posttoday

กาแฟเปลี่ยนชีวิต OR จับมือปางขอน–ผาลั้ง ปั้นต้นแบบกาแฟยั่งยืนของไทย

04 ธันวาคม 2568

OR จับมือชุมชนปางขอน–ผาลั้ง พลิกไร่ผลไม้รายได้ผันผวนสู่กาแฟคุณภาพ สร้างอาชีพมั่นคง อนุรักษ์ป่า และปั้นต้นแบบกาแฟยั่งยืนของไทย

KEY

POINTS

  • OR โดย Café Amazon ร่วมมือกับชุมชนปางขอนและผาลั้งในเชียงราย เปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมที่เคยมีรายได้ไม่แน่นอนให้กลายเป็นการปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลักที่มั่นคง ผ่านการให้ความรู้และรับซื้อผลผลิตอย่างเป็นธรรม
  • โครงการนี้ได้ "เปลี่ยนชีวิต" เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม โดยสร้างรายได้ที่มั่นคงและเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กาแฟกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างอนาคตให้กับคนในชุมชนกว่าร้อยครัวเรือน
  • OR ได้พัฒนา "Café Amazon Standard" เพื่อสร้างต้นแบบกาแฟยั่งยืนที่ควบคุมคุณภาพครบวงจร ตั้งแต่การปลูกที่ฟาร์ม (ต้นน้ำ) การแปรรูป (กลางน้ำ) จนถึงการส่งมอบให้ผู้บริโภค (ปลายน้ำ) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟไทยทั้งระบบ

บนเส้นทางคดเคี้ยวของดอยเชียงราย พื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยลิ้นจี่ ลูกไหน ท้อและไม้ผลที่มีรายได้ไม่แน่นอน กำลังถูกแทนที่ด้วยต้นกาแฟเขียวชอุ่มเรียงรายสุดสายตา ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่วัฏจักรของธรรมชาติ แต่คือ “อาชีพใหม่” ที่ทำให้ชุมชนบ้านปางขอนและผาลั้งมีชีวิตที่มั่นคงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จากพื้นที่ซึ่งเคยเผชิญความไม่แน่นอน วันนี้กำลังกลายเป็นต้นแบบการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนของประเทศไทย

 

กาแฟเปลี่ยนชีวิต OR จับมือปางขอน–ผาลั้ง ปั้นต้นแบบกาแฟยั่งยืนของไทย

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR นำความเชี่ยวชาญของทีม Café Amazon ที่ทำงานกับเกษตรกรทั่วประเทศมากว่าทศวรรษ มาพัฒนาพื้นที่สูงของเชียงรายตั้งแต่กระบวนการปลูก การดูแลคุณภาพ การสร้างมาตรฐาน ไปจนถึงการรับซื้ออย่างเป็นธรรม เป้าหมายชัดเจนคือยกระดับกาแฟไทยทั้งระบบ พร้อมสร้างอาชีพที่มั่นคงระยะยาวให้กับคนบนดอย ทั้งหมดนี้ทำให้เมล็ดกาแฟคุณภาพจากสองชุมชนถูกส่งต่อไปสู่กว่า 4,500 สาขาของ Café Amazon และเสิร์ฟเป็นกาแฟปีละกว่า 400 ล้านแก้วทั่วโลก

 

นายพงษ์ศักดิ์ ภัทรเมธีวิญญู ผู้จัดการฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทานเมล็ดกาแฟดิบ OR

 

นายพงษ์ศักดิ์ ภัทรเมธีวิญญู ผู้จัดการฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทานเมล็ดกาแฟดิบ OR อธิบายว่า โครงการกาแฟยั่งยืนไม่ใช่แค่การรับซื้อผลผลิต แต่คือการลงพื้นที่ ถ่ายทอดความรู้ และสร้างมาตรฐานร่วมกันอย่างจริงจัง

 

“เราอยากให้เกษตรกรยืนได้ด้วยความรู้ ไม่ใช่เพียงหวังพึ่งราคาในตลาด ฉะนั้นเมื่อมีปัญหา เราแก้ไขไปพร้อมกัน เป้าหมายคือสร้างกาแฟให้เป็นอาชีพระยะยาวที่มั่นคงจริง ๆ” เขากล่าว

 

