BabyLovett ถูกใจ พ่อแม่ ยุคใหม่ Sold Out หลายพันชิ้นในไม่กี่นาที
ทำได้ไง 2 พี่น้อง นักธุรกิจรุ่นใหม่ สร้างปรากฎการณ์ ดันแบรนด์ BabyLovett เจาะกลุ่มพ่อแม่ยุคใหม่ Sold Out หลายพันชิ้นในไม่กี่นาที บนโลกออนไลน์
พฤติกรรมของพ่อแม่ยุคใหม่สะท้อนชัดว่า ‘คุณภาพ’ กลายเป็นปัจจัยแรกที่ถูกนำมาพิจารณา สอดรับกับเทรนด์ Premiumization โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปกครอง Gen Y ที่พร้อมจ่ายมากขึ้น เพื่อแลกกับสินค้าที่มั่นใจได้ว่าดีที่สุดสำหรับลูกน้อย
BabyLovett (เบบี้โลเว็ต) แบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์คอลเลกชันลิมิเต็ดซึ่งขายหมดหลายพันชิ้นภายในไม่กี่นาที และยังครองแบรนด์อันดับ 1 ในหมวดเสื้อผ้าเด็กบนแพลตฟอร์มลาซาด้า จากแนวคิดการทำแบรนด์ที่ชัดเจน และการใช้ Storytelling เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความผูกพันกับคุณพ่อคุณแม่อย่างยั่งยืน
ต่อยอดความเชี่ยวชาญ 40 ปี สู่ ครอบครัวยุคใหม่
ย้อนกลับไปราว 7–8 ปีก่อน ในวันที่ตลาดเสื้อผ้าเด็กไทยถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ระหว่างเสื้อผ้าแบรนด์หรูระดับพรีเมียมที่ราคาสูงกับเสื้อผ้าราคาย่อมเยาที่มักแลกมาด้วยคุณภาพที่ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง เก๋ ลภัสนันท์ และ ใหม่ ธัญลักษณ์ ดิลกอัศวโรจน์ สองพี่น้องผู้ร่วมก่อตั้ง BabyLovett มองเห็นช่องว่างในตลาด และเลือกนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจากธุรกิจครอบครัวที่อยู่ในวงการเสื้อผ้าเด็กมานานกว่า 40 ปี มาปรับใช้ให้ตอบโจทย์ความต้องการของพ่อแม่ยุคใหม่
ทั้งคู่ยกระดับมาตรฐานคุณภาพ และเนรมิตแบรนด์ที่รวมเอาหัวใจของคำว่า ‘คุณภาพ’ และ ‘ราคาที่จริงใจ’ เข้าไว้ด้วยกัน จากเอสเอ็มอีรายเล็ก BabyLovett ค่อย ๆ เติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าเด็กแถวหน้าที่พ่อแม่ให้ความไว้วางใจในระยะยาว
ด้วยประสบการณ์ที่สะสมมานานหลายทศวรรษ ทำให้พวกเธอรู้ซึ้งถึงหัวใจของเสื้อผ้าเด็กอ่อน ตั้งแต่การคัดสรรชนิดผ้าที่ละเอียดอ่อนที่สุด การปักที่ต้องไม่ระคายเคืองผิว ไปจนถึงเทคนิคการพิมพ์และการเย็บที่ประณีตในทุกฝีเข็ม
กลายเป็นที่มาของชื่อแบรนด์สุดอบอุ่นอย่าง BabyLovett ซึ่งเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า “Baby Loves it” เพื่อสื่อถึงความตั้งใจสูงสุดว่า เสื้อผ้าทุกชิ้นไม่เพียงแต่พ่อแม่จะเห็นแล้ว ‘เลิฟ’ เท่านั้น แต่ต้องเป็นสิ่งที่ลูกน้อยสวมใส่แล้ว ‘รัก’ และสบายตัวที่สุดในทุกย่างก้าวของการเติบโต
แม้ตลอดเส้นทางการเติบโต BabyLovett ต้องเผชิญทั้งการแข่งขันที่รุนแรง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงความ
ท้าทายจากโครงสร้างตลาดและอัตราการเกิดของเด็กไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
แบรนด์ยังสามารถยืนหยัดและเพิ่มการเติบโตของรายได้มากกว่า 4 เท่าในเวลาเพียง 6 ปี ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะแบรนด์ไทยที่ครองใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างเหนียวแน่น
ถักทอ ‘A Journey of Happiness’ ผ่านดีไซน์ที่มากกว่าเสื้อผ้าเด็ก
