
เปิดต้นทุนอีคอมเมิร์ซต่างชาติ ที่ SME ต้องคำนวณ ก่อน “ขายดีจนเจ๊ง”
มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยโตกว่าล้านล้านบาท แต่รวยกระจุก 3 แพลตฟอร์ม ช้อปปี้ ลาซาด้า ติ๊กต็อก ขณะที่ SME “ช้ำคือเรา” ถูกต้นทุนแฝง-ค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ส่อหายจากตลาด
สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA: Thai e-Commerce Association) หรือ สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย เปิดเผยตัวเลขตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2568 อยู่ที่ 1.13 ล้านล้านบาท ช้อปปี้ ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 50% รองลงมาคือ ติ๊กต็อก 32% และ ลาซาด้า 18%
คาดการณ์ตลาดปี 2569 จะอยู่ที่ 1.15 ล้านล้านบาท คิดเป็น 30% ของตลาดค้าปลีกทั้งหมด แต่ผู้ประกอบการไทยที่เพิ่งช่องทางออนไลน์ดังกล่าว กลับต้อง ช้ำใจ กับต้นทุน ที่เพิ่มขึ้น แบบไม่ได้เตรียมใจ
แพลตฟอร์มปรับขึ้นค่าธรรมเนียมบ่อยครั้ง (เช่น บางรายปรับทุกรายไตรมาส) จนค่าธรรมเนียมรวม (Take-rate -รวมค่า GP, Transaction และ Service Fees พื้นฐาน) พุ่งสูงถึง 22% - 40% นอกจากนี้ยังมีการคิดค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ทำให้ร้านค้าต้องแบกรับภาระภาษีจากตัวเลขที่ไม่ใช่กำไรจริง
โครงสร้างต้นทุนที่ผู้ประกอบการไทยต้องแบกรับ ประกอบด้วย
กรณี แพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร ขายได้ 2.1 ล้านบาท แต่ต้องจ่ายให้แพลตฟอร์มถึง 7 แสนบาท เป็นเพียงเสียงส่วนหนึ่งที่ออกมาพูดดังๆ ในฐานะแม่ค้าออนไลน์ ซึ่งต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่รัฐบาล กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะเห็นปัญหาว่าการค้าขายออนไลน์ก็ไม่ต่างจากการค้าขายออฟไลน์ซึ่งก็ต้องมีการควบคุมอยู่ในเกณฑ์การแข่งขันที่เป็นธรรมด้วยเช่นกัน







