posttoday

ปี 2569 “ยุคดูแลระบบประสาท” มาแล้ว Neurowellness ขึ้นแท่นเทรนด์สุขภาพโลก

20 กุมภาพันธ์ 2569

ปี 2569 “ยุคดูแลระบบประสาท” มาแล้ว Neurowellness ขึ้นแท่นเทรนด์สุขภาพโลก ชี้ร่างกายและสมองทำงานสัมพันธ์กัน จึงต้องดูแลควบคู่

KEY

POINTS

  • Neurowellness หรือการดูแลสุขภาวะระบบประสาท ถูกยกให้เป็นเทรนด์สุขภาพสำคัญของโลกในปี 2569 โดยเปลี่ยนจากการดูแลความเครียดทั่วไปสู่การควบคุมและฟื้นฟูระบบประสาทอัตโนมัติซึ่งเป็นรากฐานของสุขภาพระยะยาว
  • เทรนด์นี้ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากภาวะเครียดเรื้อรังในคนยุคใหม่ที่ส่งผลต่อการนอนหลับ ภูมิคุ้มกัน และฮอร์โมน ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่ายขึ้นผ่านเทคโนโลยี Wearable devices
  • แนวทางการดูแลผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น อุปกรณ์กระตุ้นเส้นประสาทเวกัส เข้ากับศาสตร์ดั้งเดิมอย่างการฝึกหายใจและโยคะ เพื่อปรับสมดุลร่างกายและจิตใจสำหรับสุขภาพองค์รวม

W9 Wellness เปิดข้อมูลเทรนด์สุขภาพโลกปี 2569 ระบุว่า “Neurowellness” หรือการดูแลสุขภาวะของระบบประสาท ถูกยกให้เป็นหนึ่งในแนวโน้มสำคัญในรายงาน Global Wellness Trends 2026 จาก Global Wellness Summit ซึ่งจัดให้ “The Rise of Neurowellness” เป็นหนึ่งใน 10 เทรนด์สุขภาพสำคัญของปี 2026 โดยนิยามแนวคิดนี้ว่าเป็นการขยับจากการดูแลความเครียดทั่วไปไปสู่การ “ควบคุมและฟื้นฟูระบบประสาทอัตโนมัติ”  ในฐานะรากฐานของสุขภาพที่ดีระยะยาว และมองว่าเป็นพรมแดนใหม่ของการดูแลสุขภาพของมนุษย์

 

เพราะในอดีต การดูแลสุขภาพมักมุ่งเน้นที่โภชนาการ การออกกำลังกาย หรือฮอร์โมน แต่ปัจจุบันองค์ความรู้ทางการแพทย์เริ่มชี้ว่า  “คอขวดสำคัญ” ของสุขภาพ อาจไม่ใช่เพียงพฤติกรรมเหล่านี้เท่านั้นแต่มีแนวโน้มว่า

อาจเกิดจากภาวะที่ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานหนักหน่วงเกินจะรับไหว  เพราะระบบประสาทเหล่านี้ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานสำคัญของร่างกาย ตั้งแต่การนอนหลับ ระบบภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงความสมดุลฮอร์โมนและการเผาผลาญพลังงาน

 

 

นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์

 

นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ ผู้อำนวยการศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม W9 WellnessCenter เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะความเครียดเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ร่างกายติดอยู่ในโหมด Fight or Flight ในระดับต่ำ

โหมด Fight of Flight คือปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายเมื่อรู้สึกว่ากำลังเผชิญภัยคุกคาม ร่างกายจะมีปฏิกิริยาคือ หัวใจเต้นเร็วขึ้น, ความดันสูงขึ้น, หายใจถี่, กล้ามเนื้อตึง, หลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล และอะดรีนาลีน, ระบบย่อยอาหารและการพักผ่อนถูกกดลงชั่วคราว 

ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพหลายประการ ทั้งการนอนหลับไม่ลึก ภาวะวิตกกังวล สมองล้า การอักเสบเรื้อรัง ฮอร์โมนแปรปรวน และภาวะหมดไฟ

ประกอบกับการมาของ Wearable devices หรืออุปกรณ์วัดการทำงานของสุขภาพได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ภาวะเหล่านี้สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แนวคิด Neurowellness ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

 

นอกจากนี้ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าความชุกของภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้าเพิ่มขึ้นกว่า 25% ในช่วงปีแรกของการระบาดของโควิด-19 ขณะที่งานวิจัยด้าน Sleep Medicine และข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขหลายประเทศพบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ใหญ่มีปัญหาคุณภาพการนอน สะท้อนถึงภาระความเครียดสะสมในระบบประสาทของคนยุคใหม่

 

เทคโนโลยีดูแลระบบประสาทไปถึงไหนแล้ว?

