NIA ดัน 6 อุตสาหกรรมนวัตกรรมพยุงประเทศ ให้ทุนสินค้าพร้อมขยายตลาด
NIA ดัน 6 อุตสาหกรรมนวัตกรรมพยุงประเทศ ให้ทุนผู้ประกอบการที่มีสินค้าพร้อมขยายตลาด ผ่านกลไก Grant ภายใต้ "แพลตฟอร์มส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ
ปี 2026 ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่เศรษฐกิจโลกและไทยยังคงเปราะบาง หลายสำนักคาดการณ์ว่า GDP ไทยอาจเติบโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี
สาเหตุสำคัญมาจากเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวพร้อมกัน ทั้งการส่งออก การบริโภค การลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งล้วนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ไขได้ยาก ท่ามกลางแรงกดดัน บทบาทของภาครัฐและองค์กรสนับสนุนธุรกิจจึงไม่ใช่แค่การวางนโยบาย แต่ต้องช่วยประคองและเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA มีการสนับสนุนผ่านกลไก Grant ที่จะให้ทุนสำหรับผู้ประกอบการที่มีสินค้าพร้อมขยายตลาด ภายใต้ "แพลตฟอร์มส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ (Mandatory Innovation Business Platform)" ครอบคลุม 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งแต่ละสาขาจะมุ่งเน้นธุรกิจไปในรูปแบบไหนบ้าง ดังนี้
1. สาขาธุรกิจนวัตกรรมด้านอาหารและผลไม้ไทยมูลค่าสูงเพื่อการส่งออก (High-Value Food and Fruit for Export) เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจอาหารไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยมีการเปิดรับ 3 สาขา ได้แก่
- อาหารพื้นถิ่นสู่สากล (Local Food to Global) : การนำอาหารพื้นถิ่นที่เป็นที่รู้จักมาพัฒนาด้วยนวัตกรรม โดยปรับให้เหมาะสมต่อกับรสนิยมของผู้บริโภคยุคใหม่
- อาหารและผลไม้ไทยมูลค่าสูง (High-Value Foods and Fruits) : การประยุกต์ใช้นวัตกรรมตั้งแต่กระบวนการผลิต แปรรูป จัดเก็บ ไปจนถึงขนส่งเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน
- อาหารแห่งอนาคต (Future Food) : การพัฒนาอาหารรูปแบบใหม่ที่สะดวก มีประโยชน์ และปลอดภัยต่อสุขภาพ ตอบโจทย์ความยั่งยืนและวิถีชีวิตของผู้คน โดยใช้นวัตกรรมเชิงกระบวนการเข้ามาสร้างความแตกต่าง
ตัวอย่างธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนในปีที่ผ่านมา
- ข้าวดินดี เส้นพาสต้าออร์แกนิคปราศจากกลูเตน ผลิตจากถั่วและข้าว
- Mea Ying ผงโรยข้าวจากผำและไข่เค็มไทย ด้วยเทคนิคฟรีซดราย
- Egg Bite ขนมอบกรอบจากข้าวหอมมะลิ เสริมโปรตีนจากไข่ขาว
2. สาขาธุรกิจนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตและการบริหารจัดการพืช และสัตว์เศรษฐกิจหลักของประเทศตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain of Economic Plants and Animals) มุ่งเน้นการส่งออกผลิตผลทางการเกษตรและเกษตรแปรรูป โดยมีการเปิดรับ 4 สาขา ได้แก่
- สายพันธุ์ (Strain and Species Development) : นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์พืชและสัตว์
- ปัจจัยการผลิต (Agricultural Inputs) : การพัฒนาวัคซีนและระบบการนำส่งวัคซีนสำหรับสัตว์ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และสูตรอาหารสำหรับพืชและสัตว์เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต
- กระบวนการเพาะปลูก/ เพาะเลี้ยง (Meat and Crop Production) : นวัตกรรมที่เกี่ยวกับโรงเรือนอัจฉริยะ ระบบการเลี้ยงและปลูกพืชสมัยใหม่ รวมถึงเครื่องจักรกลทางการเกษตร
- การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว (Post-Harvest Management) : การใช้เทคโนโลยียืดอายุการเก็บรักษา เช่น สารชะลอการสุก บรรจุภัณฑ์ และเทคนิคการฉายรังสีเพื่อลดการปนเปื้อน
ตัวอย่างธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนในปีที่ผ่านมา
- ข้าวเจ้าญี่ปุ่นชิโระสายพันธุ์ใหม่ จากเทคโนโลยีลำไอออน
- DoFarm แอปฯ บริหารจัดการฟาร์มกุ้งครบวงจร
- KomilO ระบบตรวจสุขภาพรายวันสำหรับโคนม
3. ธุรกิจนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนตํ่า (Circular and Low-Carbon Economy) เพื่อรับมือกับปัญหาขาดแคลนทรัพยากรในอนาคต โดยมีการเปิดรับ 3 สาขา ได้แก่
- การเพิ่มมูลค่าของเสียจากภาคอุตสาหกรรมเพื่อเป็นวัสดุสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Value-added Industrial Waste for Circular Economy Materials) : การนำของเสียจากภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมทั่วไป มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์เป็นวัตถุดิบทดแทน หรือนำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่า
- การจัดการของเสียจากภาคอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Industrial Waste Management towards Carbon Neutrality) : การปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือบริการที่สามารถลดขั้นตอนหรือของเสียที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรม
- วัสดุสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Material for Circular Economy) : การนำวัตถุดิบที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ มารีไซเคิลหรือใช้ซ้ำเพื่อลดของเสียและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ตัวอย่างธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนในปีที่ผ่านมา
- คอร์นโวลูชั่น แพ็ก บรรจุภัณฑ์ชีวภาพทนความร้อนสูงจากเปลือกข้าวโพดเหลือทิ้ง
- Cattery Care ทรายแมวกากถั่วเหลืองจากของเสียภาคอุตสาหกรรมผสมกรีนกราฟีน
