posttoday

ยุคของกาแฟพร้อมดื่ม พลังซื้อ Gen Z–มิลเลนเนียลขับเคลื่อนตลาด

28 พฤศจิกายน 2568

กระแสกาแฟพร้อมดื่มขาขึ้น Gen Z–มิลเลนเนียน หนุนตลาดโตเฉลี่ย 5.26% ต่อปี ดีมานด์รสชาติใหม่–ความสะดวก–สุขภาพมาแรง ดันแบรนด์เร่งพัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

จากข้อมูลของ เต็ดตรา แพ้ค ระบุว่า ตลาดกาแฟพร้อมดื่มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยมีแนวโน้มเติบโตแตะมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 6 แสนห้าหมื่นล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2573 ด้วยอัตราขยายตัวเฉลี่ยถึง 5.26 เปอร์เซ็นต์ต่อปี 

 

ขณะที่ในประเทศไทย กระแสการเติบโตเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มGen Z และ Millennials ที่กำลังมองหากาแฟพร้อมดื่มรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีความแตกต่างทั้งด้านรสชาติ การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการมอบคุณประโยชน์เสริมด้านสุขภาพ 

 

ซึ่งตรงกับงานวิจัยจาก Mintel ที่ระบุว่า 52% ของผู้บริโภครุ่นใหม่ในประเทศไทยต้องการทดลองผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีหลากหลายรสชาติและรูปแบบที่แตกต่าง และรายงานจาก First Insight ที่ระบุว่าผู้บริโภค Gen Z มากกว่า 60% ต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

 

สุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กระแสดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมกาแฟพร้อมดื่มในมิติใหม่ ๆ ทั้งในด้านรสชาติ คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่พกพาสะดวกและใส่ใจเรื่องความยั่งยืน 

 

นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จในตลาดกาแฟพร้อมดื่มในปัจจุบันไม่ได้อาศัยเพียงการขยายช่องทางจำหน่ายอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับวิธีที่แบรนด์สามารถผสมผสานจุดเด่นด้านคุณประโยชน์ รสชาติ และเรื่องราวของแบรนด์เข้าด้วยกัน เพื่อเชื่อมโยงถึงไลฟ์สไตล์และค่านิยมของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างตรงจุด

 

สุภนัฐ กล่าวต่อว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันกำลังมองหากาแฟพร้อมดื่มที่เข้ากับวิถีชีวิตที่เร่งรีบและค่านิยมส่วนตัว ตั้งแต่เรื่องความยั่งยืน คุณประโยชน์ด้านสุขภาพ ไปจนถึงประสบการณ์ระดับพรีเมียม กระแสความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือโอกาสสำคัญสำหรับแบรนด์ไทยที่จะแสดงศักยภาพในการเป็นผู้นำนวัตกรรมในตลาดกาแฟพร้อมดื่ม

 

ทั้งนี้ เต็ดตรา แพ้ค นอกจากจะให้บริการโซลูชัน ยังมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ที่พร้อมเดินหน้าไปพร้อมกับผู้ประกอบการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการตลาด วัตถุดิบ ไปจนถึงการนำเสนอโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์ไอเดียสู่การผลิตจริงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าความร่วมมือที่แข็งแกร่งนี้จะช่วยเปลี่ยนความต้องการของผู้บริโภคให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จได้จริง

 

สุทธินันท์ เตชะทยานนท์ ผู้จัดการ ฝ่าย Customer Experience บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดกาแฟพร้อมดื่มของไทยยังเต็มไปด้วยโอกาส หน้าที่ของ เต็ดตรา แพ้ค คือการช่วยให้ลูกค้าปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ เพื่อคว้าโอกาสและก้าวหน้าสู่ความสำเร็จ

 

“ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าที่กรุงเทพฯ และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะเปิดตัวในจังหวัดระยอง จะทำหน้าที่เป็นศูนย์พัฒนานวัตกรรมแบบครบวงจรที่เหมาะสำหรับการทดลอง การพัฒนาสูตร และการทดลองตลาดในช่วงเริ่มต้นสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟผสมนมธัญพืช กาแฟสูตรน้ำตาลต่ำ หรือกาแฟที่มอบคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเฉพาะด้าน เต็ดตรา แพ้ค พร้อมเดินเคียงข้างผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทดลองสูตร ไปจนถึงวันที่ผลิตภัณฑ์ประสบความสำเร็จ”

 

นอกจากการสนับสนุนนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์แล้ว เต็ดตรา แพ้ค ยังมีโซลูชันบรรจุภัณฑ์และการแปรรูปสำหรับกาแฟพร้อมดื่มที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ผลิตในทุกระดับ โดยมีตัวเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับทุกโอกาส เช่น

  • Tetra Prisma® Aseptic Edge บรรจุภัณฑ์สำหรับกาแฟพร้อมดื่มแบบพกพา (grab-and-go) ที่สะดวกต่อการถือดื่มระหว่างวัน
  • Tetra Classic® Aseptic Base Plus บรรจุภัณฑ์สำหรับกาแฟเข้มข้นแบบช็อต เหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการความกระปรี้กระเปร่าในปริมาณที่พอดี
  • Tetra Rex® และ Tetra Brik® Aseptic Edgeบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ที่มอบประสบการณ์การดื่มกาแฟคุณภาพระดับคาเฟ่ ในรูปแบบที่สะดวกยิ่งขึ้น

 

ในส่วนของกระบวนการผลิต เต็ดตรา แพ้ค ได้พัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปที่ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถมั่นใจในคุณภาพ ความปลอดภัย และอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบยูเอชที (Ultra-high Temperature - UHT) ที่ใช้สำหรับการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูง ระบบสกัดเมล็ดกาแฟ (Coffee Extraction Unit) เพื่อคงรสชาติและกลิ่นกาแฟไว้ครบถ้วน และระบบผสมแบบต่อเนื่อง (Continuous Blending Unit) ที่ช่วยให้กระบวนการผสมส่วนประกอบเป็นไปอย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพ จนได้ผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มที่มีคุณภาพคงที่ มีความปลอดภัย และสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นและไม่ต้องใช้วัตถุกันเสีย

 

ข่าวล่าสุด

นายกฯอนุทิน - ประธานฉาย บุนนาคร่วมฉลองความสัมพันธ์170ปีอังกฤษ-ไทย