posttoday

SME ไทยฝ่าวิกฤต! เปิดเกม "ต้องรอด" ยุคต้นทุนพุ่ง 120% ดิ้นสู้ทุนจีน-เวียดนาม

28 มีนาคม 2569

สัมภาษณ์พิเศษ: เมื่อต้นทุนพุ่ง 120% แต่อัพราคาขายมากไม่ได้! SME ไทยกำลังถูกบีบจากทั้งสงครามโลก และทุนจีนที่ไหลบ่าเข้ามาเงียบๆ คำถามคือคุณจะ "อยู่รอด" หรือ "หาย" ไปจากตลาด ถอดมุมคิด "แสงชัย จิตบุญทวีสุข" เมื่อ 'ความเร็ว' และ 'นวัตกรรม' คือทางรอดเดียว ท่ามกลาง

KEY

POINTS

  • สัมภาษณ์พิเศษ: เมื่อต้นทุนพุ่ง 120% แต่อัพราคาขายมากไม่ได้!
  • SME ไทยกำลังถูกบีบจากทั้งสงครามโลก และทุนจีนที่ไหลบ่าเข้ามาเงียบๆ คำถามคือคุณจะ "อยู่รอด" หรือ "หาย" ไปจากตลาด
  • ถอดมุมคิด "แสงชัย จิตบุญทวีสุข" เมื่อ 'ความเร็ว' และ 'นวัตกรรม' คือทางรอดเดียว ท่ามกลาง

ในวันที่กระแสเศรษฐกิจโลกผันผวนจนยากจะคาดเดา ทั้งจากปัญหาสงครามที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ และการรุกคืบของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากต่างแดน "คุณป๊อบ" แสงชัย จิตบุญทวีสุข ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท สหชัยโปรโมชั่น จำกัด ได้เปิดมุมมองสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ "โพสต์ทูเดย์" ถึงจุดตายและทางรอดของ SME ไทยที่ต้องเผชิญกับพายุรอบด้าน

กลยุทธ์รับมือต้นทุนพุ่ง 120%

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเม็ดพลาสติกพุ่งสูงถึง 100-120% พร้อมข้อจำกัดด้านปริมาณ "คุณป๊อบ" เลือกที่จะแก้เกมด้วยกลยุทธ์ "รัดเข็มขัดและจัดลำดับความสำคัญ" ต้องกระจายความเสี่ยง Supply Chain และวางแผนสต็อกอย่างมีสติ ไม่ตื่นตูม

  1. บริหารต้นทุนราย SKU ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าสินค้าตัวไหนทำกำไรได้ดีที่สุด หากตัวไหนกำไรน้อยอาจต้องระงับการผลิตชั่วคราวเพื่อรักษากระแสเงินสด
  2. รักษาภาพคล่อง (Cash Flow) เน้นสินค้ากลุ่มหมุนเวียนเร็ว ราคาเข้าถึงง่าย
  3. ลดพลังงานในกระบวนการผลิต กลับมาดูเรื่อง Internal ประหยัดไฟ ปรับปรุงมอเตอร์ และลดการเดินเครื่องเปล่า
  4. กระจายความเสี่ยง Sourcing เลิกพึ่งพา Supplier เจ้าเดียว เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและป้องกันสินค้าขาดมือ
  5. ความคล่องตัว (Agility) ยึดคติว่าธุรกิจที่รอดไม่ใช่เจ้าที่ใหญ่ที่สุด แต่คือคนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด

ปั้น 'ขยะ' ให้เป็น 'ทอง' นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

โจทย์ปีนี้คือ "ขายให้มีกำไรและหมุนเวียนเร็ว" ไม่ใช่แค่ขายให้มาก สินค้าตัวไหนกำไรน้อยอาจจะหยุดการขายชั่วคราวเพื่อรักษากระแสเงินสด

