
สสว. ดึงองค์กรระหว่างประเทศร่วมออกแบบโรดแมป SME ไทย 5 ปีข้างหน้า
สสว.ระดมความเห็นองค์กรระหว่างประเทศ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เตรียมจัดทำ“แผนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2571–2575)"
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้เปิดเวทีเสวนาเชิงนโยบายระดับชาติครั้งสำคัญในหัวข้อ “Sustainable SMEs, Resilient Thailand” เพื่อระดมสมองสร้างเกราะป้องกันและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจ SME ไทย ท่ามกลางกระแสความผันผวนของโครงสร้างเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
พร้อมเชื่อมโยงเป็นหนึ่งในกิจกรรมขับเคลื่อนร่วมกับการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ที่จะจัดขึ้น ณ ประเทศไทย ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้
การเสวนาครั้งนี้ใช้แนวคิดเชิงรุกแบบ “Outside-In” หรือการเปิดรับฟังมุมมอง คำแนะนำ และมาตรฐานจากองค์กรสากลระดับโลก เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดทำ “แผนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2571–2575)" ให้ตอบโจทย์ความท้าทายในโลกแห่งความจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำ อาทิ World Bank, UN ESCAP, OECD, UNIDO, ADB และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมหารืออย่างเข้มข้น
นายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างรวดเร็วมาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
สสว.ในฐานะหน่วยงานหลักที่ดูแล SME ซึ่งเปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีจำนวนกว่า 3.28 ล้านราย ขับเคลื่อน GDP ถึงร้อยละ 35 และจ้างงานคนไทยถึง 13.6 ล้านคน (มากกว่าร้อยละ 99.5 ของธุรกิจทั้งประเทศ) จึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ประกอบการเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจโลกเพียงลำพังได้ เราต้องการเปลี่ยนมุมมองระดับโลกให้กลายมาเป็นแนวทางที่นำมาลงมือปฏิบัติจริงได้ในท้องถิ่น เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการเติบโตที่สมดุล"
ทั้งนี้การประชุมระดมความคิดเห็นกลุ่มย่อย (Breakout Sessions) จากผู้เข้าร่วมงานกว่า 150 ราย ได้ข้อสรุปแนวทางการขับเคลื่อนเชิงรูปธรรมผ่าน "3 มิติแห่งทางรอด" ดังนี้
มิติที่ 1 การทลายข้อจำกัดด้านเงินทุน (Alternative SME Finance) มุ่งปฏิรูปโครงสร้างสถาบันการเงินจากการพิจารณาสินเชื่อด้วยหลักทรัพย์ค้ำประกันและงบการเงินย้อนหลัง ไปสู่ระบบนิเวศทางการเงินรูปแบบใหม่ เช่น การประเมินคะแนนความน่าเชื่อถือจากข้อมูลธุรกรรมทางการค้าจริง (Alternative Credit Scoring) และกลไกค้ำประกันสินเชื่อสีเขียว (Green Credit Guarantees) เพื่อช่วยรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการปรับตัวได้จริง
มิติที่ 2 ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Responsible AI & Digitalization) มุ่งส่งเสริมให้ SME นำ AI เข้ามาเป็นอาวุธในการบริหารต้นทุน วิเคราะห์ผู้บริโภค และยกระดับการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการวางแนวทางกำกับดูแลที่รับผิดชอบ (AI Governance) เพื่อให้ AI เป็นตัวช่วยเสริมศักยภาพมนุษย์ และลดช่องว่างด้านทักษะเทคโนโลยีระหว่างธุรกิจใหญ่และธุรกิจชุมชนในต่างจังหวัด
มิติที่ 3 การมีส่วนร่วมของ SME ในห่วงโซ่คุณค่าอย่างยั่งยืน โดยการสร้างมาตรฐานการค้าเขียวระดับสากล (Green Standard Supply Chains) เตรียมความพร้อมเร่งด่วนเพื่อช่วย SME รับมือกฎกติกาการค้าใหม่ของโลก เช่น ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) และกฎระเบียบปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของยุโรป
แม้กฎระเบียบเหล่านี้จะเริ่มจากบริษัทใหญ่ แต่จะส่งผลบีบลงมาถึง SME ที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สสว. จึงมุ่งสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และเครื่องมือตรวจสุขภาพคาร์บอน เพื่อช่วยธุรกิจไทยรักษาสถานะคู่ค้าระดับโลกไว้ได้







