เบื้องหลังคอนเทนต์ การตลาด “ม้ามืด” ชี้นำการตัดสินใจซื้อโดยไม่รู้ตัว
ปี 2026 เกมการตลาดกำลังเปลี่ยนแบบที่ผู้บริโภคอาจไม่รู้ตัว เมื่อกลยุทธ์ “ม้ามืด” อย่างการให้ AI เลือกคำตอบและพลังการบอกต่อ เริ่มมีอิทธิพลต่อสิ่งที่เราเห็นและการตัดสินใจซื้อโดยตรง
ปี 2026 กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกการตลาดดิจิทัล จากรายรายงานผลสำรวจเทรนด์นักการตลาด 2569 โดย Content Shifu ได้สำรวจนักการตลาดกว่า 545 ราย ผ่าน Google Forms จากใน Database และโซเชียลมีเดียของ Content Shifu ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.2025 - 14 ม.ค. 2026 ชี้ว่า แบรนด์จำนวนมากเริ่มปรับกลยุทธ์จากสูตรเดิมอย่างการยิงโฆษณาและทำคอนเทนต์เพจ ไปสู่เครื่องมือใหม่ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุค AI และยุคความเชื่อถือ นั่นคือ GEO (Generative Engine Optimization) และ Referral Marketing ซึ่งถูกจัดให้เป็น “กลยุทธ์ม้ามืด” ที่มีอัตราการวางแผนใช้งานเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แม้ Content Marketing จะยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่แบรนด์ละทิ้งไม่ได้ แต่หากมองในมุมการเติบโตแบบก้าวกระโดด นักการตลาดกำลังหันไปให้ความสำคัญกับช่องทางที่สร้าง “ความน่าเชื่อถือ” และ “การค้นพบ” ในรูปแบบใหม่มากขึ้น
GEO-SEO ยุค AI ที่แบรนด์เริ่มใช้
GEO หรือ Generative Engine Optimization คือการปรับกลยุทธ์คอนเทนต์ให้เหมาะกับระบบค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไม่ใช่แค่การติดอันดับบนเสิร์ชเอนจินแบบเดิม แต่คือการทำให้แบรนด์ถูก AI เลือกไปแสดงผลหรืออ้างอิงเมื่อผู้ใช้งานถามคำถาม แนวโน้มนี้สะท้อนว่าการแข่งขันไม่ได้อยู่แค่หน้าแรกของผลค้นหาอีกต่อไป แต่ย้ายไปอยู่ใน “คำตอบ” ที่ AI สรุปให้ผู้บริโภค
พลังการบอกต่อ
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มาแรงคือ Referral Marketing หรือการตลาดแบบบอกต่อ ซึ่งได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะสามารถช่วยปิดการขายได้ง่ายในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือมากกว่าข้อความโฆษณา
ทำให้การแนะนำจากเพื่อน ลูกค้า หรือผู้ใช้งานจริง กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ดังนั้น การสร้างคอนเทนต์แนะนำจึงยังเป็นสิ่งที่มาแรงมาก
วิดีโอยังครองบัลลังก์
ด้านผลสำรวจเทรนด์การตลาดดิจิทัลล่าสุดสะท้อนทิศทางการผลิตคอนเทนต์ของนักการตลาดไทยในปี 2026 อย่างชัดเจน โดย “วิดีโอ” ยังคงเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ถูกวางแผนใช้งานมากที่สุด ขณะเดียวกันคอนเทนต์เชิงลึกและรูปแบบใหม่ ๆ กำลังเติบโตในอัตราที่น่าจับตา
จากข้อมูลรายงานได้มีการเปรียบเทียบระหว่างปี 2025 กับแผนปี 2026 ชี้ว่า นักการตลาดยังคงให้ความสำคัญกับ Video เป็นอันดับหนึ่ง โดยมีสัดส่วนการวางแผนใช้งานเพิ่มจากราว 77% เป็นกว่า 88% ตามมาด้วย Short Video ที่ขยับจากประมาณ 68% เป็น 80% และ Social Post / Album ที่เพิ่มจากราว 54% เป็น 64% สะท้อนว่าคอนเทนต์ภาพและวิดีโอยังคงเป็นหัวใจของการสื่อสารในยุคดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจคือการเติบโตของคอนเทนต์เชิงความรู้และคอนเทนต์ฟอร์มยาว ซึ่งนักการตลาดเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Short-form Article ที่เพิ่มจากราว 30% เป็น 46% และ Long-form Article ที่เกือบเท่าตัวจาก 18% เป็น 37% บ่งชี้ถึงความต้องการเนื้อหาที่ให้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น
ขณะเดียวกัน คอนเทนต์เฉพาะทางอย่าง Infographic, Podcast, และ Webinar / Online Event ก็มีแนวโน้มเติบโตชัดเจน โดยเฉพาะพอดแคสต์ที่เพิ่มจากประมาณ 4% เป็น 18% และเว็บบินาร์ที่ขยับจากราว 10% เป็น 24% สะท้อนว่านักการตลาดกำลังทดลองและกระจายรูปแบบคอนเทนต์เพื่อเข้าถึงผู้ชมในหลายบริบท
ภาพรวมจึงชี้ว่า แม้วิดีโอจะยังครองความนิยมสูงสุด แต่ปี 2026 จะเป็นปีที่นักการตลาดหันมาให้ความสำคัญกับความหลากหลายของรูปแบบคอนเทนต์มากขึ้น เพื่อสร้างทั้งการรับรู้ การให้ข้อมูล และการมีส่วนร่วมในระยะยาว
ภาพรวมของเทรนด์ปี 2026 จึงสะท้อนว่า แบรนด์ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องการมองเห็น แต่ต้องแข่งขันในเรื่อง “ความไว้วางใจ” และ “การถูกเลือกโดย AI” ด้วย
คำถามสำคัญที่นักการตลาดต้องตอบให้ได้คือ วันนี้แบรนด์พร้อมหรือยังที่จะให้ AI พูดถึง และมีระบบสนับสนุนให้ลูกค้าช่วยบอกต่อหรือยัง หากยังไม่เริ่มวางแผน การเติบโตครั้งใหญ่ในปี 2026 อาจกลายเป็นโอกาสที่หลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย
Source : Digital Marketing Trends Report 2026


