สุดารัตน์ ดันอีสานฮับขนส่ง หนุนตั้งกองทุน 3 แสนล.ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 4% อุ้ม SME
สุดารัตน์ ทวงคืนเงินในกระเป๋าคนอีสาน ปั้นฮับขนส่ง ดึงลูกหลานกลับบ้าน ชูกองทุน 3 แสนล. ปล่อยกู้ SME ดอกเบี้ยต่ำ 4% พักใช้ใบอนุญาต 1,000 ฉบับ ปราบโกง-ธุรกิจสีเทา ลดอุปสรรคคนตัวเล็ก
KEY
POINTS
- คุณหญิงสุดารัตน์เสนอผลักดันภาคอีสานให้เป็นศูนย์กลางการขนส่ง (Logistics Hub) โดยเร่งรัดโครงการรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่เพื่อเชื่อมโยงกับจีนและกลุ่มประเทศ CLMV
- เสนอนโยบายจัดตั้ง "กองทุนสร้างไทย" วงเงิน 3 แสนล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และคนตัวเล็กในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 4%
- ชี้ยุทธศาสตร์การพัฒนาอีสานมีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพของภูมิภาค แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มรายได้ให้คนในพื้นที่สามารถสร้างอนาคตในบ้านเกิดได้
เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ณ จังหวัดอุดรธานี ในเวทีดีเบตครั้งสำคัญ Nation Election 2569 DEBATE “ชายแดนร้อน-ปากท้องคนจน” บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักโดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองระดับแนวหน้าเข้าร่วมประชันวิสัยทัศน์ โดยมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย พร้อมนายสุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย , นายไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม , นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน , นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง , นายอัมพร พินะสา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมหาทางออกให้แก่พี่น้องชาวอีสาน
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวบนเวทีว่า ในฐานะลูกอีสาน หลานย่าโม รู้สึกเจ็บปวดที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ซึ่งมีประชากรและศักยภาพการผลิตสูง แต่กลับยังเป็นภูมิภาคที่ประชาชนมีรายได้ต่ำที่สุด จึงเห็นว่าถึงเวลาที่อีสานต้องได้รับโอกาสอย่างจริงจัง รายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจต้องกระจายกลับสู่คนในพื้นที่ เพื่อให้ลูกหลานสามารถกลับมาทำงานและสร้างอนาคตในบ้านเกิด
"อีสานไม่ควรถูกมองเป็นเพียงแหล่งแรงงานหรือฐานการผลิตราคาถูกอีกต่อไป แต่ต้องได้รับการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
พร้อมชี้ว่า อีสานเป็นภาคที่มีประชากรและการผลิตสูงที่สุดของประเทศ แต่กลับยังเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำ จึงเสนอแผนยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อดึงศักยภาพของภูมิภาคกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้แก่
• ศูนย์กลางการขนส่ง (Logistics Hub) โดย เร่งรัดแผนแม่บทรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ เชื่อมโยงจีนและกลุ่มประเทศ CLMV ให้จบภายใน 3-5 ปี โดยเสนอโมเดลการก่อสร้างที่เชื่อมจากหนองคายลงมาและโคราชขึ้นไปบรรจบกัน พร้อมสร้าง Dry Port ในทุกจุดสำคัญ
• ศูนย์กลางอาหารและอุตสาหกรรมแปรรูป โดยมุ่งเป้าดึงคนอีสานกลับมาทำงานที่บ้านเกิด โดยใช้ศักยภาพด้านเกษตรกรรมมาแปร รูปส่งออกไปทั่วโลก
• ศูนย์กลางเวลเนสและการศึกษา (Wellness & Education Hub) โดยผลักดันให้อีสานเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการศึกษาให้กับกลุ่มประเทศ CLV
• อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด โดยใช้จุดแข็งจากการนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านในราคาถูก เพื่อเปลี่ยนอีสานเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ "พลังงานสีเขียว" เพื่อดึงดูดการลงทุนระดับโลก
ในประเด็นระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NEC) คุณหญิงสุดารัตน์ได้ตั้งคำถามถึงความล่าช้าต่อ นายสุทิน คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่าโครงการนี้ควรจะเกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ที่ผ่านมาข้าราชการและรัฐบาลขาดความจริงจัง พร้อมย้ำว่าหากไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล จะต้องเกิดการเชื่อมโยงระบบรางและนิคมอุตสาหกรรมแปร รูปอย่างเป็นรูปธรรมทันที
นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ยังได้แสดงความเห็นถึงมาตรการ ช่วยเอสเอ็มอีไทย และปราบธุรกิจสีเทา ว่า เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและสร้างความเข้มแข็งให้ คนตัวเล็ก ได้นำเสนอนโยบายที่จับต้องได้ อาทิ
1. กองทุนสร้างไทย 300,000 ล้านบาท โดยระดมเงินจากการออกพันธบัตร อัตราดอกเบี้ย 3% เพื่อนำมาปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการ SME และคนตัวเล็ก ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 4% โดยให้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เป็นผู้บริหารจัดการแทนธนาคารเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จริง
2. Regulatory Guillotine ออกกฎหมายฉบับเดียวเพื่อ พักการใช้ใบอนุญาตกว่า 1,000 ฉบับที่เป็นอุปสรรคต่อการทำกินเป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้เอสเอ็มอีลืมตาอ้าปากได้
3. ปราบทุจริตและธุรกิจสีเทา เสนอกฎหมายให้ประชาชน 50,000 รายชื่อ มีอำนาจตรวจสอบและถอดถอนนักการเมืองรวมถึงองค์กรอิสระที่ทุจริต พร้อมจัดตั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ภาคประชาชน โดยดึงเอกชนมาร่วมตรวจสอบส่วยและสินค้าผิดกฎหมายที่ทะลักเข้าไทย โดยยืนยันว่าหากเป็นรัฐบาลจะ ยึดทรัพย์ ขบวนการฟอกเงินที่มีมูลค่านับแสนล้านบาทอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่อายัดทรัพย์เป็นพิธี


