posttoday

3 พรรค แข่งปั้นเชียงใหม่สู่ฮับนวัตกรรมเหนือ หนุนสตาร์ทอัพด้วย AI

27 มกราคม 2569

“สตาร์ทอัพ” เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ 3 พรรค แข่งนโยบาย AI ท่องเที่ยว Open Data–Matching Fund และ Creative Economy หวังปั้นเชียงใหม่เป็นฮับนวัตกรรมของไทย

ในการประชันวิสัยทัศน์บนเวที Nation Election DEBATE "จุดเปลี่ยนประเทศไทย" ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประเด็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน "นโยบายสตาร์ทอัพ (Startup)" กลายเป็นหัวข้อสำคัญที่ตัวแทนจากพรรคการเมืองใหญ่ได้นำเสนอแนวทางเพื่อยกระดับพื้นที่ภาคเหนือให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

พรรคโอกาสใหม่: ปั้นสตาร์ทอัพเชื่อมโยงท่องเที่ยวและภูมิปัญญาด้วย AI

จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคโอกาสใหม่ เน้นว่าจังหวัดเชียงใหม่มีความพร้อมสูงในการเป็นศูนย์รวมสตาร์ทอัพ เนื่องจากมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วและค่าครองชีพที่ไม่แพง โดยนโยบายของพรรคมีจุดเด่น คือ 

• การเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว: มุ่งเน้นให้สตาร์ทอัพเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านอาหาร การพักผ่อน และศูนย์ดูแลสุขภาพ (Wellness Center) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจภาคเหนือ

3 พรรค แข่งปั้นเชียงใหม่สู่ฮับนวัตกรรมเหนือ หนุนสตาร์ทอัพด้วย AI

จตุพร บุรุษพัฒน์

• การใช้เทคโนโลยี AI และนวัตกรรม: สนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้ใช้ระบบ AI มาช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น งานฝีมือหรือร่มบ่อสร้าง เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพในการแข่งขัน

• การกระจายรายได้สู่เมืองรอง: ใช้สตาร์ทอัพเป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากเมืองหลักอย่างเชียงใหม่ ไปยังเมืองรอง เช่น ลำปาง ลำพูน แพร่ และน่าน เพื่อให้เกิดการกระจายเม็ดเงินอย่างทั่วถึง

พรรคประชาธิปัตย์ ชูโมเดล "Data - ทุน - ตลาด" หนุนสตาร์ทอัพ

กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวคิดที่ชัดเจนว่ารัฐต้องมีบทบาทเป็นผู้ "เปิดทาง" ไม่ใช่ผู้ "ขวางทาง" โดยสรุปหัวใจสำคัญ 3 ประการที่สตาร์ทอัพต้องการประกอบด้วย

• การเข้าถึงข้อมูล (Open Data): รัฐต้องปรับข้อมูลให้เป็นดิจิทัล (Digitize) และเปิด Open API ให้สตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของรัฐเพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้

• การสนับสนุนเงินทุน (Matching Fund): เสนอนโยบายสมทบทุนในลักษณะ Matching Fund โดยรัฐจะร่วมสนับสนุนเงินทุนให้แก่สตาร์ทอัพที่มีเอกชนร่วมลงทุนอยู่ก่อนแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยให้ธุรกิจเติบโต

3 พรรค แข่งปั้นเชียงใหม่สู่ฮับนวัตกรรมเหนือ หนุนสตาร์ทอัพด้วย AI

กรณ์ จาติกวณิช

• การสร้างตลาด (State as a Customer): ให้รัฐบาลทำตัวเป็นลูกค้ารายใหญ่เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจ เช่น การสนับสนุน EdTech ผ่านการให้กระทรวงศึกษาธิการจัดซื้อแอปพลิเคชันหรือเทคโนโลยีการศึกษาจากสตาร์ทอัพไทย

พรรคเพื่อไทย เร่ง R&D และ Creative Economy ขยายฐานเศรษฐกิจ

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย มองว่าศักยภาพของคนและวัฒนธรรมภาคเหนือตอนบนเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสตาร์ทอัพผ่านแนวทางต่อไปนี้

• การอัดฉีดงบวิจัยและพัฒนา (R&D): ตั้งเป้าผลักดันงบประมาณด้าน R&D ให้สูงขึ้น เพื่อเป็นเครื่องยนต์หลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมและภาคเอกชนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม

3 พรรค แข่งปั้นเชียงใหม่สู่ฮับนวัตกรรมเหนือ หนุนสตาร์ทอัพด้วย AI

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

• เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative & Rainbow Economy): วางธงหลักในการเติบโตผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Rainbow Economy โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง

• โครงสร้างพื้นฐานรองรับ: สนับสนุนการสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 (สนามบินล้านนา) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเป็นช่องทางระบายสินค้านวัตกรรมจากสตาร์ทอัพสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน

• การสร้างรัฐดิจิทัล: มุ่งสู่การเป็น Digital Government ที่ใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และ AI มาช่วยบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรให้ตรงจุด เพื่อเอื้อต่อการประกอบธุรกิจของเอกชนและสตาร์ทอัพอย่างโปร่งใส

บทสรุป จากการดีเบตครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 พรรคต่างมีมุมมองที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดย พรรคโอกาสใหม่ เน้นการประยุกต์ใช้กับต้นทุนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว พรรคประชาธิปัตย์ เน้นการปรับบทบาทภาครัฐให้เอื้อต่อการทำธุรกิจ ขณะที่ พรรคเพื่อไทย เน้นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยงานวิจัยและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ข่าวล่าสุด

3 พรรค แข่งปั้นเชียงใหม่สู่ฮับนวัตกรรมเหนือ หนุนสตาร์ทอัพด้วย AI