
“แม็คซ์ฟู๊ด” ไอศกรีมแบรนด์คนไทย ขายยังไงให้โตถึง 500 ล้าน
ทำไม “ไอศกรีมรสไทย” ถึงขายดีทั่วโลก? ถอดสูตร แม็คซ์ฟู๊ด กรุ๊ป "นำดาวสู่ดิน" จาก SME ตัวเล็กสู่แบรนด์ไทยส่งออก 99% คาดรายได้ปีนี้ 500 ล้าน เป้าปีหน้าแตะ 1,000 ล้าน
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมสินค้าไอศกรีมจากประเทศไทย จึงโดดเด่นและเป็นที่น่าจับตามองในตลาดโลก
ทั้งยังเป็นประเทศผู้ส่งออกไอศกรีมอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชีย และเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหภาพยุโรป สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร
เหตุผลหลักเป็นเพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน และมีความโดดเด่นในเรื่องผลไม้เมืองร้อน
กรณีศึกษาของ บริษัท แม็กซ์ฟู๊ด กรุ๊ป จากเอสเอ็มอีรายเล็ก ๆ วันนี้สามารถเติบโต สร้างรายได้ถึงระดับหลักร้อยล้าน สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ “ยอดขาย” แต่คือการที่ผู้ผลิตไทยรายหนึ่งสามารถปั้น “Premium Thai Dessert” จนเจาะตลาดต่างประเทศได้ถึง 99% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่ตลาดในประเทศมีสัดส่วนเพียง 1%
ถอดรหัส SME รายเล็กก็โตในตลาดโลกได้
แม็กซ์ฟู๊ด กรุ๊ป เริ่มต้นจาก ฐานพงศ์ จุ้ยประเสริฐ ที่เติบโตมาในครอบครัวที่ยากลำบาก มีคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องเลี้ยงลูกชาย 4 คน ชีวิตเคยลำบากถึงขั้นถูกล็อกบ้าน ตัดน้ำตัดไฟ ทำให้เขาตั้งใจตั้งแต่เด็กว่าจะเป็นคนสุดท้ายของครอบครัวที่ต้องยากจน
กลางวันเขาทำงานทุกอย่าง ทั้งส่งเอกสาร แจกใบปลิว และขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ส่วนกลางคืนเรียนต่อภาคค่ำที่ราชภัฏจันทรเกษม จนกระทั่งปี 2554 ชีวิตเกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อสูญเสียลูกสาวคนโตจากเหตุการณ์น้ำท่วม ความโศกเศร้าทำให้เขาและภรรยา (ผู้จบด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร) ไม่สามารถอยู่บ้านเฉย ๆ ได้ จึงตัดสินใจหาอะไรทำเพื่อไปขายในช่วงวันหยุด
จึงเริ่มทำ “โมจิไอศกรีม” ขายที่ตลาดนัดรถไฟจตุจักร ด้วยแนวคิดอยากทำของดีราคาเข้าถึงง่าย หรือ “นำดาวสู่ดิน” เพราะโมจิไอศกรีมเป็นสินค้าในตลาดไฮเอนด์ที่เข้าถึงยาก ลูกสาวของเขาเองก็เคยอยากทานพวกเขาจึงตั้งใจว่าจะทำให้สำเร็จและนำไปขายในตลาดล่าง เพื่อให้คนทั่วไปได้ลิ้มลองสินค้าคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้
แรกๆ ขายยาก มีปัญหาหลายอย่าง สุดท้ายตัดสินใจขยายเป็นแฟรนไชส์ และเติบโตจนมี 300 สาขาทั่วประเทศ และต่อยอดสู่ธุรกิจส่งออก หลังเห็นข่าวเกษตรกรเทสับปะรดทิ้งช่วงโควิด จึงเกิดไอเดียนำผลไม้ไทยมาแปรรูปเป็น “ไอศกรีมซอร์เบต์ในลูกผลไม้” เพื่อส่งออกต่างประเทศ แต่การส่งออกแรก ๆ มักมีอุปสรรคเป็นธรรมดา สินค้าหลายตู้ถูกตีกลับเพราะไม่ผ่านมาตรฐาน จนขาดทุนเกือบ 20 ล้านบาท บ้านเกือบถูกยึด แต่เขาเลือกไม่ยอมแพ้ กลับไปศึกษาความรู้ด้านอาหารและระบบการผลิตใหม่ทั้งหมด จนสามารถส่งออกสำเร็จและเริ่มมีออเดอร์จากต่างประเทศต่อเนื่อง
จากผลไม้ไทย สู่ “Premium Dessert”
ปัจจุบัน แม็กซ์ฟู๊ด กรุ๊ป เป็นผู้ผลิตขนมหวานและไอศกรีมแช่แข็ง โดยเน้นผลิตภัณฑ์ผลไม้ไทย มาต่อยอดเป็น “Fruit-Based Premium Dessert” หรือขนมหวานพรีเมียมจากผลไม้จริง เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาอาหารหวานในรูปแบบ healthier choice มากขึ้น ซึ่งสินค้าหลักของบริษัทประกอบด้วย
- ไอศกรีมซอร์เบในลูกผลไม้จริง
- โมจิไอศกรีม
- ไอศกรีมแท่งจากผลไม้ไทย
- ผลิตภัณฑ์ dairy free และ low-calorie
โดยสินค้ากลุ่มไอศกรีมซอร์เบในลูกผลไม้ถือเป็น “พระเอก” ของบริษัทตามด้วยโมจิไอศกรีม และซอร์เบแบบถ้วย