- การรีไซเคิลอะลูมิเนียมและน้ำมันไพโรไลซิส จากขยะบรรจุภัณฑ์แบบหลายชั้น
4.สาขาธุรกิจนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด (Clean Energy) สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน โดยมีการเปิดรับ 3 สาขา ได้แก่
- นวัตกรรมการผลิตพลังงานสะอาดภาคอุตสาหกรรม (Innovation for Clean Energy Production in Industries) : การผลิตพลังงานสะอาดให้มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการผลิตพลังงานสะอาดเพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากฟอสซิล ซึ่งต้องมีการเปรียบเทียบค่ากับพลังงานที่ผลิตได้ตามเดิม
- การบริหารจัดการพลังงานสะอาดในอาคารหรือโรงงานอุตสาหกรรม (Clean Energy Management in Building or Factory) : การบริหารจัดการพลังงานสะอาดให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความต้องการ และสามารถนำไฟฟ้าที่เหลือใช้ไปทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- นวัตกรรมการประหยัดพลังงาน (Innovation for Energy Saving) : นวัตกรรมที่เกี่ยวกับการใช้พลังงาน การลดการใช้พลังงานโดยไม่ลดคุณภาพ หรือการใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าใช้จ่าย
ตัวอย่างธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนในปีที่ผ่านมา
- โครงการบี-สมาร์ท อุปกรณ์ควบคุมอัจฉริยะพร้อมแอปฯ บริหารจัดการพลังงาน
- โครงการระบบบำบัดก๊าซชีวภาพด้วยจุลสาหร่ายแบบหมุนเวียน
- โครงการผลิตสารอิเล็กโทรไลต์แบบอัตโนมัติเคลื่อนย้ายได้ สำหรับแบตเตอรี่วาเนเดียมรีด็อกซ์โฟลว
5. สาขาธุรกิจดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยี ด้าน AI, Robotic, Immersive & IoT (ARI Tech) เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการนำเทคโนโลยีไปใช้จริงเชิงพาณิชย์ โดยมีการเปิดรับ 4 สาขา ได้แก่
- การแพทย์และสุขภาพ (Medicine and Health) : การนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อการดูแลและป้องกันโรคกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มโรคกระดูกและข้อ กลุ่มโรคมะเร็งเต้านม และกลุ่มโรค NCDs รวมไปถึงการยกระดับการให้บริการสถานพยาบาล
- การค้าปลีกและออนไลน์ (Retail and E-Commerce) : การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยง Value Chain ของการค้าปลีกและออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน และโลจิสติกส์
- การเงินดิจิทัล (Digital Finance) : การยกระดับการบริการที่เกี่ยวข้องกับเงินหรือการบริหารสินค้าคงคลัง และการสร้างความปลอดภัยสำหรับภาคการเงิน
- บริการทางดิจิทัล (Digital Services) : การสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลหรือธุรกิจออนไลน์โดยใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและปรับกลยุทธ์ธุรกิจ การสร้างคุณภาพงานบริการภาครัฐหรือเอกชนสำหรับการบริหารสาธารณูปโภค หรือการจัดการกิจการ
ตัวอย่างธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนในปีที่ผ่านมา
- ZTRUST แพลตฟอร์มจัดการเอกสารการเงินด้วยเทคโนโลยี AI-OCR
- D-vote AI เทคโนโลยีวิจัยตลาดอัจฉริยะสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
6.ธุรกิจนวัตกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) ภายใต้แรงกดดันจากนโยบาย 30@30 และการเริ่มต้นของมาตรการ EV 3.5 ที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเปิดรับ 4 สาขา ได้แก่
- ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญ (Electric vehicles and Key components) : การพัฒนายานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่มีลักษณะเฉพาะต่างๆ ไปจนถึงการพัฒนาอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำคัญ
- แพลตฟอร์มบริการใช้ยานยนต์ร่วมกัน (Shared Mobility) : นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีบริการ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน
- การเชื่อมต่อสื่อสารของยานยนต์ (Connected Vehicle) : การพัฒนายานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ IoT เพื่อเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ Realtime กับอุปกรณ์ภายนอกและโครงสร้างพื้นฐาน
- ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Vehicle) : การใช้เทคโนโลยีการขับเคลื่อนและควบคุมตัวเองของยานยนต์ไฟฟ้าโดยการพัฒนาหรือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบประมวลผล ระบบรับรู้สภาพแวดล้อม และระบบควบคุมเครื่องจักรต่างๆ เพื่อรับรู้สถานการณ์ ตัดสินใจ และสั่งการให้รถเคลื่อนที่
ตัวอย่างธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนในปีที่ผ่านมา
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมแพ็คแบตเตอรี่แบบระบายความร้อนในตัวและระบบชาร์จเร็ว
- บลูสโตน เครื่องชาร์จและระบบบริหารจัดการการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับสำนักงานลูกค้าองค์กร และระบบโลจิสติกส์
- Repid Reform MK35 รถกระบะคอนเวอร์ชั่น พร้อมชุดเกียร์และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง
การสนับสนุนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการให้ทุน แต่คือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ได้เร่งต่อยอดนวัตกรรม ขยายตลาด และสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพยุงและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้สามารถก้าวข้ามวิกฤตไปได้อย่างยั่งยืน