"ปางขอน" เมื่อความรู้ทำให้กาแฟกลายเป็นอาชีพหลัก

แม้ชาวปางขอนจะปลูกกาแฟมานาน แต่เดิมกลับเป็นการปลูกแบบปล่อยให้ธรรมชาติดูแล ขาดความรู้และตลาดรองรับ กาแฟจึงเป็นเพียงรายได้เสริม จนปี 2560 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ OR และบริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ลงนามความร่วมมือกับชุมชน พร้อมเริ่มรับซื้อควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การเก็บเมล็ดเชอรี่ การดูแลร่มเงา ไปจนถึงการสร้างมาตรฐานคุณภาพ ส่งผลให้ชาวบ้านเริ่มเห็นอนาคตใหม่ จากไม่กี่ครัวเรือนที่ปลูกเป็นอาชีพเสริม ปัจจุบันมีครอบครัวปลูกกาแฟกว่า 100 หลังคาเรือนในพื้นที่สูงกว่า 1,200 เมตร ซึ่งทำให้กาแฟของปางขอนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นทุกปี

 

นายธีรศักดิ์ วุยยะอากุ ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านปางขอน เล่าด้วยความภูมิใจว่า “เราไม่เคยรู้วิธีทำกาแฟให้ดีได้อย่างไร จน OR เข้ามาช่วย วันนี้เราได้เห็นเมล็ดกาแฟของชุมชนไปอยู่ในแก้วของ Café Amazon ทั่วประเทศ มันไม่ใช่แค่กาแฟ แต่มันคือความตั้งใจของคนทั้งหมู่บ้าน”

 

กาแฟเปลี่ยนชีวิต OR จับมือปางขอน–ผาลั้ง ปั้นต้นแบบกาแฟยั่งยืนของไทย

กาแฟเปลี่ยนชีวิต OR จับมือปางขอน–ผาลั้ง ปั้นต้นแบบกาแฟยั่งยืนของไทย

 

 

"ผาลั้ง" จากลิ้นจี่ที่รายได้ผันผวน สู่กาแฟที่สร้างรายได้หลักแสนต่อปี

ชุมชนผาลั้งเคยพึ่งพาการปลูกลิ้นจี่เป็นหลัก แม้บางปีรายได้ดี แต่กลับเผชิญความผันผวนสูง ทั้งจากสภาพอากาศและตลาดที่ไม่แน่นอน เมื่อเห็นความสำเร็จของกาแฟปางขอน ชุมชนจึงเริ่มทดลองปลูกกาแฟ และในปี 2561 OR โดย Café Amazon ก็เข้ามาสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และระบบการรับซื้อแบบมีมาตรฐาน ส่งผลให้กาแฟกลายเป็นอาชีพหลักภายในเวลาไม่ถึงสิบปี ปัจจุบันชุมชนกว่า 200 ครัวเรือนปลูกกาแฟเต็มรูปแบบ ทั้งอาราบิก้าและโรบัสต้า และมีรายได้เฉลี่ยหลักแสนบาทต่อปีต่อครัวเรือนเฉพาะจากการขายเมล็ดกาแฟ

 

นายตอนชิง พัชรมโน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านผาลั้ง

 

นายตอนชิง พัชรมโน ผู้ใหญ่บ้านผาลั้ง เล่าว่า “ตอนเริ่มปลูกเราแทบยังกินกาแฟไม่เป็น แต่รู้ว่านี่เป็นพืชที่ให้อนาคต วันนี้ผาลั้งปลูกกาแฟกัน 100% รายได้มั่นคงขึ้น และเรายิ่งเห็นว่าหากเราดูแลป่าให้ดี กาแฟก็จะดีไปด้วย กาแฟทำให้เราเป็นผู้พิทักษ์ป่าโดยธรรมชาติ”

 

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริง ทำงานมือ–เกื้อไม้–รักษาดิน–ดูแลป่า

ปีนี้พื้นที่สูงเชียงรายเจอฝนหนักและอากาศร้อนผิดปกติ ทำให้ต้นกาแฟเสียหายหลายแปลง ทีม Café Amazon รีบลงพื้นที่ช่วยเกษตรกรทันที ตั้งแต่ปลูกไม้ร่มเงา ทดแทนต้นกาแฟที่เสียหาย ไปจนถึงช่วยวางระบบจัดการน้ำ โดย OR สนับสนุนต้นกล้ากาแฟกว่า 5,000 ต้นให้ทั้งสองชุมชนในช่วงที่ผ่านมา

