MAGURO–WashXpress ถอดสูตรคิดต่าง ปั้นฝันกับเพื่อนสู่รายได้พันล้าน
2 แรงบันดาลใจ นักธุรกิจรุ่นใหม่ MAGURO - WashXpress วอชเอ็กซเพลส ทำตามฝันกับเพื่อนสู่ตลาดหุ้นเป้าหมายพันล้าน
KEY
POINTS
- ถอดรหัสความสำเร็จ MAGURO - WashXpress จากธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยแพชชั่นของกลุ่มเพื่อน สู่บริษัทมหาชนมูลค่าพันล้าน ด้วยกฎเหล็กที่ว่า "มิตรภาพสำคัญกว่าผลประโยชน์"
- เปิดกลยุทธ์คิดต่างที่ทำให้แจ้งเกิดในตลาดแข่งขันสูง MAGURO เจาะช่องว่าง "Premium Mass" ส่วน WashXpress พลิก Pain Point ธุรกิจสะดวกซักสู่การสร้างมาตรฐานใหม่
- ส่องเส้นทางสู่ตลาดหุ้นของ 2 นักธุรกิจรุ่นใหม่ เผยวิธีเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นโอกาส และใช้ระบบกับเทคโนโลยีเป็นบันไดสำคัญในการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน
ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น และ ธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ยังคงเป็นธุรกิจหอมหวานที่หลายคนกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในปี 2569 แม้ว่าในปี 2568 ตลาดจะมีการแข่งขันสูงก็ตาม โพสต์ทูเดย์ พาเปิด 2 แรงบันดาลใจ MAGURO – WashXpress ที่เริ่มธุรกิจกับเพื่อนสมัยเรียน จนสามารถพาธุรกิจเข้าไป จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กับความฝันในการสร้างธุรกิจระดับพันล้าน
อะไรคือเคล็ดลับในการทำธุรกิจกับเพื่อนให้ไปรอด และท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หัวใจของธุรกิจเพื่อนำพาไปสู่ความสำเร็จคืออะไร ที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน 2 นักธุรกิจรุ่นใหม่ “จักรกฤติ สายสมบูรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) MAGURO และ “กวิน กลองกระโทก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH ธุรกิจสะดวกซัก WashXpress
เริ่มต้นแพชชั่นกับเพื่อนสมัยเรียน
• MAGURO: เริ่มต้นธุรกิจในปี 2558 จาก "ความหลงใหล" ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นของเพื่อนสนิท 4 คน พวกเขาพบช่องว่างในตลาดที่เรียกว่า "Premium Mass" คือร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดีเหมือนทานในโรงแรมแต่ราคาจับต้องได้ ซึ่งในตอนนั้นตลาดยังขาดผู้เล่นกลุ่มนี้อย่างชัดเจน
• WashXpress: เริ่มต้นจาก "โจทย์ธุรกิจ" ของกลุ่มเพื่อนมหาวิทยาลัย 4 คนที่ต้องการทำธุรกิจที่ ใช้คนน้อย และ ทนทานต่อทุกสภาวะเศรษฐกิจ โดยได้แรงบันดาลใจจากการเห็นโมเดลร้านสะดวกซักในมาเลเซียที่เจริญเติบโตล่วงหน้าไทยไปเกือบ 10 ปี ซึ่งพวกเขาลงเล่นเองแล้วพบปัญหา และโอกาสในการทำธุรกิจไปพร้อมกัน ทำให้ตัดสินใจลงมือสร้างแบรนด์ของตนเอง
แนวคิดการบริหารธุรกิจร่วมกับเพื่อนคือความเชื่อใจ
ทั้งสองธุรกิจมีจุดร่วมที่สำคัญที่สุดคือการวาง "ความสัมพันธ์" ไว้เหนือผลประโยชน์
• กฎเหล็กเรื่องความสัมพันธ์: ทั้ง MAGURO และ WashXpress ยึดถือข้อตกลงร่วมกัน (Mutual Agreement) ตั้งแต่วันแรกว่า ความสัมพันธ์ของเพื่อนคือ Priority อันดับหนึ่ง หากมีความขัดแย้งด้านไอเดีย จะใช้หลักคิดนี้เป็นที่ตั้งเพื่อรักษาความเป็นเพื่อนไว้
• ข้อได้เปรียบ: ผู้บริหารทั้งสองฝั่งมองว่าการทำธุรกิจกับเพื่อนคือจุดแข็ง เพราะรู้จักนิสัยใจคอและพื้นฐานความคิดกันเป็นอย่างดี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการร่วมหุ้นกับคนแปลกหน้า
