posttoday

ชุมชนบ้านสุขเจริญ นครพนม ชู IoT Smart Farm หนุนผลผลิตกล้วยขายทั้งปี

22 กุมภาพันธ์ 2569

ปลัดดีอี ลงพื้นที่นครพนม ชูโครงการ "1 ตําบล 1 ดิจิทัล" นำเทคโนโลยี IoT ช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาโรค-แมลง พร้อมย้ำความสำคัญมาตรฐาน dSURE สร้างความมั่นใจให้ชุมชน

สภาพอากาศที่แปรปรวน เช่น ฝนที่ตกอย่างหนัก ทำให้น้ำท่วมหน่อกล้วย ส่งผลให้หน่อเน่าและไม่โต เทคโนโลยี IoT คือสิ่งที่เกษตรกรมองหา เพื่อมาใช้แก้ไขปัญหา เพิ่มผลผลิต ให้สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ตลอดทั้งปี

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยในระหว่างการลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าทางการเกษตรบ้านสุขเจริญ จ.นครพนม ว่า กระทรวงดีอีมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำผ่านการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลพื้นฐาน อาทิ AI และบริการดิจิทัลต่าง ๆ โดยโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (OTOD#2) ถือเป็นกลไกสำคัญที่ยึดแนวคิด “ชุมชนคิดเอง เลือกเอง ใช้เองอย่างเข้าใจ” เพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลจากฐานราก ซึ่งคาดว่าจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้กว่า 500 ล้านบาท

สิ่งสำคัญที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของชุมชนยั่งยืน คือการเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ กระทรวงฯ จึงให้ความสำคัญกับ เครื่องหมาย dSURE และ บัญชีบริการดิจิทัล เพื่อเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากลที่ช่วยคัดกรองผู้ให้บริการดิจิทัลที่มีคุณภาพ ช่วยให้ชุมชนมั่นใจได้ว่าจะได้รับเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่าต่อการลงทุน และได้รับการดูแลหลังการขายอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ไม่ได้มาตรฐาน

ชุมชนบ้านสุขเจริญ นครพนม ชู IoT Smart Farm หนุนผลผลิตกล้วยขายทั้งปี

ด้าน นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ให้ข้อมูลเสริมว่า ในพื้นที่ จ.นครพนม ดีป้าได้ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนบ้านสุขเจริญ ผ่านรูปแบบ "ชุมชนเป็นเจ้าของ ดีป้าร่วมสมทบ" (Matching Fund) ด้วยงบประมาณกว่า 1 แสนบาท โดยนำเทคโนโลยี IoT Smart Farm และโรงเรือนมุ้งกันแมลงที่พัฒนาโดยผู้ให้บริการในบัญชีบริการดิจิทัลและได้รับเครื่องหมาย dSURE เข้ามาปรับใช้ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรอัจฉริยะอย่างเป็นระบบ

โดยระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติได้รับการพัฒนาโดย บริษัท น้องหมีใหญ่ โปรดักชั่น จำกัด ผู้ให้บริการดิจิทัล (Digital Provider) ที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล 

ขณะที่ นางสาวปวีณา อ้วนจี ผู้แทนวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าทางการเกษตรบ้านสุขเจริญ อธิบายถึงการใช้ IoT แก้ปัญหาในพื้นที่ว่า เดิมชุมชนเพาะหน่อกล้วยและปลูกใบตองในระบบเปิด ทำให้มักประสบปัญหา แมลงและหนอนกัดกินหน่อกล้วย รวมถึง สภาพอากาศที่แปรปรวน เช่น ฝนตกหนักจนน้ำท่วมขัง ส่งผลให้หน่อกล้วยเน่าเสียหายและเติบโตช้า

การนำเทคโนโลยี IoT เข้ามาใช้ในระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ จะช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ลดผลกระทบจากโรคและแมลง และป้องกันความเสียหายจากสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ช่วยให้ชุมชนสามารถเพิ่มผลผลิตและมีสินค้าแปรรูป เช่น ใบตองสำหรับงานบายศรีและกล้วยตาก จำหน่ายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยระบบจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ชุมชนบ้านสุขเจริญ นครพนม ชู IoT Smart Farm หนุนผลผลิตกล้วยขายทั้งปี

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวสรุปว่า ความสำเร็จจากความร่วมมือของชุมชนและดีป้าในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบสำคัญในการขยายผลสู่ โครงการ OTOD#3 ต่อไป เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนทั่วประเทศผ่านเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน

ข่าวล่าสุด

เอาบ้าง Unity เปิดตัว AI สร้างเกมด้วยข้อความ ท้าชน Google Genie