posttoday
คลังชง ครม.สัปดาห์หน้า แพ็กเก็จช่วย SME คืนภาษีเร็ว ดัน 4 หมื่นล.เพิ่มสภาพคล่อง

คลังชง ครม.สัปดาห์หน้า แพ็กเก็จช่วย SME คืนภาษีเร็ว ดัน 4 หมื่นล.เพิ่มสภาพคล่อง

21 พฤศจิกายน 2568

คลัง เตรียมเสนอแพ็กเก็จช่วย SMEs หนึ่งในนั้น คืนภาษีเร็ว ที่ยังค้างอยู่กับสรรพกรราว 40,000 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการที่ดี หวังให้เงินภาษีกลับมาเพิ่มสภาพคล่อง แต่มีเงื่อนไขต้องดำเนินการผ่านระบบดิจิทัล หนุยกระดับธุรกิจ

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า
  • มาตรการหลักคือการเร่งคืนภาษีที่ค้างอยู่เป็นวงเงินประมาณ 40,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจ
  • ผู้ประกอบการที่จะได้รับสิทธิ์คืนภาษีจะต้องดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลเท่านั้น เพื่อส่งเสริมการปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 พ.ย.2568 กระทรวงการคลังจะเสนอแพ็กเก็จมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องเร่งด่วน หนึ่งในนั้นคือ ผ่านมาตรการเร่งคืนภาษีสรรพกรที่ยังค้างอยู่ เป็นเม็ดเงินประมาณ 40,000 ล้านบาทให้กับผู้ประกอบการที่ดี ซึ่งจะหมุนเวียนเป็นสภาพคล่องให้ SMEs ทันที พร้อมกับส่งเสริมการปรับเปลี่ยนธุรกิจเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ธุรกิจสีเขียว และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งเป็นการสร้างอนาคตให้กับประเทศ

 

"มาตรการนี้ แพ็กเกจนี้ออกแบบเพื่อให้ SMEs หายใจได้ทันที มีข้อกำหนดสำคัญเพื่อสร้างประโยชน์ระยะยาว ได้แก่ การคืนภาษีเป็นแรงจูงใจ แต่มีเงื่อนไข SMEs ต้องดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลเท่านั้น เพื่อสนับสนุนการปรับธุรกิจเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง" นายเอกนิติ กล่าว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเสนอโครงการสนับสนุนให้บริษัทใหญ่ช่วย SMEs ด้วยเงินทุน หรือ "โครงการพี่ช่วยน้อง" เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถปรับตัวสู่เทคโนโลยีดิจิทัล, Automation และ AI รวมถึงเข้าสู่ซัพพลายเชนใหม่ เช่น ธุรกิจสีเขียว (Green Business) หรือพลังงานโซลาร์ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เช่น โครงการ Fast Track ปัจจุบันมีบริษัทขนาดใหญ่กว่า 60 บริษัท พร้อมลงทุนในไทย มูลค่ารวมกว่า 300,000 ล้านบาท รัฐบาลจะปลดล็อกการลงทุนเหล่านี้ เพื่อแก้ไขอุปสรรคด้านกฎหมาย กฎระเบียบซ้ำซ้อน และการขออนุญาตที่ล่าช้า ช่วยให้นักลงทุนเดินหน้าได้ทันที
 

ส่วนความคืบหน้า มาตรการออมเงินระยะยาวสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุและปัญหาการออมไม่เพียงพอ โดยออกแบบ Thailand Individual Saving Account (TISA) คล้าย LTF/RMF แต่ปรับแก้จุดอ่อนเดิม ให้ผู้ลงทุนเลือกแผนตามความเสี่ยงและช่วงอายุ เช่น ผู้สูงอายุเลือกแบบความเสี่ยงต่ำ ขณะที่เด็กรุ่นใหม่ลงทุนใน AI/Tech


"ขณะนี้ อยู่ระหว่าง การออกแบบ TISA  คาดเห็นโครงร่างภายใน 2 สัปดาห์ และมาตรการระยะสั้นทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน 4 เดือนตามกรอบเวลาของรัฐบาล โดยบัญชี TISA จะเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุนได้ตามความเหมาะสมและความเสี่ยง ช่วยสร้างวินัยในการออม และเป็นรากฐานทางการเงินที่มั่นคงสำหรับทุกวัย" นายเอกนิติ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