 

ที่สำคัญ OR ทำงานแบบ “ร่วมพัฒนา” ไม่ใช่ “รับซื้อแล้วจบ” ทุกการประชุมหมู่บ้านต้องมีเรื่องกาแฟเป็นหนึ่งในวาระ เกษตรกรที่เข้าร่วมประชุมสม่ำเสมอจะได้รับ ‘ราคาส่วนบวกเพิ่ม’ เพื่อจูงใจให้พัฒนาคุณภาพตาม Café Amazon Standard มาตรฐานนี้เป็นรางวัลแห่งความตั้งใจ และยังช่วยให้ชุมชนเรียนรู้การจัดการฟาร์มตามหลักสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

 

กาแฟเปลี่ยนชีวิต OR จับมือปางขอน–ผาลั้ง ปั้นต้นแบบกาแฟยั่งยืนของไทย

 

จากยอดดอยสู่แก้วกาแฟในเมือง

เมื่อเก็บเกี่ยว เมล็ดกาแฟจากปางขอนและผาลั้งจะถูกส่งไปยังศูนย์ธุรกิจไลฟ์สไตล์ Café Amazon (OASYS) ที่จังหวัดอยุธยา ซึ่งเป็นหัวใจของกระบวนการกลางน้ำ ตั้งแต่การตรวจคุณภาพ การคั่ว การควบคุมความชื้น ไปจนถึงกระจายสู่ร้าน Café Amazon กว่า 4,500 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์ดริปและแคปซูล ทำให้รสชาติและคุณค่าที่เกิดบนดอยถูกส่งต่อถึงมือผู้ดื่มในเมืองอย่างครบถ้วน

 

นางพิชาภรณ์ วงศ์ศรี ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร OR กล่าวว่า ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุดคือ “ความหวังของคนรุ่นใหม่” ที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิด ทั้งเปิดคาเฟ่ เปิดโฮมสเตย์ และทำกาแฟเป็นอาชีพที่ยั่งยืนจริง ๆ นี่คือความหมายของคำว่า ‘ยั่งยืน’ ที่ OR ภูมิใจ เพราะมันทำให้ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกัน

 

กาแฟเปลี่ยนชีวิต OR จับมือปางขอน–ผาลั้ง ปั้นต้นแบบกาแฟยั่งยืนของไทย

 

ก้าวต่อไป Café Amazon Standard มาตรฐานใหม่ของกาแฟไทยทั้งระบบ

จากประสบการณ์ทำงานเกษตรกรยาวนาน OR ได้พัฒนา Café Amazon Standard เพื่อยกระดับคุณภาพกาแฟไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ

  • ต้นน้ำ เน้นการคัดเมล็ดเชอรี่ การดูแลร่มเงา การเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง เพื่อสร้างคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง
  • กลางน้ำ กระบวนการแปรรูป ควบคุมความชื้น คัดเกรด และคั่วในมาตรฐานเดียวกันที่ศูนย์ OASYS
  • ปลายน้ำ ส่งต่อกาแฟคุณภาพผ่านสาขา Café Amazon ทั่วประเทศ พร้อมสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า กาแฟหนึ่งแก้วเชื่อมโยงกับชีวิตของเกษตรกรบนดอยอย่างไร

 

มาตรฐานนี้ทำให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่สะท้อนคุณภาพ ผู้บริโภคได้กาแฟดีขึ้น และระบบกาแฟไทยเดินหน้าด้วยความยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด “กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก”

 

สุดท้าย เรื่องราวของปางขอนและผาลั้งจึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของสองชุมชนบนดอย แต่คือหลักฐานว่า เมื่อเกษตรกรมีความรู้ โอกาส และตลาดที่เป็นธรรม อาชีพเล็ก ๆ บนยอดดอยก็สามารถ “เปลี่ยนชีวิต” ผู้คนได้จริง

 

กาแฟเปลี่ยนชีวิต OR จับมือปางขอน–ผาลั้ง ปั้นต้นแบบกาแฟยั่งยืนของไทย

ข่าวล่าสุด

นาซา ประสบความสำเร็จ ปล่อยจรวด Artemis II มุ่งสู่ดวงจันทร์