
เปิดข้อมูลแอปฯ จีนในไทย หลัง GOKOO ถูกจับตา ครบตั้งแต่กิน เที่ยว นวด ทำวีซ่า
เปิดขุมข่ายแอปฯ เดลิเวอรี่จีน “GOKOO และ E-Gets" ไม่ใช่แพลตฟอร์มน้องใหม่ แต่มีมานานแล้ว เพื่อคนจีนใช้ชีวิตในไทย กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต ระยอง พื้นที่หลัก
KEY
POINTS
- เปิดข้อมูลเดลิเวอรี่ของคนจีนในไทย ไม่ใช่แพลตฟอร์มน้องใหม่ แต่มีมานานแล้ว หลัง “GOKOO" ถูกจับตา
- พบก่อนหน้านี้มี Feixiang ถูกใช้งานก่อนช่วงโควิด และ E-Gets เน้นส่งอาหารกรุงเทพฯ ระยอง
- ขณะที่ GOKOO แทรกทุกไลฟ์สไตล์ตั้งแต่สั่งอาหาร จองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน นวด ความบันเทิง บริการวีซ่า คอร์สเรียนภาษาไทย ครบจบในที่เดียว
"ทุนจีน" กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังหน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบร้านอาหารจีน ซูเปอร์มาร์เก็ต และบริษัทต้องสงสัยหลายแห่งในย่านห้วยขวาง พบข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้โครงสร้างนอมินี
บางบริษัทใช้ที่ตั้งเดียวกัน ขณะที่บางธุรกิจถูกตั้งคำถามเรื่องใบอนุญาตประกอบกิจการ รวมถึงกรณีร้านอาหารจีนบางแห่งที่ถูกกล่าวอ้างว่าไม่รับชำระเงินเป็นสกุลเงินบาท
ล่าสุดกระแสในโลกออนไลน์เริ่มขยายไปสู่การตั้งคำถามเกี่ยวกับเดลิเวอรีสัญชาติจีนที่ให้บริการในประเทศไทย หลังพบไรเดอร์สีส้ม ของแพลตฟอร์มที่ไม่คุ้นตาวิ่งรับส่งอาหารในหลายพื้นที่ทั้งเขตห้วยขวาง สุทธิสาร รัชดา อโศก ตลอดจนพัทยาและชลบุรี ซ้ำร้ายไรเดอร์แพลตฟอร์มดังกล่าวบางรายไม่มีป้ายทะเบียนรถ
จนนำไปสู่ข้อสงสัยจากสังคมว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยหรือไม่ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานใด
อย่างไรก็ตามเดลิเวอรี่ดังกล่าว ไม่ใช่น้องใหม่ในไทย และไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นตามกระแสทุนจีนในปัจจุบัน แต่เข้ามาทำตลาดในไทยมาหลายปีแล้ว ตามที่ “โพสต์ทูเดย์” ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ https://www.posttoday.com/smart-sme/719812
GOKOO ไม่ใช่แค่ส่งอาหาร ครอบคลุมไลฟ์สไตล์คนจีน
ที่กำลังเป็นกระแสคือ GOKOO ซึ่งให้บริการในหลายประเทศทั้งสิงคโปร์ เวียดนาม ไทย ซาอุดิอาระเบีย ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย
GOKOO เปิดให้บริการในไทยตั้งแต่ปี 2564 เริ่มต้นจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี จดทะเบียนภายใต้บริษัท โกคูออนไลน์ จำกัด รายชื่อกรรมการคือ นายหวัง เจียน และนายฮัว ยีเฮา
จากการตรวจสอบข้อมูลบนเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท โกคูออนไลน์ จำกัด ยังคงดำเนินกิจการอยู่ จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2563 ทุน 30 ล้านบาท
โดยประเภทธุรกิจการบริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่วนการรายงานงบการเงิน พบ รายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ 180,693,198.82 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 5,509,215.91
จากข้อมูลพบว่าผู้พัฒนาแอปฯ นี้คือวิศวกร และโปรแกรมเมอร์ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส จากบริษัทยูนิคอร์นชั้นนำของจีนอย่าง Alibaba และ Meituan ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมธุรกิจออนไลน์ไปสู่ออฟไลน์ มานานหลายทศวรรษ และมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ช่วยสร้างทีมงานหลังบ้าน
ปัจจุบัน GOKOO กลายเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำในตลาดกลุ่มชาวจีนในประเทศไทยครอบคลุม กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต
ข้อมูลที่พบชี้ว่า GOKOO ได้ขยายจากเดลิเวอรีไปสู่บริการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การแพทย์ และบริการวีซ่าในบางประเทศ ซึ่งสะท้อนว่ากำลังสร้างระบบนิเวศสำหรับชุมชนจีนในต่างประเทศมากกว่าจะเป็นแอปส่งอาหารเพียงอย่างเดียว
ไม่ว่าจะเป็นซื้อสินค้า จองโรงแรม จองตั๋วท่องเที่ยว ค้นหาร้านเสริมความงาม จองรถ คอร์สเรียนภาษาไทย รวมถึงเข้าถึงบริการต่าง ๆ ผ่านแอปเดียว โดยมีบริการภาษาจีน-อังกฤษ ไทยและเวียดนาม เป็นต้น
