posttoday

JETRO เผยร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550

21 มกราคม 2569

JETRO เผยสัญญาณเปลี่ยนผ่าน ปี 2568 ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยหดตัวครั้งแรกในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ปี 2550 โดยเฉพาะร้าน Yakiniku BBQ และ Donburi

ตลอดเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา “อาหารญี่ปุ่น” เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ความนิยมของผู้บริโภคชาวไทย จากร้านซูชิขนาดเล็ก สู่ภัตตาคารระดับพรีเมียมที่ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว แต่ปี 2568 เริ่มเห็นสัญญาณที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดนี้

 

เมื่อผลสำรวจล่าสุดของ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ระบุชัดว่า ปี 2568 เป็นปีแรกนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2550 ที่จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย “ลดลง” 

 

JETRO กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นรวม 5,781 ร้าน ลดลง 135 ร้าน หรือ 2.2% จากปีก่อนหน้า ซึ่งมีจำนวน 5,916 ร้าน สะท้อนว่าตลาดซึ่งเคยเติบโตต่อเนื่อง กำลังเข้าสู่ช่วงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน

JETRO เผยร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550

นายอาเบะ อิจิโระ ประธาน JETRO กรุงเทพฯ ระบุว่า การลดลงครั้งนี้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ ที่จำนวนร้านลดลง 2.3% ปริมณฑลลดลง 3.1% และต่างจังหวัดลดลง 1.9% โดยกรุงเทพฯ ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นกระจุกตัวหนาแน่นที่สุด

 

เมื่อมองลึกลงไปตามประเภทร้าน พบว่าโครงสร้างตลาดแทบไม่เปลี่ยนจากปีก่อน ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบภัตตาคารยังครองอันดับหนึ่ง แต่ก็ลดลงเช่นกัน ขณะที่ร้านที่หดตัวหนักที่สุดคือ

  • Yakiniku / BBQ ลดลง 9%
  • Donburi ลดลง 8.6%
  • Curry / Omu-rice ลดลง 6.4%
  • Izakaya ลดลง 4.4%

 

ในทางกลับกัน มีเพียงไม่กี่กลุ่มที่ยังเติบโต ได้แก่ ร้านราเมง ที่เพิ่มขึ้น 2.6% จาก 802 ร้าน เป็น 823 ร้าน และร้านคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น ที่เพิ่มขึ้นถึง 6.4% จาก 329 ร้าน เป็น 350 ร้านจากแรงหนุนของกระแสมัทฉะและวัฒนธรรมคาเฟ่  ส่วนประเภทร้านที่จำนวนไม่เปลี่ยนแปลงได้แก่ ร้าน Teppanyaki สำหรับประเภทร้านอื่นๆ ที่เหลือพบว่า มีจำนวนลดลงทุกประเภท โดยร้านอาหารประเภท Yakiniku/BBQ หรือปิ้งย่าง ลดลงมากที่สุด คิดเป็น 9.0%

JETRO เผยร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550

ร้านอาหารญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะเติบโตเต็มที่

JETRO มองว่า ภาพรวมสะท้อนชัดว่าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยเข้าสู่ระยะ “เติบโตเต็มที่” (Mature Market) การขยายสาขาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างการเติบโตได้อีกต่อไป โดยเฉพาะในสภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัว ขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยมีความรู้และประสบการณ์ด้านอาหารญี่ปุ่นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

อีกปัจจัยสำคัญคือ การลดลงของชาวญี่ปุ่นที่พำนักในประเทศไทย และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ความเป็น “ร้านอาหารญี่ปุ่น” เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้เหมือนในอดีต

 

อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปยังสะท้อนผ่านการให้ความสำคัญกับ ความคุ้มค่า คุณภาพ แหล่งที่มา และเรื่องราว (Story) มากกว่าความพรีเมียมเพียงอย่างเดียว ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่เลือกตัดสินใจจากรีวิวและกระแสบนโซเชียลมีเดียเป็นหลัก

 

ค่าเงินเยนอ่อนตัวคนชะลอทานในประเทศ

ขณะเดียวกัน กระแสคนไทยเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น จากค่าเงินเยนที่อ่อนตัว ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการบริโภคอาหารญี่ปุ่นราคาสูงในประเทศ เช่น โอมากาเสะ วากิว หรือสาเก และเลือกไปสัมผัสประสบการณ์ต้นตำรับที่ญี่ปุ่นโดยตรง

 

ตลาดยังไม่ถดถอย แต่ร้านต้องปรับตัว

อย่างไรก็ตาม JETRO ชี้ว่า ตลาดยังไม่ถึงขั้นถดถอย เพียงแต่กำลัง “เปลี่ยนโครงสร้าง” โดยร้านที่มีแนวโน้มเติบโต คือร้านที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เมนูเฉพาะทาง (Specialty) การเล่าเรื่องราว และการมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่นที่ปรับรสชาติและคอนเซ็ปต์ให้เข้ากับผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น (Localized)

 

แม้ตัวเลขร้านอาหารจะลดลง แต่ความสนใจของผู้ประกอบการญี่ปุ่นต่อประเทศไทยยังคงมีอยู่ โดยล่าสุด JETRO เตรียมจัดงานเจรจาธุรกิจด้านอาหารทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ สะท้อนว่าไทยยังคงเป็นตลาดสำคัญ เพียงแต่ไม่ใช่สนามที่เติบโตง่ายเหมือนในอดีตอีกต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

บรู๊คลินแตกหัก! แฉ เดวิด เบ็คแฮม-วิคตอเรีย ทำชีวิตพัง ตัดขาดถาวร