"คุณป๊อบ" ไม่ได้มองเพียงแค่การขายของถูก แต่คือการ "เพิ่มมูลค่า" เพื่อหนีสงครามราคา ผลงานไฮไลท์ อย่าง เก้าอี้ PCR (Post Consumer Recycled) ที่ทำร่วมกับ กทม. และ SCG โดยนำพลาสติกใช้แล้ว (Single-use) มาอัพไซคลิ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์อัจฉริยะที่แข็งแรงทัดเทียมของใหม่

SME ไทยฝ่าวิกฤต! เปิดเกม "ต้องรอด" ยุคต้นทุนพุ่ง 120% ดิ้นสู้ทุนจีน-เวียดนาม

รวมถึงคอลเลกชัน "บ้านแมว" ที่ผลิตจากเศษรังผลไม้เก่าผสมไม้ยางพารา เพื่อเตรียมนำไปโชว์ในงานสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ประเทศเยอรมนี

"ยอดขายเราคงที่เติบโตอยู่ที่ประมาณ 5-10% ผมอยากฝากว่า อย่าพึ่งพาข้อมูลด้านเดียว ต้องวิเคราะห์จุดคุ้มทุนให้ชัด และจำไว้ว่า คนที่อยู่รอดคือคนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด"

SME ไทยฝ่าวิกฤต! เปิดเกม "ต้องรอด" ยุคต้นทุนพุ่ง 120% ดิ้นสู้ทุนจีน-เวียดนาม

ฝันร้าย SME เมื่อทุนจีนสวมรอย 'Made in Thailand'

"คุณป๊อบ" เปิดประเด็นด้วยสิ่งที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบัน นั่นคือการที่โรงงานจีนเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยเพื่อชิงตราสัญลักษณ์ Made in Thailand ไปใช้ในการโฆษณา เนื่องจากลูกค้าต่างชาติเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทยมากกว่าสินค้าจากจีนหรือเวียดนาม 

กลุ่มทุนเหล่านี้มีความพร้อมทั้งด้านงบประมาณและวัตถุดิบราคาถูกที่ชิปมาจากเมืองจีน ซึ่งรวมค่าขนส่งแล้วยังถูกกว่าการผลิตในไทยที่ต้องแบกรับทั้งค่าแรงและค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้น

"สิ่งที่น่ากลัวคือเขาผลิตได้ในไทยแล้วส่งกลับไปอเมริกาเพื่อเลี่ยงภาษี ขณะที่ผู้ประกอบการไทยสู้ราคาไม่ได้ เพราะลูกค้ายังยึดติดกับราคาที่เคยผลิตในจีนซึ่งถูกกว่าเราเกือบ 50%"

SME ไทยฝ่าวิกฤต! เปิดเกม "ต้องรอด" ยุคต้นทุนพุ่ง 120% ดิ้นสู้ทุนจีน-เวียดนาม

บทเรียนจาก "เวียดนาม" ยุบกระทรวง-ดึงนักลงทุน

เมื่อมองไปยังคู่แข่งคนสำคัญอย่าง "เวียดนาม" สิ่งที่น่ากลัวคือ "การปรับโครงสร้างภาครัฐ" ที่เด็ดขาด โดยเวียดนามมีเป้าหมายจะยุบกระทรวงจาก 30 กระทรวง เหลือเพียง 14 กระทรวงภายในปีพ.ศ.2545 เพื่อลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตที่ซับซ้อนและดึงดูดนักลงทุนอย่างมหาศาล

"เวียดนาม" แก้ Pain Point เรื่องระยะเวลาและค่าใช้จ่ายให้นักลงทุนแบบรวบยอด อย่างปีที่แล้ว Lego ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่พลาสติกก็เลือกไปลงทุนที่เวียดนาม แทนที่จะมาไทย

ด้าน "ค่าแรง" ไม่สูงแต่มีศักยภาพในการเรียนรู้สูง ขณะที่ไทยเปิด BOI ให้คนมาลงทุนจริง แต่คนไทยมักจะอยู่แค่ในภาคแรงงาน ไม่ค่อยได้เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีหรือไอที ทักษะไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นไประดับสูง

แต่เวียดนามและจีนกลับมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Know-how) จากบริษัทข้ามชาติเพื่อพัฒนาแบรนด์ตัวเองให้ทัดเทียมระดับโลก

ทั้งนี้คาดว่าในอีก 10 ปีเวียดนามจะโตเร็วกว่าไทยอย่างมากเพราะภาครัฐเด็ดขาดเรื่องงบประมาณและการยุบกระทรวง

ขอความต่อเนื่องและติดอาวุธ SME

สุดท้ายนี้อยากฝากถึงภาครัฐว่า SME และ Start up ต้องการนโยบายที่มีเสถียรภาพและต่อเนื่อง ไม่ใช่เปลี่ยนตามสมัยการเมืองจนผู้ประกอบการตั้งตัวไม่ทัน

พร้อมเสนอให้รัฐสนับสนุนโครงการที่จับคู่นักออกแบบระดับโลกกับ SME เพื่อสร้างนวัตกรรม และผลักดันการไปออกบูธต่างประเทศแบบเป็นกลุ่มใหญ่ (Community) เพื่อสร้างพลังในการเจรจา

แนวทาง SME และ Startup ไทยเติบโตระดับ Global ?

ก่อนอื่นต้องแก้ที่ "ต้นน้ำ" เหมือนเวียดนามและจีน 

  • พัฒนาทักษะ จีนยอมให้บริษัทใหญ่มาลงทุนแต่ต้องมีเงื่อนไขให้คนงานจีนได้เรียนรู้ Know-how จนพัฒนาแบรนด์ตัวเองขึ้นมาทัดเทียมได้
  • เพิ่มอาวุธการแข่งขัน ตอนนี้เราขาดเวที Challenger สินค้าเกษตร รัฐควรช่วยเพิ่มมูลค่า (Value Added) เช่น การเปลี่ยนขยะ (Waste) ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ไม่ใช่แค่ทำปุ๋ย
  • สนับสนุนการออกแบบและเงินทุน รัฐควรเอา SME มาร่วมกับนักออกแบบชั้นนำโดยไม่ต้องให้ลงเงินเอง และสนับสนุนการไปออกบูธต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ (Community) เหมือนจีน ตุรกี หรือเวียดนามที่ไปหลายบูธ เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขัน

SME ไทยฝ่าวิกฤต! เปิดเกม "ต้องรอด" ยุคต้นทุนพุ่ง 120% ดิ้นสู้ทุนจีน-เวียดนาม

ขณะที่ SME และ Startup อยากแนะนำว่า...

  1. อย่าพึ่งพาข้อมูลด้านเดียว ต้องเก็บข้อมูลและวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break-even point) ให้ชัดเจน
  2. กระจายความเสี่ยง อย่าพึ่งพา Sourcing เจ้าเดียว เพราะคุณจะไม่มีอำนาจต่อรองราคา
  3. ปรับตัวให้เร็ว ในวงการธุรกิจ คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่ใหญ่ที่สุด แต่คือคนที่ปรับตัวให้เร็วที่สุด (Fastest to adapt)

อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ คือ อย่ามองว่าวิกฤตมีแต่ข้อเสีย อย่างตอนนี้เงินบาทอ่อนค่าเราก็มีโอกาสส่งออกมากขึ้น มันเป็นวัฏจักรธุรกิจที่มีขึ้นมีลง อยู่ที่ว่าเราจะปรับตัวอย่างไร

"วิกฤตมีโอกาสเสมอ ถ้าเราทำ Local ให้กลายเป็น Global ได้ เราจะได้ช่องทางที่มากขึ้น และนั่นคือทางรอดที่แท้จริง"

ข่าวล่าสุด

เปิดชื่อ 35 รัฐมนตรี ครม.อนุทิน2 เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ 30มี.ค.69