posttoday
คลัง ชง ครม.เคาะรายชื่อผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการฯ ปี69 วันที่ 7 หรือ 14 ก.ค.นี้

คลัง ชง ครม.เคาะรายชื่อผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการฯ ปี69 วันที่ 7 หรือ 14 ก.ค.นี้

02 กรกฎาคม 2569

ลวรณ คาดผลคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าสู่การพิจารณา ครม. วันที่ 7 หรือ 14 ก.ค. ก่อนประกาศสิทธิ 17 ก.ค. พร้อมเร่งเชื่อมฐานข้อมูลสวัสดิการรายบุคคล ลดความซ้ำซ้อน ปูทางระบบ Negative Income Tax ใช้งบรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังเตรียมเสนอรายชื่อผู้มีสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
  • คาดว่าจะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. ในวันที่ 7 หรือ 14 กรกฎาคม 2569
  • การประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดกรองอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 หลัง ครม. รับทราบแล้ว

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการพิจารณาคัดกรองผู้มีสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบก่อน จึงจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดกรองได้ ขณะนี้คาดว่า เรื่องจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ได้ในวันที่ 7 หรือ 14 กรกฎาคม 2569 หลังคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมประชุมในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยยืนยันว่าต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม นี้

"มาตรการดังกล่าวต้องรายงานให้ครม.ทราบก่อน โดยคาดว่าจะเข้าครม.ได้แค่ 2 นัด คือวันที่ 7 กับ 14 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากมีกำหนดการที่จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสิการฯ ในวันที่ 17 กรกฎาคม ดังนั้นกระบวนการทุกอย่างต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันประกาศผล” 

นายลวรณ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุจำนวนผู้ได้รับสิทธิหรือวงเงินงบประมาณที่จะใช้ได้ เนื่องจากต้องรอผลการคัดกรองสุดท้ายอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะทราบว่ามีผู้ได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหรือลดลง ถึงจะตอบได้ว่าใช้งบประมาณเท่าไร เหลืองบประมาณหรือไม่ รวมถึงหลักเกณฑ์บัตรประชารัฐฯที่ใช้ในการพิจารณา 

“กรณีงบประมาณบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปีงบประมาณ 2570 ที่ตั้งไว้ประมาณ 42,000 ล้านบาท หากภายหลังพบว่างบประมาณไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ได้รับสิทธิ กระทรวงการคลังสามารถเสนอของบกลางเพิ่มเติมได้ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติปกติที่ดำเนินการเป็นประจำทุกปี”

สำหรับงบประมาณที่เหลือจากการปรับแผนการใช้จ่าย ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย วงเงิน 10,300 ล้านบาท นั้น รัฐบาจะนำเงินส่วนนี้ไว้ในงบกลาง เพื่อเป็นเงินสำรองไว้ เพื่อรองรับเหตุจำเป็น โดยเฉพาะหากเกิดภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ เนื่องจากวงเงินงบกลางที่มีอยู่ใกล้ถูกใช้เต็มกรอบ ถือเป็นการบริหารจัดการงบประมาณให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

นายลวรณ กล่าวว่า กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลสวัสดิการจากทุกหน่วยงานของรัฐ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลว่าประชาชนแต่ละคนได้รับสวัสดิการประเภทใดและมีมูลค่าเท่าใด โดยที่ผ่านมาโครงการล่าช้า เพราะข้อมูลกระจายอยู่หลายหน่วยงานและติดข้อจำกัดด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) แต่หลังมีกฎหมายรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลของภาครัฐแล้ว การดำเนินงานจะมีความคล่องตัวมากขึ้น

เมื่อฐานข้อมูลแล้วเสร็จ รัฐบาลจะสามารถประเมินได้ว่าประชาชนแต่ละคนได้รับความช่วยเหลือเพียงพอหรือไม่ มีสวัสดิการซ้ำซ้อนหรือไม่ และนำข้อมูลไปใช้ผลักดันระบบ Negative Income Tax โดยผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์จะเสียภาษีตามปกติ ส่วนผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์จะได้รับสวัสดิการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อให้การช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมายและใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจ นายลวรณ มองว่า ช่วงครึ่งปีแรกปี 2569 เศรษฐกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ที่ช่วยประคับประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ไม่ให้ชะลอตัวมากเกินไป

“เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น ยังมีแรงส่งจากการเดินหน้ามาตรการต่างๆของรัฐบาล เช่น ไทยช่วยไทยพลัส ที่ประคอบเศรษฐกิจไม่ให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และการเร่งแก้ไขปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ก็ต้องรอดูว่าไตรมาส 4 จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอะไรออกมาเพื่อให้ทั้งปีมันขยายตัวได้ต่อเนื่อง” 

ข่าวล่าสุด

อว.-AIS-IRIS เปิดตัว "TARI" ดัชนีวัดความพร้อม AI ครั้งแรกของไทย ดันธุรกิจแข่งเวทีโลก

อว.-AIS-IRIS เปิดตัว "TARI" ดัชนีวัดความพร้อม AI ครั้งแรกของไทย ดันธุรกิจแข่งเวทีโลก