เชื่อไหมว่าเสื้อผ้าตัวเล็ก ๆ เพียงหนึ่งตัว สามารถเล่าเรื่องราวและสื่อความหมายได้มากกว่าที่คิด สำหรับ BabyLovett เสื้อผ้าเด็กไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่สวมใส่ แต่คือผลงานดีไซน์ที่มีชีวิตและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทุกตะเข็บ ทุกลวดลาย ทำให้ทุกคอลเลกชันมีความหมายและสร้างความรู้สึกร่วมให้กับกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ จนเกิดเป็นคอลเลกชันลิมิเต็ดที่มีธีมชัดเจนและเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ
Disney Frozen, Halloween 2025, Santa’s Christmas in Space ส่งผลให้หลายคอลเลกชันขายหมดภายในไม่กี่นาทีหลังเปิดตัว และสร้างความรู้สึกผูกพันระยะยาวกับกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ที่รอคอยทุกการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์
“เราไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้าเด็ก แต่เราขายความสบายใจให้คนเป็นพ่อแม่” นี่คือคำมั่นสัญญาที่เป็นหัวใจสำคัญของ BabyLovett จุดแข็งที่ทำให้เราครองใจคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่คือความใส่ใจในมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด แบรนด์พิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกผืนผ้า วัสดุ ไปจนถึงอุปกรณ์เล็ก ๆ
อย่างกระดุมและซิปที่ต้องปลอดภัยไร้กังวล เมื่อความใส่ใจนี้มาบรรจบกับดีไซน์ที่น่ารักและราคาที่เข้าถึงง่าย BabyLovett จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงเด็กโต กลายเป็นแบรนด์ที่พ่อแม่ไว้วางใจ เลือกใช้ซ้ำ และบอกต่อด้วยความภาคภูมิใจ
เติบโตบนอีคอมเมิร์ซ สู่แบรนด์อันดับ 1 บนลาซาด้า
การขยายสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตของ BabyLovett อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการปักหมุดจำหน่ายที่ LazMall บนแพลตฟอร์มลาซาด้าที่มีความน่าเชื่อถือ มาพร้อมฐานลูกค้าที่มองหาสินค้าคุณภาพพรีเมียมและเอ็กซ์คลูซีฟ ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มพ่อแม่ที่มีกำลังซื้อและความตั้งใจซื้อสูงได้อย่างรวดเร็ว
ก้าวต่อไปสู่ Top of Mind Brand ของครอบครัวยุคใหม่
สำหรับก้าวต่อไป BabyLovett เตรียมเดินหน้าขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมทุกช่วงวัยและทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ ควบคู่กับการมองหาโอกาสขยายสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังมีศักยภาพการเติบโตสูงในกลุ่มสินค้าเด็ก พร้อมเปิดรับโปรเจกต์ Collaboration กับแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ทั้งน่าตื่นเต้นและมีความหมายให้กับลูกค้าในทุกช่วงเวลา
“หมุดหมายของเราคือการเป็น Top of Mind Brand ในใจคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ และเป็น ‘เพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุด’ ของทุกครอบครัว ตั้งแต่วินาทีแรกที่เจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลก ไปจนถึงทุกย่างก้าวของการเติบโต เพราะเราเชื่อว่า Journey of Happiness เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน” เก๋ ลภัสนันท์ กล่าวทิ้งท้าย


