มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปแล้ว
ข่าวดี มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ได้รับการขึ้นทะเบียน (GI ในสหภาพยุโรปแล้ว เป็นสินค้ารายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ
KEY
POINTS
- ข่าวดี มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในสหภาพยุโรปแล้ว
- เป็นสินค้ารายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ลำดับที่ 5 ของไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนในยุโรป
- ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า เพิ่มโอกาสขายในสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปได้เผยแพร่ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้ามะพร้าวน้ำหอมราชบุรีของไทย เป็น GI ในสหภาพยุโรป หลังจากที่ไทยได้ยื่นคำขอไว้ตั้งแต่ปี 2566 เพราะเห็นว่าสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของไทย มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี
โดยการได้รับความคุ้มครอง GI จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออก ทั้งในด้านการป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า การยกระดับความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าสินค้า และการขยายโอกาสทางการค้าไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ สเปน เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก ไอร์แลนด์ เดนมาร์ก เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทย อันก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
สำหรับการประกาศขึ้นทะเบียนดังกล่าว ส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีเป็นสินค้า GI รายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ไทยลำดับที่ 5 ที่ได้ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรป ต่อจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง กาแฟดอยตุง (เชียงราย) และกาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ที่ได้ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้
โดยมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี มีแหล่งผลิตในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองราชบุรี ดำเนินสะดวก วัดเพลง บ้านโป่ง บางแพ ปากท่อ และโพธาราม ซึ่งมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มและราบลุ่มต่ำ ดินเป็นดินร่วนปนดินเหนียวที่มีความอุดมสมบูรณ์
ทั้งยังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จึงมีฝนตกสม่ำเสมอและมีแม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำสายหลัก สภาพดินและน้ำจึงเหมาะสมต่อการปลูกมะพร้าวน้ำหอม และช่วยให้ผลผลิตมีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยน้ำมะพร้าวมีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตยเนื้อมะพร้าวหนาสองชั้นและมีลักษณะอ่อนนุ่ม ลักษณะภายนอกเป็นมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์เตี้ย เปลือกสีเขียวสด ก้นจีบ ตรงกลางผลป่องกลม สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี
โดยในปี 2568 มีปริมาณการผลิตมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี 550 ล้านลูก มูลค่าการจำหน่ายในประเทศ 276 ล้านบาท และมูลค่าการส่งออกทั่วโลกกว่า 5,244 ล้านบาท
“ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงช่วยขยายตลาดส่งออก แต่ยังเป็นกลไกสำคัญ ในการยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดพรีเมียมโลก ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างโอกาสใหม่ทางการค้าให้กับประเทศในระยะยาว ซึ่งกรมจะเดินหน้าผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป”
นางอรมนกล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 11 รายการ ใน 33 ประเทศ ได้แก่
- ผ้าไหมยกดอกลำพูน ในอินเดียและอินโดนีเซีย
- เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน (20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย) ในเวียดนาม
- ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม และศรีสะเกษ) ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
- ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
- กาแฟดอยตุง (เชียงราย) ในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และกัมพูชา
- กาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น
- ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) ในมาเลเซีย
- ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ในเวียดนาม
- มะขามหวานเพชรบูรณ์ ในเวียดนาม
- สับปะรดห้วยมุ่น (อุตรดิตถ์) ในญี่ปุ่น
- มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ในสหภาพยุโรป


