posttoday
รัฐเอาจริง! ปราบนอมีนี เชื่อมฐานข้อมูล SME สร้างความเชื่อมั่นธุรกิจไทย

รัฐเอาจริง! ปราบนอมีนี เชื่อมฐานข้อมูล SME สร้างความเชื่อมั่นธุรกิจไทย

02 กรกฎาคม 2569

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกสรรพากร เชื่อมฐานข้อมูล ยกระดับบริการ SME ควบคู่ปราบธุรกิจผิดกฎหมาย ต้องมีข้อมูลครบ 5 ด้าน สร้างความโปร่งใสให้แวดวงธุรกิจไทย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ กรมสรรพากร สร้างความโปร่งใสให้เศรษฐกิจไทย ปรับการทำงานอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ และประสานข้อมูลเชิงลึกเร่งปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และตรวจสอบภาษีโดยเฉพาะนอมินี เบื้องต้นส่งต่อข้อมูลธุรกิจกลุ่มเสี่ยง 5 ด้าน

  • ข้อมูลการชำระภาษี 
  • ข้อมูลการตรวจสอบไม่พบสถานที่ตั้ง
  • ข้อมูลกิจการร่วมค้าและนิติบุคคลต่างประเทศสำหรับตรวจสอบการนำส่งงบการเงิน
  • ข้อมูลนิติบุคคลที่จดทะเบียน VAT 
  • ข้อมูลรายละเอียดของผู้ถือหุ้น ...หลังประชุม 2 หน่วยงานพร้อมเชื่อมต่อข้อมูล 

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้านำข้อมูลที่ได้รับมาทำการวิเคราะห์ เตรียมลงตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานพันธมิตรบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด

 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วานนี้ (วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569) ได้หารือร่วมกับนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เพื่อประสานความร่วมมือปรับกระบวนการทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกภาคธุรกิจมากยิ่งขึ้น เช่น การเปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานกรณีของนิติบุคคลซึ่งมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ยื่นขอจดทะเบียน ณ จุดเดียวที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

รวมถึงด้านการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบ 

 

โดยเฉพาะการใช้คนไทยถือหุ้นแทนในลักษณะนอมินี เนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมสรรพากร มีข้อมูลเชิงลึกของนิติบุคคลทั้งประเทศ และได้มีการเชื่อมต่อข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจ ข้อมูลผู้ถือหุ้น และข้อมูลงบการเงิน

 

รวมทั้งข้อมูลการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของนิติบุคคล แต่เนื่องจากที่ผ่านมา มีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก และยังมีมิจฉาชีพในคราบนักธุรกิจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมียุทธวิธีที่แนบเนียนในการกระทำผิดกฎหมาย 

 

ดังนั้นทั้ง 2 หน่วยงานจึงต้องประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันป้องกันและป้องปรามธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านั้น โดยเน้นที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และใช้ข้อมูลที่ 2 หน่วยงานมีอยู่มาทำการตรวจสอบเชิงลึกและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยง พร้อมบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด

 

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเป้าหมายสำคัญของการประสานความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากการปรับบริการให้ดีขึ้นแล้ว ทั้ง 2 หน่วยงานจะเร่งส่งต่อข้อมูลระหว่างกันเพื่อให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนและหยุดยั้งพฤติกรรมของชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยใช้คนไทยเป็นนอมินีและพฤติกรรมของมิจฉาชีพไม่ให้บานปลายและทำลายเศรษฐกิจของประเทศให้เสียหายในวงกว้าง 

 

รวมทั้งการส่งต่อข้อมูลของ 2 หน่วยงาน จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความชอบธรรมแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต และสร้างความแข็งแกร่งแก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติว่าการประกอบธุรกิจในประเทศไทยมีหน่วยงานภาครัฐพร้อมให้การส่งเสริม สนับสนุน อำนวยความสะดวก และสร้างบรรยากาศที่ดีในการประกอบธุรกิจ

 

ข่าวล่าสุด

‘โรม’ ชี้คดีสินบน ‘ไชยชนก’ 40 ล้าน ผ่านไป 8 เดือนไม่คืบหน้า สะท้อนวิกฤตยุติธรรม

‘โรม’ ชี้คดีสินบน ‘ไชยชนก’ 40 ล้าน ผ่านไป 8 เดือนไม่คืบหน้า สะท้อนวิกฤตยุติธรรม