


2+



เจาะ DNA ทายาท “ยูดี ทาวน์” ปั้นอีเวนต์ใหญ่ ปลุกเศรษฐกิจอุดรธานี
ถอดรหัส “กองทัพมด” ยูดี ทาวน์ อุดรธานี เมื่อ “กำปั้นเล็ก” ต้องเดินเกมไว ส่งต่อปรัชญาจากรุ่นพ่อสู่ “อภิชา-ภาสกร” บทพิสูจน์สานต่อที่ยากกว่าสร้างใหม่
KEY
POINTS
- ถอดรหัสกองทัพมด "ยูดี ทาวน์" เมื่อ "กำปั้นเล็ก" ต้องเดินเกมไว ส่งต่อปรัชญาจากรุ่นพ่อสู่ลูก
- “อภิชา-ภาสกร” บทพิสูจน์การสานต่อที่ยากกว่าสร้างใหม่ ปั้นอีเวนต์ คอมมูนิตี้ ดึงคนอุดรธานีเข้าพื้นที่ ดันฮับค่ำคืน 24 ชม.
- ฝันอยากมีโปรเจกต์ยก “ย่านชิดลม” มาไว้ใจกลางอุดรธานีในอนาคต
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยยักษ์ใหญ่ “ยูดี ทาวน์ (UD TOWN)” ยังคงยืนหยัดในฐานะคอมมูนิตี้คู่เมืองอุดรธานีกว่า 18 ปี ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เปิดรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้เข้ามาปักหมุดสร้างธุรกิจ ทั้งร้านอาหาร สินค้า และไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้ยูดีทาวน์ยังยืนหยัดได้มาถึงทุกวันนี้ หนุ่ย-ธนกร วีรชาติยานุกูล รวมถึงลูก ๆ อย่าง เอิร์น อภิชา - เอิร์ธ ภาสกร วีรชาติยานุกูล บอกว่า ไม่เคยที่จะหยุดพัฒนา ซึ่งหมายความว่าพวกเขาพยายามเพิ่มความถี่ในการสร้างสีสันให้กับจังหวัดอยู่เสมอ ๆ ในฐานะเจ้าบ้านที่ต้อนรับผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงนิยามตนเองว่าเป็นโรงอาหารของคนอุดร
จึงพยายามจัดอีเวนต์ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต วันคริสต์มาส ปีใหม่ รวมถึงสงกรานต์ที่ล่าสุด ทุ่มงบราว 30 ล้านบาทจัด “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” เทศกาลดนตรีที่รวมกลุ่มนักร้องลูกทุ่ง ศิลปินดีเจทั้งไทย และต่างประเทศเข้ามาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัด
ซึ่งเอิร์น-อภิชา บอกกับ “โพสต์ทูเดย์” ว่า เธอเป็นคนชอบในสีสันของดนตรี รวมถึงมีประสบการณ์ได้คลุกคลีกับเบื้องหลังจัดงานใหญ่ระดับประเทศอย่าง Siam Songkran Music Festival ร่วมกับ รชต ธันยาวุฒิ
กำปั้นเล็ก ก็ต้องไปแบบเล็ก ๆ
เมื่อโฟกัสกลับมาที่ “ยูดี ทาวน์” ธนกรในฐานะผู้เป็นพ่อ ได้ถ่ายทอดปรัชญาการทำงานแบบ “กองทัพมด” ให้กับลูกๆ นั่นคือการยืนหยัดบนความสม่ำเสมอ ขยันสร้างสรรค์กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการทุ่มทรัพยากรครั้งใหญ่เพียงคราวเดียว
"เพราะว่า กำปั้นเราเล็ก เราก็ต้องไปแบบเล็กๆ” ธนกร กล่าว
ซึ่งหมายถึงการประเมินกำลังตนเองแต่เน้นการลงมือทำทันทีเมื่อมีไอเดีย การทำอีเวนต์บ่อยๆ ช่วยให้แบรนด์อยู่ในใจคนเสมอ และเป็นการดึงดูดคน (Traffic) ให้กลับมาเห็นศูนย์การค้าอีกครั้ง
และที่สำคัญคือ ความรับผิดชอบในฐานะ "เจ้าของบ้าน" ที่นิ่งไม่ได้ เพราะมีผู้ประกอบการรายย่อยฝากชีวิตไว้ หากศูนย์การค้าไม่ขยับตัวทำกิจกรรม ผู้ประกอบการรายย่อยที่เปิดร้านอยู่จะลำบาก การทำอีเวนต์เรื่อยๆ จึงเป็นการสร้างโอกาสให้ร้านค้าขายของได้