E-GetS เน้นส่งเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ -ระยอง
ทั้งนี้ นอกจาก GOKOO แล้วยังพบอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสัญชาติจีนก็คือ E-GetS ที่เข้ามาให้บริการในไทยและประเทศอาเซียนหลายแห่ง ให้บริการหลากหลายภาษา เช่น อังกฤษ ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย ซึ่งในประเทศไทย พื้นที่ให้บริการหลัก ๆ อยู่ที่กรุงเทพฯ และระยอง
ข้อมูลระบุว่า E-GetS เป็นแพลตฟอร์มบริการไลฟ์สไตล์ดิจิทัลจากจีน ก่อตั้งในปี 2561 ให้บริการสั่งอาหารออนไลน์ ค้าปลีกสมัยใหม่ โลจิสติกส์จัดส่งแบบเรียลไทม์ และธุรกิจซัพพลายเชนอาหาร โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
E-GetS อยู่ภายใต้ บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง 3 ส.ค. 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจขายปลีก รายชื่อกรรมการ นายเซียว หงเผย ประเภทธุรกิจ การขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต วัตถุประสงค์ ประกอบธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-commerce และหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริการสั่งซื้อ ขาย และจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่เกี่ยวข้อง
สถานะบริษัทยังคงดำเนินกิจการอยู่ พบรายงานงบการเงินล่าสุดปี 2567 รายได้รวมอยู่ที่ 6,144,623.75 ขณะที่กำไร (ขาดทุน) สุทธิ -30,755,839.68
จากการสำรวจภายในแอปฯ การให้บริการต่างจาก GOKOO ที่ส่วนใหญ่ปรากฏเป็นภาษาจีน และมีร้านอาหารจีนเป็นส่วนมาก ขณะที่ E-GetS มี ร้านอาหารเครื่องดื่มหลากหลายทั้งไทย จีน เกาหลี เวียดนาม ญี่ปุ่น รวมถึงบริการอื่น ๆ เช่น จองเที่ยวบิน ส่งพัสดุ เป็นหลัก
Feixiang เกิดก่อน GOKOO และ E-Gets
อย่างไรก็ตาม ก่อนการเข้ามาของ GOKOO และ E-GetS ตลาดแพลตฟอร์มสำหรับชาวจีนในไทยเคยมีผู้เล่นอย่าง Feixiang หรือ "ช้างบิน" ซึ่งวางตำแหน่งตัวเองเป็น "แพลตฟอร์มเดลิเวอรีอาหารและบริการไลฟ์สไตล์สำหรับชาวจีนในไทย"
ในช่วงปี 2563-2565 Feixiang ถือเป็นหนึ่งในแอปที่ได้รับความนิยมในกลุ่มชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยให้บริการครอบคลุมทั้งการสั่งอาหาร ค้นหาร้านอาหาร บริการส่งสินค้า และบริการไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ผ่านแอปภาษาจีนที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชุมชนชาวจีนโดยเฉพาะ
ข้อมูลในแอประบุว่า เคยเปิดให้บริการในหลายจังหวัดสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สมุทรปราการ ระยอง และพัทยา พร้อมเชื่อมต่อเครือข่ายร้านอาหารจีนและร้านอาหารยอดนิยมในไทยจำนวนมาก
แม้ปัจจุบัน Feixiang จะไม่ได้เป็นผู้เล่นหลักในตลาดเหมือนในอดีต แต่ก็ไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง โดยถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มยุคบุกเบิกที่เข้ามารองรับชุมชนชาวจีนในไทย ก่อนที่ GOKOO และ E-GetS จะเข้ามา
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด แม้จะยังพบร่องรอยการอัปเดตแอปบนแพลตฟอร์มแอนดรอยด์บางแห่งในปี 2567 แต่ไม่พบการทำตลาดเชิงรุกในประเทศไทยเหมือนในอดีต
อีกทั้งไม่พบความเคลื่อนไหวผ่านเว็บไซต์ทางการหรือกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในช่วงหลัง ขณะที่กระแสการพูดถึงในกลุ่มธุรกิจจีนและชุมชนชาวจีนในไทยก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
รัฐต้องกำกับดูแลตรวจสอบเพิ่ม
ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ว่าแอปฯ จีนบุกไทย เพราะบุกมานานแล้ว แต่สิ่งที่สังคมกำลังตั้งคำถามคือระบบหลังบ้าน ความถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องของไรเดอร์ถูกกฎหมาย เพราะมีผู้พบเห็นว่าไรเดอร์บางรายไม่ใช่คนไทย ขณะที่เสียงอีกฝั่งจากอดีตไรเดอร์ GOKOO ออกมาให้ข้อมูลว่า ยังเป็นคนไทยบางคนบอกทำรายได้ 20,000 บาท ภายใน 2 สัปดาห์ แต่ต้องทำงานวันละ 12 ชั่วโมง มีแอดมินดูแลระบบตลอด 24 ชั่วโมง
ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ท่ามกลางการขยายตัวของทุนจีนและเศรษฐกิจดิจิทัลข้ามพรมแดนที่เข้มข้นขึ้นทุกปี ท่ามกลางประเด็นทุนเทา นอมีนีต่างชาติ ในจังหวัดท่องเที่ยว







