เอกชนดัน Smart Industry เลิกพึ่งสินค้าทุนนำเข้า เงินไหลออกปีละ 7.6 ล้านล้าน
ภาคเอกชนผลักดันแนวคิด "Smart Industry" ลดการพึ่งพาสินค้าทุนนำเข้า ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 7.6 ล้านล้านบาทต่อปี และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ
KEY
POINTS
- ภาคเอกชนผลักดันแนวคิด "Smart Industry" ลดการพึ่งพาสินค้าทุนนำเข้า ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 7.6 ล้านล้านบาทต่อปี และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ
- ตั้งเป้าผลิตสินค้าทุนทดแทนการนำเข้าให้ได้ 30-50% คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 2-4 ล้านล้านบาทต่อปี และเสริมสร้างความมั่นคงให้ประเทศ
- ขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ "5 SMART +" อาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
จากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้น กระทบต่ออุตสาหกรรมไทย หลายด้าน เอสซีจีจัดงาน “อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน...SMART INDUSTRY” ผนึกภาคเอกชนประสานภาครัฐเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย สร้างกระบวนการทำงานใหม่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา
นายชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า SMEs เผชิญความยากลำบากท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจซบเซา ประกอบกับวิกฤตความขัดแย้งโลก การผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นกลไกหนึ่งที่จะพลิกฟื้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมไทย อุตสาหกรรมไทยจะก้าวกระโดดได้ ภาคเอกชนต้องเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา (Be a Part of the Solution) ร่วมลงมือทำ
โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เปลี่ยนสินค้าทุนนำเข้ามูลค่าปีละ 7.6 ล้านล้านบาท ซึ่งไหลออกนอกประเทศ เป็นเศรษฐกิจภายในประเทศ อาทิ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การแพทย์ ก๊าซธรรมชาติ อาวุธ ยานพาหนะ
หากอุตสาหกรรมไทยผลิตสินค้าเหล่านี้ในประเทศเพียง 30-50% ของปริมาณนำเข้า จะสร้างมูลค่าราว 2-4 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็น 10-20% ของ GDP ส่งผลสร้างรายได้เพิ่มให้ SMEs และเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ ทั้งยังเป็นเกราะป้องกันวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ หากพัฒนาให้ไทยผลิตสินค้าทุนในประเทศได้ 30–50% ของที่นำเข้าอยู่ จะสามารถสร้าง resilience ใน 3 มิติ คือ 1. ความมั่นคงด้านพลังงาน 2. ความยืดหยุ่นของ Supply Chain และ 3. ความสามารถในการรับมือวิกฤตระยะยาว
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดดสู่ SMART INDUSTRY คือ 5 SMART + ร่วมลงมือทำ
1.Smart Industry: เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2 เท่า
2.Smart Market: สร้างตลาดในประเทศ และขยายตลาดต่างประเทศ
3. Smart Funding: สนับสนุนเงินทุน SMEs เพื่อการเปลี่ยนผ่าน
4. Smart & Green Infrastructure: ส่งเสริมลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์
5. Smart Government: ผลักดันราชการเร็ว สะดวก โปร่งใส พลัสด้วย PPPP Model (Public Private People Partnership) ความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ร่วมทำบนจุดแข็งของตัวเอง ยกระดับ “สระบุรีโมเดล” ที่ประสบความสำเร็จ เป็น Thailand Model เพื่อขยายผลวิธีการทำงานด้วยความร่วมมือ โดยภาครัฐมีแนวทาง เอกชนขับเคลื่อน และประชาชนได้ประโยชน์
นอกจากนี้ ประเทศต้องมีพลังขับเคลื่อนให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาวด้วยการสร้าง "3 ทุน" คือ
- ทุนมนุษย์ (Human Capital) เอกชนร่วมออกแบบหลักสูตรการศึกษา เพื่อผลิตแรงงานให้ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
- ทุนข้อมูล (Information Capital) เชื่อมโยงข้อมูลทุกมิติระดับชาติ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนแฝง
- ทุนองค์กร (Organization Capital) ขับเคลื่อนนโยบายด้วยวัฒนธรรมความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน”
“ถึงเวลาที่ภาคเอกชนและภาครัฐร่วมกันทำอย่างจริงจังต่อเนื่องและเข้าใจบริบทของกันและกัน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โดยเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เพิ่ม Productivity และ GDP ของประเทศให้โตขึ้น 2 เท่า และเพิ่มสัดส่วน GDP ของ SMEs จาก 35% เป็น 50% ให้ได้ เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ และผงาดสู่ความเป็น 1 ในภูมิภาค”