เขามองว่ายูดี ทาวน์มีหน้าที่ทำพื้นที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้คนอยากมาอยู่ ยูดี ทาวน์เลือกเจาะช่องว่าง ที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ยังเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะตลาดยามค่ำคืนหลังพระอาทิตย์ลับฟ้า ด้วยการผสมผสานร้านค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะโซนอาหารที่มีทั้งแบรนด์ระดับประเทศและร้านท้องถิ่น เปิดให้บริการยาวถึงตี 5 ขณะที่บางแบรนด์ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ยูดี ทาวน์กลายเป็นจุดหมายของผู้คนในยามค่ำคืนอย่างแท้จริง
ความนิยมและการยืนหยัดของยูดี ทาวน์ ท่ามกลางการแข่งขันกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เป็นผลจากยุทธศาสตร์ที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งคือ “รูปแบบ” ยูดี ทาวน์เลือกพัฒนาเป็น Open-Air Community Mall ที่เปิดรับลมและธรรมชาติ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย แตกต่างจากศูนย์การค้าปิดแบบดั้งเดิม พร้อมออกแบบพื้นที่ให้เข้าถึงร้านค้าได้ง่าย เสมือนถนนคนเดินยุคใหม่ ภายในถูกจัดสรรเป็นโซนอย่างมีระบบ ตั้งแต่โซนอีซี่ไลฟ์ โซนแฟชั่นและความงาม ไปจนถึงโซนอาหารที่รวบรวมทั้งเชนร้านดังจากกรุงเทพฯ และร้านท้องถิ่น โดย “อาหาร” ทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการสร้างภาพจำของศูนย์
สอง คือการวางบทบาทเป็น Festival Hub อยากเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมและเทศกาลสำคัญของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์หรือเคาน์ดาวน์ ที่ถูกยกระดับให้กลายเป็นอีเวนต์ซิกเนเจอร์
สาม คือการเป็นศูนย์รวมอาหารและไลฟ์สไตล์ยามค่ำคืน ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนอุดรธานี ไม่จำกัดปิดเวลา สี่ คือการสร้าง Ecosystem แบบมิกซ์ยูส ที่ผสานศูนย์การค้า โรงแรม และศูนย์ประชุมไว้ในพื้นที่เดียวกัน ช่วยเสริมแรงซึ่งกันและกัน ทั้งในแง่ฐานลูกค้ากลุ่มสัมมนาและนักท่องเที่ยว
และสุดท้าย คือ “ทำเล” ที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟและใจกลางเมือง ทำให้ยูดี ทาวน์กลายเป็นทั้งจุดนัดพบและจุดแวะพักที่สะดวกที่สุดแห่งหนึ่งของอุดรธานี
อภิชา กับการตลาดที่เข้าถึงหัวใจ Gen Z
ในฐานะผู้ดูแลยูดี ทาวน์ อภิชา เล่าว่า เธอนำเสนอแนวคิดที่เน้น "ประสบการณ์" และ "ไลฟ์สไตล์" มากกว่าแค่การขายสินค้า เธอวิเคราะห์ว่าคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะ Gen Z เป็นกลุ่มที่หาเงินเก่ง และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบสถานที่ที่เป็น Place to be seen หรือพื้นที่ที่พวกเขาได้โชว์ไลฟ์สไตล์ผ่านโซเชียลมีเดีย ดังนั้นจึงมีการใช้ฐานข้อมูลลูกค้ามาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์
ภาสกร ผู้สร้าง Ecosystem
สำหรับภาสกร ผู้รับหน้าที่ดูแลโรงแรมโมโค (Moco Hotel) และศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ เน้นแนวคิดการสร้าง Ecosystem ให้ทุกธุรกิจเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์