 

Neurowellness กำลังขยายตัวผ่านเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์กระตุ้นระบบประสาทบางประเภท เช่น การกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส (Vagus Nerve Stimulation) และอุปกรณ์ Neuromodulation สำหรับใช้ที่บ้าน ซึ่งในบางรุ่นและบางข้อบ่งใช้ ได้รับการอนุมัติหรือขึ้นทะเบียนกับ U.S. Food and Drug Administration (FDA) แล้ว สะท้อนว่าอุปกรณ์เหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพทางการแพทย์อย่างจริงจัง 

 

ปี 2569 “ยุคดูแลระบบประสาท” มาแล้ว Neurowellness ขึ้นแท่นเทรนด์สุขภาพโลก

 

นพ.พิจักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากเทคโนโลยีแล้ว แนวทางดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิมก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เช่น การฝึกหายใจอย่างมีแบบแผน โยคะ การบำบัดด้วยการสัมผัส และเทคนิคการเคลื่อนไหวเพื่อเชื่อมโยงร่างกายกับจิตใจ วิธีการเหล่านี้มีงานวิจัยรองรับเพิ่มขึ้นในช่วงหลัง

งานด้านประสาทวิทยาหลายชิ้นพบว่า แนวทางดังกล่าวช่วยกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทเวกัส ซึ่งเป็นเส้นประสาทสำคัญที่ควบคุมระบบพักผ่อนของร่างกาย เช่น การนอน การย่อยอาหาร และอัตราการเต้นของหัวใจ เมื่อระบบนี้ทำงานดีขึ้น จะช่วยเพิ่มความแปรปรวนของชีพจรหัวใจ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความยืดหยุ่นของระบบประสาท ลดระดับฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล และช่วยปรับสมดุลระหว่างระบบ “ตื่นตัว” กับระบบ “พักฟื้น” ของร่างกาย

โดยระบุเพิ่มเติมว่า แนวทางดูแลเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย แต่กำลังถูกมองว่าเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการดูแลระบบประสาท และอาจมีบทบาทมากขึ้นในเวชศาสตร์เชิงป้องกันในอนาคต

 

 

อนาคตของสุขภาพองค์รวม ร่างกาย-สมองสัมพันธ์กัน!

 

นายแพทย์พิจักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิด Brain–Body Connection จากสถาบันวิจัยชั้นนำ เช่น Stanford ยังชี้ให้เห็นว่าระบบประสาท สมอง ภูมิคุ้มกัน เมตาบอลิซึม และอารมณ์ ทำงานเชื่อมโยงกัน ส่งผลให้ Neurowellness ขยายบทบาทไปสู่หลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การดูแลสุขภาพจิต ฟิตเนสและการฟื้นฟูร่างกาย 

 

“ปัจจุบันเราพบว่าผู้รับบริการกับ W9 Wellness จำนวนมากไม่ได้มีปัญหาสุขภาพจากโรคโดยตรง แต่เกิดจากภาวะระบบประสาทล้าเรื้อรัง (Nervous System Dysregulation) ซึ่งส่งผลต่อการนอน ฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน และประสิทธิภาพการใช้ชีวิตโดยรวม การดูแลสุขภาพในอนาคตจึงไม่ใช่แค่การปรับพฤติกรรมหรือให้สารอาหารเสริม แต่ต้องเริ่มจากการประเมินและฟื้นฟูสมดุลของระบบประสาท ซึ่งถือเป็นรากฐานของ Longevity อย่างแท้จริง”

 

นายแพทย์พิจักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า Neurowellness จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการดูแลสุขภาพองค์รวม โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมือง ผู้บริหาร และผู้ที่มีภาวะเครียดสะสมสูง การควบคุมระบบประสาทได้ดีไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงโรคและส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้น แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพการทำงานในระยะยาวอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

‘ดร.ณัฏฐ์’โต้‘วิษณุ’บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่ทำลายหลักการ‘ความลับ’