จับตา 'อนุทิน-ธรรมนัส' เคลียร์ปมร่วมรัฐบาล ยันกล้าธรรมไร้ข้อต่อรองเก้าอี้
ครม.ประจำสัปดาห์ จับตา 'อนุทิน' หารือ 'ธรรมนัส' สร้างความชัดเจนดึงพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ด้าน 'ไผ่ ลิกค์' ยันไร้เงื่อนไขชิงเก้าอี้เกษตรฯ มุ่งประโยชน์ชาติเป็นหลัก
KEY
POINTS
จับตาดีลการเมือง: ประชุม ครม.17 ก.พ. 69 เป็นเวทีสำคัญในการหารือระหว่าง นายอนุทิน (ภท.) และ ร.อ.ธรรมนัส (กธ.) ถึงความชัดเจนในการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าเสริมทัพรัฐบาล
สยบข่าวลือต่อรองเก้าอี้: นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ยืนยันประสานงานกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว ไร้ข้อเสนอแลกเปลี่ยนหรือการชิงโควตากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามที่เป็นข่าว
สมการอำนาจ 295 เสียง: ปัจจุบันภูมิใจไทยมีเสียงสนับสนุนแล้ว 295 เสียงจาก 13 พรรค การตัดสินใจรับกล้าธรรม (58 เสียง) หรือไม่ จะมีผลต่อการจัดสรรโควตารัฐมนตรีและเสถียรภาพรัฐบาลในระยะยาว
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญ
โดยเฉพาะการหารือระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เพื่อหาข้อยุติในการร่วมรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง 2569
กล้าธรรมยัน "ไร้เงื่อนไข" ร่วมหอลงโรง
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) และว่าที่ สส.กำแพงเพชร เปิดเผยความคืบหน้าว่า ตนได้โทรศัพท์ประสานงานกับ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันหนักแน่นว่า พรรคกล้าธรรมไม่มีข้อต่อรองหรือเงื่อนไขทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะกระแสข่าวเรื่องการจองเก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยระบุว่าพรรคยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
วิเคราะห์สมการ "สายน้ำเงิน-สายเขียว"
ทั้งนี้ แม้พรรคภูมิใจไทยจะมีเสียงสนับสนุนในมือแล้วถึง 295 เสียงจาก 13 พรรคการเมือง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างมั่นคง แต่การตัดสินใจเรื่องพรรคกล้าธรรมยังคงมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดหลายด้าน
ความทับซ้อนของฐานเสียง: ทั้งสองพรรคมีการแข่งขันที่รุนแรงในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น สุพรรณบุรี, นครนายก และพัทลุง ซึ่งพรรคกล้าธรรมสามารถเจาะฐานเสียง "บ้านใหญ่" ของภูมิใจไทยได้ในหลายเขต
อำนาจต่อรองและโควตา ครม.: ด้วยจำนวน สส. 58 ที่นั่งของพรรคกล้าธรรม หากเข้าร่วมรัฐบาลจะส่งผลให้สัดส่วน สส. ต่อตำแหน่งรัฐมนตรีเปลี่ยนไป (จาก 8:1 เป็น 10-11:1) ซึ่งอาจกระทบต่อการจัดสรรเก้าอี้ให้คนในพรรคภูมิใจไทยเอง
ประเด็นจริยธรรม: การเข้าร่วมของ ร.อ.ธรรมนัส ยังถูกมองว่าเป็นจุดเสี่ยงที่ฝ่ายค้านอาจนำมาใช้โจมตีด้านมาตรฐานจริยธรรมของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลเลือกเดินหน้าด้วยเสียง 295 เสียงโดยไม่มีพรรคกล้าธรรม จะช่วยให้พรรคภูมิใจไทยสามารถบริหารจัดการกระทรวงสำคัญ ทั้งมหาดไทย, การคลัง และพาณิชย์ ได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงในอนาคตหากเกิดความขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย (สายแดง) อาจทำให้กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต


