posttoday

AI กวาดงานออฟฟิศ คนเสี่ยงตกงาน เปิดทางธุรกิจเป็น Solo Unicorn

10 มีนาคม 2569

AI ยุคใหม่กวาดงานออฟฟิศ กระทบเด็กจบใหม่เสี่ยงตกงาน โดนเลย์ออฟ ธุรกิจใหม่ชะลอจ้างพนักงานคนแรก เข้าสู่ยุคผู้ก่อตั้งคนเดียว พนักงานศูนย์คน

ในงาน “อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน Smart Industry” จัดโดย SCG ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย กล่าว หัวข้อ “SMEs ชีวิตจะเปลี่ยนไปด้วย Smart AI” ว่า โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ซึ่งรุนแรงและแตกต่างจากยุคอินเทอร์เน็ตหรือสมาร์ทโฟนที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง

 

เปลี่ยนจาก "แทนแรงงาน" สู่ "แทนสมอง"

ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือความแตกต่างระหว่างเครื่องจักรในยุคก่อนกับ AI ในยุคปัจจุบัน ในอดีตเทคโนโลยี เครื่องจักรถูกนำมาเพื่อทดแทนผู้ใช้แรงงานเพิ่มความแม่นยำและลดต้นทุน แต่ AI ที่เกิดขึ้นในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่ม Large Language Model (LLM) ไม่ได้เข้ามาจัดการงานระดับแรงงาน แต่กลับพุ่งเป้าไปที่ "งานระดับมันสมอง" หรือพนักงานออฟฟิศ ส่งผลให้งานที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่

  • งานด้านเอกสารและการสรุปรายงาน
  • งานบัญชีและกฎหมาย
  • งานวิชาการ การตลาด และความคิดสร้างสรรค์
  • การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

 

ลุ้น ยุคแห่ง Solo-Unicorn จะเกิดเมื่อใด

โดยปกติแล้วในแวดวงสตาร์ทอัพ "ยูนิคอร์น" (Unicorn) หมายถึงบริษัทที่มีมูลค่าธุรกิจสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปแต่เดิมการจะไปถึงจุดนั้นต้องใช้พนักงานจำนวนมหาศาล แต่ตอนนี้ เริ่มนับถอยหลังสู่ธุรกิจยูนิคอร์นที่มีผู้ก่อตั้งเพียงคนเดียว หรือ Solo Unicorn และไม่มีการจ้างลูกน้องที่เป็นมนุษย์เลย 

 

เหตุผลที่ผู้ก่อตั้งคนเดียวสามารถขับเคลื่อนธุรกิจมูลค่ามหาศาลได้ เป็นเพราะการใช้เทคโนโลยี AI แบบใหม่ มาทำหน้าที่เป็น "AI Agent" ทำงานแทนคนได้จำนวนมาก AI สามารถทำงานแทนพนักงานในระดับ 10, 20 หรือแม้แต่ 30 คนได้ในราคาที่ต่ำมาก AI กลุ่มนี้ไม่ได้เข้ามาแทนแรงงานระดับล่าง แต่เข้ามาแทนงานในออฟฟิศ เช่น งานเอกสาร บัญชี กฎหมาย การตลาด และการเขียนโปรแกรม

 

ธุรกิจใหม่เริ่มจ้างพนักงานคนแรกช้าลง 

สัญญาณเริ่มต้นที่พบในปัจจุบัน ดร.อธิป ระบุว่าเทรนด์นี้เริ่มเห็นได้ชัดในสหรัฐอเมริกา โดยพบว่า SME ที่ก่อตั้งใหม่ ใช้เวลานานขึ้นกว่าจะจ้างพนักงานคนแรก เพราะผู้ก่อตั้งเลือกที่จะใช้ AI ทำงานแทนในช่วงเริ่มต้นเพื่อสเกลธุรกิจ โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนด้านบุคลากร AI ทำงานแทนลูกน้องได้นับ 10-30 คน

 

ทั้งนี้ การจะเป็น Solo Unicorn ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การมี AI แต่ขึ้นอยู่กับ "ความเก่งของผู้ใช้" คือเครื่องมือที่ขยายขีดความสามารถ หากผู้ก่อตั้งเก่งและมีทักษะในการควบคุม AI (เปรียบเสมือนหัวหน้าที่คุมลูกน้องอัจฉริยะ) ก็จะยิ่งทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้ไกลและเร็วขึ้น

 

ซึ่งในวงการสตาร์ทอัพก็มีลุ้นกันว่า ยูนิคอร์นที่มีผู้ก่อตั้งคนเดียว และมีลูกน้องเป็น AI จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ 

 

 

กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสสูงสุด

ธุรกิจที่มีโอกาสเป็น Solo Unicorn ได้เร็วที่สุดคือ กลุ่มธุรกิจบริการที่เน้นการใช้ข้อมูลและสติปัญญา เช่น งานเขียน งานกฎหมาย หรือบัญชี ซึ่งสามารถทำผ่านระบบดิจิทัลและใช้ AI จัดการได้ทั้งหมด ในขณะที่ธุรกิจภาคการผลิตหรือโรงงานยังคงต้องพึ่งพาเครื่องจักรและทรัพยากรทางกายภาพอยู่บ้าง

 

ดาบสองคม เครื่องมือสร้าง "ความเหลื่อมล้ำทางสติปัญญา"

ทั้งนี้ แม้ AI จะดูเหมือนเป็นเครื่องมือที่สร้างความเท่าเทียม แต่ในความเป็นจริง ดร.อธิป เตือนว่า AI กำลังกลายเป็น "เครื่องมือสร้างความเหลื่อมล้ำทางสติปัญญา" ผลการศึกษาพบว่า คนเก่งที่ใช้ AI จะยิ่งเก่งขึ้นทวีคูณ เปรียบเสมือนหัวหน้าที่มีลูกน้องอัจฉริยะอยู่ในมือ คนไม่เก่งที่ใช้ AI จะยังคงระดับเดิม AI ไม่ได้ช่วยยกระดับทักษะโดยอัตโนมัติหากผู้ใช้ไม่มีความชำนาญพื้นฐาน

 

SME มีแต้มต่อเหนือบริษัทใหญ่ ในขณะที่บริษัทใหญ่ใช้ AI เพื่อลดต้นทุนเป็นหลัก (90%) มีไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ AI เพิ่มรายได้ แต่ SME สามารถใช้ AI เพื่อเพิ่มรายได้ และรับงานได้มากขึ้นโดยไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม

 

ผลกระทบย้อนศรต่อ "เด็กจบใหม่"

คนที่ได้รับผลกระทบจาก AI เสี่ยงโดนเลย์ออฟมากสุดคือ "พนักงานเด็กจบใหม่" มีการค้นพบจากวิจัยสแตนฟอร์ด ที่บอกว่าคนที่อายุยิ่งเยอะ เช่น 30-40 ขึ้นไป ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะมีคนที่รู้ดีเรื่องการเขียน Prompt รู้วิธีควบคุม AI แต่ที่มีปัญหาคือ เด็กจบใหม่ หรือ Gen Z ลงไปที่เพิ่งเริ่มสมัครเข้าทำงาน แล้วทำงานไม่ได้อาจกระทบ แต่สิ่งนี้เป็นความเชื่อของสากล ไม่ใช่ทั้งหมด

 

ข้อมูลและเงินทุนไหลออก

อย่างไรก็ตาม ดร.อธิป เสนอว่า แม้ AI จะดีต่อบริษัทแต่ละแห่ง แต่ในภาพรวมระดับประเทศ หากไทยไม่มีศักยภาพในการสร้างเทคโนโลยีเอง ข้อมูล (Data) และเม็ดเงินจำนวนมากจะไหลออกนอกประเทศ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาด้านความมั่นคงและส่งผลกระทบต่อ GDP ในระยะยาว

 

ข่าวล่าสุด

"เลย์" สู้ศึกน้ำมันพุ่ง! "เป๊ปซี่โค" ชูสูตรลับเพิ่ม Yield ดันผลผลิตต่อไร่ ฝ่าวิกฤติเกษตร-ซัพพลายเชนโลก