
SpaceX ทุบสถิติ IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ระดมทุน 2.48 ล้านล้านบาท
SpaceX ของอีลอน มัสก์ เปิดขายหุ้น IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ระดมทุนกว่า 2.48 ล้านล้านบาท ดันมูลค่าบริษัทแตะ 58.4 ล้านล้านบาท
SpaceX บริษัทผู้พัฒนาจรวด ยานอวกาศ ดาวเทียม และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของอีลอน มัสก์ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ตลาดทุนสหรัฐ หลังประกาศราคาเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น (ประมาณ 4,860 บาท) ส่งผลให้การเข้าตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้กลายเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา
การเสนอขายหุ้นจำนวน 555.56 ล้านหุ้น สามารถระดมทุนได้ถึง 75,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.70 ล้านล้านบาท) และส่งผลให้ SpaceX มีมูลค่ากิจการรวมสูงถึง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 63.72 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดสำหรับบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นครั้งแรก
การกำหนดราคาหุ้นดังกล่าวถือเป็นบทสรุปของกระบวนการเตรียมเข้าตลาดที่ใช้เวลาหลายเดือน และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อธุรกิจอวกาศของมัสก์ แม้ว่านักวิเคราะห์บางส่วนยังตั้งคำถามว่ามูลค่าระดับดังกล่าวสูงเกินพื้นฐานทางธุรกิจหรือไม่
เมื่อหุ้นเริ่มซื้อขายในตลาด Nasdaq จะทำให้ SpaceX กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 7 ของสหรัฐทันที แม้ว่าบริษัทจะยังขาดทุนในปีที่ผ่านมา และมีรายได้ต่ำกว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่ง
มูลค่าดังกล่าวยังสูงกว่าบริษัทชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่ JPMorgan Chase บริษัทลงทุน Berkshire Hathaway บริษัทเวชภัณฑ์ Eli Lilly รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Meta Platforms และแม้แต่ Tesla ซึ่งเป็นธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของมัสก์เอง
โค่นสถิติ Saudi Aramco ที่ครองแชมป์มากว่า 7 ปี
ก่อนหน้านี้ สถิติ IPO ที่ใหญ่ที่สุดของโลกเป็นของบริษัทน้ำมันแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย Saudi Aramco ซึ่งระดมทุนได้ 25,600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 921,600 ล้านบาท) ในปี 2562 และมีมูลค่ากิจการ 1.71 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 61.56 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม การเสนอขายหุ้นของ SpaceX สามารถระดมทุนได้มากกว่าสามเท่า และทำให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
หากกลุ่มผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ใช้สิทธิขายหุ้นเพิ่มเติม (Greenshoe Option) ภายใน 30 วันหลัง IPO มูลค่าตลาดของ SpaceX อาจเพิ่มขึ้นได้อีกจากระดับปัจจุบัน
มัสก์พลิกตำรา IPO ดึงนักลงทุนรายย่อยร่วมวง
การเข้าตลาดของ SpaceX ได้รับความสนใจอย่างมากจากวอลล์สตรีท เนื่องจากมัสก์เลือกดำเนินการหลายอย่างที่แตกต่างจากธรรมเนียมปฏิบัติเดิม
บริษัทกันหุ้นถึง 30% สำหรับนักลงทุนรายย่อย ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงผิดปกติสำหรับ IPO ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังประกาศราคาขายหุ้นก่อนกระบวนการโรดโชว์ที่ปกติใช้เป็นเวทีเจรจาระหว่างนักลงทุนสถาบันและผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์
หลัง IPO มัสก์ยังคงถืออำนาจควบคุมบริษัทอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีสิทธิออกเสียงถึง 82% ของทั้งหมด ทำให้เขายังคงเป็นผู้กำหนดทิศทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่
Starlink แหล่งรายได้หลัก ส่วน AI ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
แม้ภาพลักษณ์ของ SpaceX จะเชื่อมโยงกับภารกิจสำรวจอวกาศและการเดินทางสู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น แต่รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทในปัจจุบันมาจากธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ซึ่งมีลูกค้านับล้านรายทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐใน 164 ประเทศทั่วโลก
บริษัทระบุว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา SpaceX รับผิดชอบการส่งมวลวัตถุขึ้นสู่วงโคจรมากกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณทั้งหมดทั่วโลก สะท้อนความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์
ล่าสุด SpaceX ยังได้ลงนามข้อตกลงให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งระยะยาวกับบริษัท Alphabet เจ้าของ Google เพื่อรองรับความต้องการด้านประมวลผลข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากธุรกิจ AI
ในส่วนของธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ บริษัทมองว่าการผสานโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ เข้ากับข้อมูลแบบเรียลไทม์จากแพลตฟอร์ม X จะเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic
ความท้าทายที่ยังยังรออยู่
แม้ SpaceX จะได้รับการประเมินมูลค่าในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าบริษัทยังเผชิญความท้าทายสำคัญ ทั้งการแข่งขันจากบริษัท Blue Origin ของเจฟฟ์ เบโซส์ ที่เร่งขยายธุรกิจอวกาศเชิงพาณิชย์ รวมถึงการแข่งขันเพื่อชิงสัญญาจากรัฐบาลสหรัฐและหน่วยงานต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกจะจับตาปฏิกิริยาของตลาดอย่างใกล้ชิด เมื่อหุ้น SpaceX เริ่มซื้อขายบน Nasdaq ในวันศุกร์นี้ โดยดีลดังกล่าวถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด IPO สหรัฐ ซึ่งกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ทั้งนี้ ธนาคารชั้นนำที่ร่วมเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นครั้งนี้ประกอบด้วย Goldman Sachs, Morgan Stanley, BofA Securities, Citigroup และ J.P. Morgan โดยนักวิเคราะห์คาดว่าตลาด IPO สหรัฐในปี 2569 อาจมีมูลค่าระดมทุนรวมสูงถึง 160,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.76 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแรงหนุนของบริษัทเทคโนโลยีและ AI รายใหญ่ที่เตรียมเข้าตลาดในอนาคต.