หนึ่งในสินค้าที่ได้รับความสนใจมากคือ “Fruits Lato Stick” ไอศกรีมแท่งจากผลไม้ไทย ที่หยิบวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างทุเรียน มะม่วง มะพร้าว มะขาม และข้าวโพด มาพัฒนาเป็นสินค้าส่งออก
ตลาดโลกเริ่มเปิดรับ “ของหวานไทย”
จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดนี้ คือผู้บริโภคต่างชาติเริ่มมอง “ผลไม้ไทย” เป็นวัตถุดิบพรีเมียมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป
ปัจจุบัน แม็คซ์ฟู๊ดส่งออกสินค้าไปแล้วกว่า 7 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ จีน ซาอุดีอาระเบีย ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย และ เวียดนาม
ขณะเดียวกัน กำลังเร่งขยายตลาดใหม่ไปยังยุโรป สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งสะท้อนว่า “ของหวานไทย” ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ตลาดนักท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังถูกวางตำแหน่งเป็นสินค้าพรีเมียมในตลาดอาหารโลก
ฐานพงศ์ กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ แม็คซ์ฟู๊ด กรุ๊ป เพราะเราได้รับการตอบรับที่ดีมากจากทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ หลายประเทศให้ความสนใจนำสินค้าเข้าไปจัดจำหน่ายเพิ่มเติม และมีการเจรจาธุรกิจที่สามารถปิดดีลได้จริงภายในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ซึ่งสะท้อนว่าไอศกรีมผลไม้ไทยยังมีโอกาสเติบโตในตลาดโลกได้อีกมาก
บริษัทฯ ตั้งเป้าผลักดันยอดขายรวมแตะ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2027 และคาดรายได้ปี 2569 ประมาณ 400 - 500 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนเป็นไอศกรีมซอร์เบในลูกผลไม้ ซึ่งคาดมีสัดส่วนถึง 70% โมจิไอศกรีม 20% ไอศกรีมซอร์เบผลไม้ชนิดถ้วย 10% และมีสัดส่วนการขายต่างประเทศ 99% และในประเทศเพียง 1% ผ่านกลยุทธ์การขยายตลาดส่งออก การเพิ่มฐานลูกค้าในประเทศ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพ และความแตกต่าง
ทั้งยังเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่ม low-calorie, real fruit sorbet และ dairy free พร้อมสร้าง Brand Recall ในฐานะแบรนด์ “Real Fruit Premium” ที่โดดเด่นเรื่องการใช้ผลไม้แท้คุณภาพสูง
ขณะเดียวกัน แม็คซ์ฟู๊ด กรุ๊ป ยังเดินหน้าขยายการรับรู้แบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Collaboration ร่วมกับร้านอาหาร โรงแรม บุฟเฟต์ และโมเดิร์นเทรดชั้นนำ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืน ด้วยแนวทางลดการใช้พลาสติก เพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และพัฒนามาตรฐานสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ควบคู่กับมาตรฐานการผลิตระดับสากล ทั้ง FSSC22000, Halal และ ISO Series
อีกทั้งบริษัทฯ ยังเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต เพื่อพัฒนาองค์กรสู่การเป็น One Stop Service ด้านขนมหวานแช่แข็งและไอศกรีมครบวงจร ตั้งแต่การคิดค้นสูตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ จัดหาวัตถุดิบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ วางแผนการผลิต ไปจนถึงการส่งออกสู่ตลาดปลายทางทั่วโลก เพื่อตอกย้ำมาตรฐานแบรนด์ไทยในระดับสากล
ปัจจุบันประเทศไทยยังคงครองอันดับ 1 ประเทศผู้ส่งออกไอศกรีมในภูมิภาคเอเชีย และติดอันดับ 4 ของโลกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ แม็คซ์ฟู๊ด กรุ๊ป ถือเป็นผู้ผลิตและส่งออกไอศกรีมอันดับ 9 ของไทย โดยมีสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศสูงถึง 99% และตลาดในประเทศ 1%สะท้อนศักยภาพของไอศกรีมผลไม้ไทยที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก







