posttoday

4 กสทช.เสียงข้างมาก จี้ประธาน บรรจุวาระ สรรหาเลขาธิการคนใหม่

10 มีนาคม 2569

จี้ประธาน กสทช. บรรจุวาระการสรรหาเลขาธิการ กสทช. และแต่งตั้งผู้รักษาการแทน ภายหลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง 4 กสทช. ชี้ “ไตรรัตน์” นั่งเก้าอี้รักษาการฯ นานกว่า 5 ปี

กรรมการ กสทช. ชี้ศาลปกครองกลางยกฟ้องในคดีที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. ฟ้องกรรมการ กสทช. 4 คน ระบุ กรรมการ กสทช. ทำงานตามอำนาจหน้าที่ ได้เวลาสรรหาเลขาธิการตัวจริง จี้ประธาน กสทช. บรรจุระเบียบวาระการประชุม ภายหลังนายไตรรัตน์รั้งตำแหน่งรักษาการเลขาธิการนานเกือบ 6 ปี

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่าในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 กรรมการ กสทช. ได้ถามศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ว่าเหตุใดถึงไม่บรรจุระเบียบวาระ เรื่อง ผลคำพิพากษาคดีปกครอง คดีหมายเลขดำที่ 1463/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 293/2567

ที่ศาลมีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” ต่อกรณีที่ รักษาการ เลขาธิการ กสทช. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ได้ยื่นฟ้อง 4 กสทช. ได้แก่ พล.อ.ท. ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศ.กิตติคุณ ดร. พิรงรอง รามสูต รศ.ดร. ศุภัช ศุภชลาศัย และ รศ.ดร. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์

สืบเนื่องจากการพิจารณาระเบียบวาระพิจารณากำหนดคุณสมบัติอื่นของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ทั้งที่คดีดังกล่าวได้ตัดสินมาตั้งแต่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 แล้วและส่งผลต่อการทำหน้าที่ของ กสทช. และจริยธรรมของสำนักงาน กสทช. ด้านประธาน กสทช. ชี้แจงเพียงว่าขอศึกษารายละเอียดก่อน

ทั้งนี้ ในเอกสารวาระที่เสนอเพื่อให้ กสทช. พิจารณานั้น สรุป ว่า นายไตรรัตน์ ได้ยื่นฟ้อง กรรมการ กสทช. 4 คนในหลายคดีและหลายศาล ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง โดยที่ทุกคดีศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องทั้งหมด เพราะเห็นว่าการดำเนินการของกรรมการ กสทช. 4 คนเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จึงเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย

การฟ้องคดีของ “ไตรรัตน์” นอกจากจะทำให้เกิดภาระให้แก่กรรมการ กสทช. ที่ถูกฟ้องคดีที่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการต่อสู้คดีแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการขับเคลื่อนองค์กร กสทช. ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประโยชน์สาธารณะอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทั้งก่อนและหลังจากที่ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว กรรมการ กสทช. ได้เสนอให้ที่ประชุม กสทช. พิจารณาเร่งรัดดำเนินการสรรหาเลขาธิการ กสทช. แต่ประธาน กสทช. ยังไม่ดำเนินการบรรจุวาระการสรรหาดังกล่าว โดยอ้างว่า มีความเกี่ยวเนื่องกับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เป็นเหตุให้กระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. หยุดชะงัก และยังไม่มีการสรรหาเลขาธิการ กสทช. คนใหม่ จนถึงปัจจุบันนี้

จึงเสนอขอให้ที่ประชุมฯ มีมติ ดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่พิพากษายกฟ้อง และมติที่ประชุม กสทช. ที่เคยมีเมื่อก่อนหน้านี้ (มติที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566)  โดยให้สำนักงาน กสทช. รับข้อคิดเห็นของที่ประชุม กสทช. ไปปรับปรุงแก้ไขการกำหนดคุณสมบัติอื่นของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. พร้อมทั้งให้นำเสนอหลักเกณฑ์และกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. มาในคราวเดียวกันในการประชุมครั้งต่อไป

และที่ประชุมมีความเห็นสอดคล้องให้ชะลอการคัดเลือกผู้บริหารของสำนักงาน กสทช. จนกว่ากระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. และโครงสร้างของสำนักงาน กสทช. ที่จัดทำขึ้นใหม่จะแล้วเสร็จ โดยมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการเสนอระเบียบวาระการประชุมดังกล่าวข้างต้น ในการประชุม กสทช. ครั้งต่อไป

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า ระเบียบวาระ (ร่าง) โครงสร้างของสำนักงาน กสทช. ได้รับการบรรจุเข้าที่ประชุมกรรมการ กสทช. ตั้งแต่การประชุม กสทช. ครั้งที่ 14/2566 วันที่ 26 มิถุนายน 2566 และเป็นวาระค้างพิจารณาจนถึงปัจจุบันนานกว่า 3 ปี โดยที่ประธานฯ ไม่ยอมหยิบยกมาพิจารณา

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า นายไตรรัตน์ฯ ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เป็นระยะเวลาเกือบ 6 ปีแล้ว นับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นมา เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช.

อย่างไรก็ตาม นายไตรรัตน์ ได้พ้นจากตำแหน่งตามสัญญาจ้างที่สิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ตามมติ กสทช.ชุดที่แล้ว ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ที่ถูกต้องได้ จึงเห็นควรแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. คนใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไปโดยเร็ว

ทั้งนี้ เป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของ กสทช. ในการพิจารณาแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ตามที่เห็นสมควร จึงเสนอขอให้ กสทช. มีมติ พิจารณาแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการรักษาการแทน ปฏิบัติการแทน และการปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนในตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. และพนักงานของสำนักงาน กสทช. พ.ศ. 2555

และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะมติ ค.ร.ม.เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่กำหนดให้ “การรักษาราชการแทนจึงเป็นกรณีชั่วคราว ไม่ควรที่จะให้มีการรักษาราชการแทนยาวนานเกินจำเป็น เพราะจะขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการรักษาราชการแทน อีกทั้งยังจะเป็นช่องทางให้เกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบอันส่งผลต่อระบบราชการได้ จึงไม่ควรให้มีการรักษาราชการแทนเกิน 180 วัน”

4 กสทช.เสียงข้างมาก จี้ประธาน บรรจุวาระ สรรหาเลขาธิการคนใหม่

อย่างไรก็ตาม 4 กสทช.เสียงข้างมากได้ทำหนังสือขอให้ประธานกสทช.บรรจุวาระอีกครั้งในการประชุมวันที่ 17 มีนาคม 2569 

ข่าวล่าสุด

อิหร่านขู่ปิดส่งออกน้ำมัน หากการโจมตีไม่ยุติ สหรัฐเตือนตอบโต้หนัก