เขาไม่ได้มองว่าโรงแรมหรือศูนย์ประชุมคือธุรกิจที่แยกขาดจากกัน แต่มันคือฟันเฟืองที่ช่วยเติมเต็มทราฟฟิกให้กันและกัน เช่น การดึงงานประชุมขนาดใหญ่มาที่มลฑาทิพย์ เพื่อให้เกิดการเข้าพักที่โรงแรมโมโค และการจับจ่ายที่ร้านอาหารในยูดี ทาวน์
นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเดินทางมาถึงอุดรธานี โดยมองว่าอุดร คือ Hub หรือศูนย์กลางการเดินทางที่เข้าถึงง่าย การที่อุดรธานีเป็นเมือง MICE City ทำให้มีการจัดประชุมขนาดใหญ่บ่อยครั้ง ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่รอบข้าง ทั้งโรงแรมและศูนย์อาหารในยูดี ทาวน์
อยากมีย่านชิดลม กระตุ้นเศรษฐกิจอุดร
อภิชา กล่าวว่า ถ้ามีพื้นที่อื่น อยากจะพัฒนาโดยมีแนวคิดที่อยากจะสร้างให้เป็นฮับหรือศูนย์กลางที่คล้ายกับย่าน ชิดลม อย่างไรก็ตาม แผนการก่อสร้างยังมีความไม่แน่นอนเนื่องจาก ต้นทุนที่สูง ในปัจจุบัน ซึ่งหากสภาพเศรษฐกิจเอื้ออำนวย เธอก็คาดหวังว่าโครงการนี้น่าจะเกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาประมาณอีก 5 ปีข้างหน้า
ทำสิ่งที่พ่อแม่สร้าง ยากมาก
อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นความท้าทายของปีนี้ สำหรับ อภิชา เธอบอกกับ “โพสต์ทูเดย์” ว่า สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเธอคือ "การทำสิ่งที่พ่อแม่ทำสำเร็จไว้แล้ว ให้มันสำเร็จต่อไปยังไง"
"ในขณะที่คนส่วนใหญ่อาจมองว่าการที่มีฐานจากพ่อแม่เตรียมไว้ให้นั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงแล้วมันยากกว่า เพราะว่าเขาทำไว้ดีมาก ๆ แล้วความท้าทายหลักคือการ คิดว่าจะทำอย่างไรให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม"
จากความยากดังกล่าว ทำให้เราตัดสินใจ "ฉีกออกมาด้านอีเวนต์" เนื่องจากมีความชอบส่วนตัวด้านดนตรี และต้องการใช้ประสบการณ์จากการเดินทางไปเห็นโลกกว้างมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แม้ว่าในช่วงปีแรกๆ ของการทำธุรกิจอีเวนต์อาจจะได้กำไรน้อย แต่เป้าหมายสำคัญของเธอคือการนำสิ่งที่แปลกใหม่มาให้คนอุดรธานี และต้องการสร้างพื้นที่ให้กลายเป็น "แลนด์มาร์คของภาคอีสาน"
สุดท้ายแล้ว บทสรุปแนวคิดของทายาททั้งสองคือการ "ไม่หยุดพัฒนา" ทำรีเสิร์ชพฤติกรรมลูกค้าในกรุงเทพฯ เพื่อนำมาปรับใช้ที่อุดรธานี
ความแข็งแกร่งของยูดี ทาวน์ ในวันนี้ไม่ได้มาจากโครงสร้างอาคาร แต่มาจาก "วิญญาณของความเป็นเจ้าบ้าน ที่เข้าใจว่าเศรษฐกิจจะดีได้ ทุกคนต้องรอดไปด้วยกัน"
แม้จะผ่านวิกฤตโควิด-19 มาได้ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นบทเรียนที่ยากที่สุดแล้ว วิกฤตราคาน้ำมันในปัจจุบันจึงเป็นเพียงบททดสอบที่ต้องแก้ไขด้วยการปรับตัวอย่างมีเหตุผล
ซึ่งธนกร บอกว่า การเป็น "กองทัพมด" ที่ขยันขยับตัวอยู่ตลอดเวลา จึงกลายเป็นอาวุธลับสำคัญที่ทำให้ยูดี ทาวน์ ยังคงเป็นหมุดหมายหลัก (Destination) ของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เครดิตภาพประกอบอื่น ๆ : เพจ UD TOWN



2+





