกิจกรรมรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างความแตกต่าง แต่ยังสร้างแหล่งรายได้ใหม่จากสินค้า นิทรรศการ และประสบการณ์ที่ต่อยอดจากคอนเทนต์

 

บทเรียนถึงสตาร์ทอัพไทย

กรณีศึกษาจากเกาหลีใต้สะท้อนให้เห็นว่า TravelTech กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ "AI เป็นเพียงเครื่องมือ" ไม่ใช่จุดขายของธุรกิจอีกต่อไป สิ่งที่นักลงทุนและผู้ประกอบการให้ความสำคัญ คือความสามารถของเทคโนโลยีในการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในอุตสาหกรรม ซึ่งสตาร์ทอัพทั้ง 5 ราย ต่างมองเห็นโอกาสการลงทุนและเป็นส่วนร่วมกับธุรกิจท่องเที่ยวในไทย เนื่องจากโดดเด่นเรื่องฮอสพิทาลิที้ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมจากการเป็นผู้ให้บริการ ไปสู่การเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

 

ข่าวล่าสุด

"อนุทิน" สั่งสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ ปมโกงสอบท้องถิ่น

"อนุทิน" สั่งสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ ปมโกงสอบท้องถิ่น