• การลงมือทำจริง: ในช่วงเริ่มต้น ผู้ก่อตั้งทั้งสองกลุ่มต่างลงไปคลุกคลีที่หน้างานด้วยตนเอง ตั้งแต่การคุยกับลูกค้าไปจนถึงการเก็บเงินและสังเกตปัญหา เพื่อสร้างระบบที่พนักงานสามารถเดินตามได้จริง
เผชิญปัญหาเพื่อปรับไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
• MAGURO: เผชิญกับความท้าทายเรื่อง การรักษามาตรฐานเมื่อขยายสาขา (SOP) และปัญหาการขาดแคลนบุคลากรระดับคีย์แมนในช่วงที่แบรนด์เริ่มเติบโต (Turnover) รวมถึงวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้ร้านต้องปิดตัวลงชั่วคราวเป็นเดือนๆ
• WashXpress: เริ่มต้นจากการซื้อแฟรนไชส์มาเลเซียมาทดลอง แต่กลับพบ Pain Point สำคัญ 3 ประการ คือ มาตรฐานความสะอาดที่ไม่สม่ำเสมอ, การซ่อมบำรุงที่ล่าช้า (บางครั้งรอนานเป็นเดือน), และการบริการลูกค้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องแก้ปัญหาเรื่องการเลือกทำเลที่ผิดพลาดในช่วงแรก
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จระดับพันล้านและการเข้าสู่ตลาดหุ้น
• สร้างประสบการณ์เพื่อความต่างสู่จุดยืนในตลาด
◦ MAGURO เน้นการมอบ "ความคุ้มค่า" ที่มากกว่าเงินที่ลูกค้าจ่าย และสร้างประสบการณ์ผ่าน "ภาษาอาหาร" ที่ไม่ได้จำกัดแค่ญี่ปุ่น แต่ขยายไปสู่ 7 แบรนด์ในเครือเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแบรนด์เดียว
◦ WashXpress สร้างความต่างด้วยสัญลักษณ์ "พี่วัว" เพื่อให้จดจำง่ายแทนสัตว์น้ำทั่วไป และเน้นรายละเอียดเล็กๆ เช่น การใช้ไฟ Daylight เพื่อให้ลูกค้านั่งสบาย และระบบกรองน้ำเพื่อให้ผ้าสะอาดที่สุด
• การใช้ระบบและเทคโนโลยี
◦ MAGURO เน้นการสร้างระบบ SOP และเส้นทางอาชีพ (Career Path) ที่ชัดเจนเพื่อให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับองค์กร
◦ WashXpress ลงทุนพัฒนา ทีม IT Developer ของตัวเอง เพื่อสร้างแอปพลิเคชันที่ช่วยทั้งลูกค้าและพนักงานในการควบคุมคุณภาพ และเปลี่ยนโมเดลจากแฟรนไชส์มาเป็น การขยายสาขาเอง 100% เพื่อควบคุมมาตรฐานให้เหมือนกันทุกที่
จักรกฤติ สายสมบูรณ์
• เป้าหมายตลาดหุ้น
◦ สำหรับทั้งสองบริษัท การเข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่จุดหมายสุดท้าย แต่เป็น "บันได" เพื่อยกระดับความเป็นมืออาชีพ สร้างความน่าเชื่อถือ และดึงดูดคนเก่งเข้ามาเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
บทสรุป แม้ทั้งสองธุรกิจจะเริ่มจากสินค้าและบริการที่ต่างกันสิ้นเชิง (อาหาร vs บริการซักผ้า) แต่หัวใจของความสำเร็จที่เหมือนกันคือ การบริหารความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนอย่างเป็นระบบ การ ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อปิด Pain Point ในตลาด และการสร้าง มาตรฐาน ที่สามารถทำซ้ำได้ จนสามารถก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชนในที่สุด
เปรียบได้กับการล่องเรือข้ามมหาสมุทร หากลูกเรือ (เพื่อน) มีความสามัคคีและมีเข็มทิศ (วิสัยทัศน์) ที่ชัดเจน แม้จะเจอคลื่นลม (อุปสรรค) เพียงใด เรือลำนั้นก็จะสามารถเปลี่ยนจากเรือประมงลำเล็กไปเป็นเรือบรรทุกสินค้าขนาดมหึมาที่พร้อมจะขนส่งความสำเร็จเข้าสู่ท่าเรือใหญ่ (ตลาดหุ้น) ได้อย่างมั่นคง


